บทความ

“ชูมี” กวาดแชมพ์ 5 สนามรวด…แต่พลาดทแรคโชว์ที่โมนาโค


แม้ว่า มิคาเอล ชูมาเคร์ จะกวาดแชมพ์ไปได้ทั้งหมด 5 สนามเปิดฤดูกาลรวด แต่สีสันของศึก ฟอร์มูลา วัน ปีนี้ยังเข้มข้น ดุเดือดเช่นเดิม เมื่อสนามที่ 6 ในศึก โมนาโค กรองด์ปรีซ์ ดาวรุ่งจากอิตาลี ยาร์โน ตรุลลี ทีม เรอโนลต์ คว้าชัยชนะไปครองเป็นครั้งแรก “หยุด” ความร้อนแรงของ แฟร์รารี ได้อย่างเด็ดขาด ด้วยการนำแบบม้วนเดียวจบ และทีมระดับกลางเริ่มเบียดลุ้นแบ่งแต้มกันไป ขยับขึ้นมาจ่อคิวรองแชมพ์โลกในปีนี้ ขณะที่ทีมเต็งประสบปัญหาหนักข้อ เข็นกันไม่ไหวหลังการแข่งขันล่วงเข้าสู่เซอร์กิทในยุโรป

 

รายการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบที่เร็วที่สุดในโลก ศึกกรองด์ปรีซ์ผ่านพ้นไป 6 สนาม ของการแข่งขันประจำฤดูกาลนี้รวม 18 สนาม ซึ่งมากที่สุดใประวัติศาสตร์ ฟอร์มูลา วัน ทีม “เต็งหนึ่ง” ประจำปีนี้ต้องยอมยกให้ทีมม้าป่าลำพองสีแดงเพลิงแห่งมาราเนลโลไปโดยปริยาย หลังจากโชว์ผลงานได้อย่างเยี่ยมยอดตั้งแต่สนามเปิดฤดูกาลเป็นต้นมา ด้วยการออกสตาร์ทจากหัวแถวเกือบครบทุกสนาม และการเรียงแถวเข้าเส้นชัยในอันดับ 1-2

 

มิคาเอล ชูมาเคร์ กวาดแชมพ์ติดต่อกัน 5 สนามรวด ตั้งแต่เปิดฤดูกาลเป็นต้นมา และออกสตาร์ทจากโพลโพสิชันถึง 4 สนามด้วยกัน อีกหนึ่งสนามในรังของ แฟร์รารี ที่ อีโมลา เซอร์กิทออกสตาร์ทจากอันดับ 2

 

การคว้าชัยชนะของ มิคาเอล ถึง 5 สนามติดต่อกันในช่วงเปิดฤดูกาล เป็นสถิติสูงสุดเทียบเท่า ไนเจล แมนเซลล์ “เจ้าหนวดหิน” นักขับชาวเมืองผู้ดี อดีตแชมพ์โลก ฟอร์มูลา วัน และแชมพ์ คาร์ท ซีรีส์ ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเคยทำเอาไว้เมื่อปี 1992 ครั้งสังกัดทีม วิลเลียมส์

 

สำหรับสนามที่ 6 ศึก โมนาโค กรองด์ปรีซ์ เป็นสนามที่ทีม แฟร์รารี ผิดฟอร์มไปมาก ตั้งแต่ในช่วงควอลิฟายด์ ประกอบกับความร้อนแรงของทีม เรอโนลต์ และทีมบาร์ โดยเฉพาะ ยาร์โน ตรุลลี ที่สามารถขึ้นโพเดียมแรกของปีได้ที่ สเปน กรองด์ปรีซ์ สามารถคว้าโพลโพสิชัน ได้ที่ มนเต การ์โล จนไปคว้าแชมพ์แรกในชีวิตการแข่งขันรถสูตรหนึ่งของเขาได้สำเร็จ เป็นการคว้าแชมพ์แรกของฤดูกาลนี้ให้กับทีม เรอโนลต์ แห่งฝรั่งเศส ดับฝันของ มิคาเอล ในการสร้างสถิติใหม่ในประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าแชมพ์ 6 สนามติดต่อกันในช่วงเปิดฤดูกาล ต้องไปเริ่มต้นนับหนึ่งกันใหม่อีกในปีหน้า สนามนี้ “ชูมี” ออกสตาร์ทจากอันดับที่ 4 ซึ่งเป็นอันดับที่แย่ที่สุดของฤดูกาลนี้

 

สเปน กรองด์ปรีซ์
แฟร์รารี เรียงแถวเข้าเส้นชัยในอันดับ 1-2 อีกครั้ง

มิคาเอล แชมพ์โลก 6 สมัย ทะยาน เอฟ-2004 ผ่านธงตราหมากรุกไปเป็นคันแรกแบบม้วนเดียวจบตามมาด้วยคู่หู รูเบนส์ บาร์ริเชลโล จากบราซิล เป็นการเรียงแถวเข้าเส้นชัยใน 2 อันดับแรกเป็่นสนามที่ 3 ของทีม แฟร์รารี ในแบบไร้คู่แข่งของปีนี้ที่ผ่านไป 5 สนาม โดยออกสตาร์ทจากหัวแถวและการคว้าชัยชนะครั้งนี้เป็นการคว้าแชมพ์เป็นสนามที่ 5 ติดต่อกันของ มิคาเอล ตั้งแต่เปิดฤดูกาล

 

รายการ สเปน กรองด์ปรีซ์ สนามที่ 5 ของฤดูกาลปี 2004 แข่งขันที่ กาตาลุนยา เซอร์กิท สนามที่ทีมแข่งหลายทีมมีตารางการซ้อมที่สนามแห่งนี้ ทำให้นักขับหลายรายมีความเชี่ยวชาญและคุ้นเคยกับเซอร์กิทแห่งนี้มากเป็นพิเศษ จึงไม่มีความได้เปรียบหรือเสียเปรียบกันเท่าใดนักเซอร์กิทแห่งนี้ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสเปน และหน่วยงานบริหารท้องถิ่นอย่างเต็มที่

 

อาร์ยทัน เซนนา ตำนาน ฟอร์มูลา วันจากบราซิล เจ้าของแชมพ์โลก 3 สมัย และเจ้าของสถิติสูงสุดตลอดกาลในการคว้าโพลโพสิชันรวมทั้งหมด 65 ครั้ง ซึ่งในขณะนี้ มิคาเอล ทำได้ที่รายการ สเปน กรองด์ปรีซ์ คว้าโพลโพสิชันไปเป็นครั้งที่ 59

 

มิคาเอล เคยมาคว้าแชมพ์ในสนามแห่งนี้ติดต่อกันในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และการคว้าแชมพ์ครั้งล่าสุด เป็นการคว้าแชมพ์ครั้งที่ 200 ของทีม แฟร์รารี พร้อมๆ กับการคว้าแชมพ์เป็นสมัยที่ 4 ติดต่อกันที่กาตาลุนยา เซอร์กิท ของเขาให้กับทีม แฟร์รารี

 

สำหรับดาวเด่นประจำรายการนี้เป็นนักขับชาวอิตาเลียน ยาร์โน ตรุลลี แห่งทีม เรอโนลต์ สามารถเข้าเส้นชัยแบบได้ขึ้นโพเดียมเป็นครั้งแรกของฤดูกาล เฉือนเจ้าถิ่นเพื่อนร่วมทีม แฟร์นันโด อาลนโซ อย่างเฉียดฉิวเพียงเศษเสี้ยววินาทีเท่านั้น โดย ตรุลลี ออกสตาร์ทได้อย่างเยี่ยมยอดด้วยการแซง มิคาเอล ขึ้นไปนำได้ถึง 9 รอบแรก จนกระทั่งไปถูก แฟร์รารีทั้ง 2 คันแซงกลับคืนมาได้ แล้วออกนำเข้าเส้นชัยไปแบบม้วนเดียวจบ

 

ทางด้านทีมวิลเลียมส์ ฮูฮัน ปาบโล มนโตยา สนามนี้แผลงฤทธิ์ไม่ออก หลังจากรถ วิลเลียมส์ มีปัญหาระบบเบรคตั้งแต่ช่วงต้นๆ ต้องออกจากการแข่งขันไปในรอบที่ 19 มนโตยา ออกสตาร์ทจากกริดในอันดับ 2 แต่การออกสตาร์ททำได้ไม่ดี อันดับร่วงไปอยู่ที่ 4 ตั้งแต่ช่วงเข้าโค้งแรก หลังออกจากการแข่งขัน มนโตยา กล่าวอย่างอารมณ์เสียว่า “ปัญหามันเริ่มแสดงอาการตั้งแต่รอบที่ 3 แล้ว ผมรู้ดีว่าเซอร์กิทแห่งนี้มันเหมือนฝันร้ายของผม และมันก็ยังเป็นอยู่ ปัญหาคือคุณภาพรถของเรายังไม่ดีพอ”

 

ตรุลลี ออกสตาร์ทจากอันดับ 3 แล้วแซงทั้ง มิคาเอล และ บาร์ริเชลโล แห่งทีม แฟร์รารีทั้ง 2 คันไปได้ด้วยการเบียดเข้าโค้งแรกไปได้ก่อนใคร ตามมาด้วยเพื่อนร่วมทีม อาลนโซ ดาวรุ่งเจ้าถิ่น ขณะที่อันดับ 5 เป็นของนักขับหนึ่งเดียวจากแดนอาทิตย์อุทัย ทากูมา ซาโต แห่งทีม บาร์ ซึ่งทำเวลาได้ดีในระหว่างทำการทดสอบ โดยทำเวลาติดอันดับหนึ่งอยู่หลายครั้งด้วยกัน ตามมาด้วย ราล์ฟ ชูมาเคร์ จากทีม วิลเลียมส์ จานการ์โล ฟิซิเกลลา ทีม เซาเบอร์ แห่งสวิทเซอร์แลนด์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนด้านเครื่องยนต์จาก แฟร์รารี สนามนี้เก็บแต้มติดมือออกไปได้ด้วยการเข้าเส้นชัยในอันดับ 7 เก็บได้ 2 แต้ม ทีม เซาเบอร์ ปีนี้สร้างผลงานได้ผิดคาด ผ่านไป 5 สนาม เก็บแต้มได้เพียง 3 แต้มเท่านั้น และอันดับสุดท้ายที่มีแต้ม ตกเป็นของดาวรุ่งจากอังกฤษที่กำลังร้อนแรงสุดๆ อยู่ในขณะนี้คือ เจนสัน บัททัน แห่งทีมบาร์ ที่สามารถคว้าโพลโพสิชัน ได้เป็นครั้งแรกบนเส้นทางสายฟอร์มูลา วัน ของเขาที่สนามที่แล้ว รายการ อิตาลี กรองด์ปรีซ์ ที่ อีโมลา เซอร์กิท

 

ทีม แมคลาเรน เป็นอีกทีมระดับหัวแถวที่สร้างผลงานได้อย่างผิดความคาดหมาย ไม่จบการแข่งขันติดต่อกันหลายสนาม ปัญหาจากเครื่องยนต์พังเช่นเดียวกันหมด กระทั่ง มนโตยา นักขับทีมวิลเลียมส์ จะย้ายทีมมาขับให้ แมคลาเรน ในปีหน้า ถึงกับออกมากล่าวว่า เขาอาจจะเปลี่ยนใจไม่ไปขับให้กับทีม แมคลาเรน ในปีหน้า

 

แม้ว่าสนามนี้ แมคลาเรน จะจบการแข่งขันทั้ง 2 คัน แต่เป็นการจบแบบไม่มีแต้มติดมือกลับไปด้วยกันทั้งคู่ เดวิด คุลธาร์ด และคีมี ไรค์โคเนน เข้าเส้นชัยในอันดับที่ 10 และ 11 ตามลำดับ หลังจากแข่งจบครบ 66 รอบสนามโดยทั้งคู่ออกสตาร์ทจากอันดับที่ 10 และ 13 ตามลำดับ ทีม แมคลาเรนเข้าพิททั้งหมดรวม 3 ครั้ง การเข้าพิทครั้งแรกของ คุลธาร์ด ใช้เวลาไปค่อนข้างมากถึงกว่า 10 วินาที

 

การแข่งขันผ่านไปถึง 5 สนามแล้ว แต่ คุลธาร์ด เก็บแต้มได้เพียง 4 แต้มเท่านั้น ติดอันดับที่ 9ของตารางส่วน ไรค์โคเนน เก็บได้เพียงแต้มเดียวจาก อีโมลา เซอร์กิท อยู่อันดับที่ 11 ของตาราง

 

หลังจบการแข่งขัน ไรค์โคเนน ได้กล่าวว่า “วันนี้เราทำได้ดีที่สุดได้เพียงแค่นี้ ต้องยอมรับว่าเราไม่สามารถทำความเร็วได้มากกว่านี้อีก สำหรับผมไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องผิดหวัง เพราะกับสภาพแบบนี้ ผมไม่สามารถไปเปลี่ยนแปลงอะไรได้ และทีมเราก็มองถึงปัญหานี้อยู่ตลอดเวลา นับว่าเริ่มต้นได้ดีสำหรบผมกับการออกสตาร์ทจากอันดับที่ 13″

 

เอคเคิลสโตน ออกมากล่าวชม มิคาเอล หลังการคว้าแชมพ์สนามที่ 5 ติดต่อกันว่า มิคาเอล สามารถคว้าแชมพ์ได้ครบ 18 สนามในปีนี้ เช่นเดียวกับทีม อาร์เซนอล ในพรีเมียร์ลีคของอังกฤษที่คว้าแชมพ์ไปครองได้โดยไม่แพ้ทีมใดเลย

 

ส่วนทีม เรอโนลต์ จบรายการนี้ในอันดับ 3-4 ส่งผลให้คะแนนสะสมประเภทผู้ขับของทีมแซงทีม วิลเลี่ยมส์ ขึ้นมาเรียงอันดับอยู่ที่ 4 และ 5 ส่วนคะแนนสะสมประเภททีมผู้ผลิต ทีม เรอโนลต์ อยู่อันดับ 2 ของตารางตามหลัง แฟร์รารี และนำห่างทีม วิลเลียมส์ อยู่ 12 แต้ม นำห่างทีมบาร์อยู่ 10 แต้ม มีโอกาสในการคว้ารองแชมพ์โลกประเภททีมผู้ผลิตในปีนี้ โดยเบียดลุ้นรองแชมพ์โลกกับทีม บาร์และทีม วิลเลียมส์

 

ผลการแข่งขัน สเปน กรองด์ปรีซ์
อันดับ ผู้ขับ ทีม เวลารวม
1 มิคาเอล ชูมาเคร์ แฟร์รารี 1 ชั่วโมง 27 นาที 32.841 วินาที
2 รูเบนส์ บาร์ริเชลโล แฟร์รารี + 13.290 วินาที
3 ยาร์โน ตรุลลี เรอโนลต์ + 32.294 วินาที
4 แฟร์นันโด อาลนโซ เรอโนลต์ + 32.952 วินาที
5 ทากูมา ซาโต บาร์ + 42.327 วินาที

 

โมนาโค กรองด์ปรีซ์
ยาร์โน ตรุลลี คว้าแชมพ์แรกให้ เรอโนลต์

สังเวียน ฟอร์มูลา วัน สนามที่ 6 เกิดรายการพลิกลอคแบบพลิกความคาดหมายหักปลายปากกาเซียนระดับ “กุนซือของซือแป๋” กันเลยทีเดียว เมื่อ ยาร์โน ตรุลลี ดาวรุ่งชาวอิตาเลียนนักขับที่มีหน้าตาละม้ายคล้ายเจ้าตำนาน ฟอร์มูลา วัน อาร์ยทัน เซนนา ควบ เรอโนลต์ ผ่านธงตราหมากรุกไปเป็นคันแรกในแบบม้วนเดียวจบ หลังจากออกสตาร์ทจากโพลโพสิชันเป็นการคว้าแชมพ์ครั้งแรกของปีนี้ให้กับทีม เรอโนลต์ และเป็นการคว้าแชมพ์ครั้งแรกในชีวิตการแข่งขัน ฟอร์มูลา วัน ของเขา

 

ศึก ฟอร์มูลา วัน สนามที่ 6 ประจำฤดูกาลปี 2004 รายการ โมนาโค กรองด์ปรีซ์ ก่อนหน้านี้ในรอบควอลิฟายด์เมื่อวันเสาร์ ยาร์โน ตรุลลี สามารถคว้าโพลโพสิชันไปครองได้สำเร็จเป็นการคว้าโพล โพสิชันเป็นครั้งแรกในชีวิตเช่นกัน หลังจากได้ขึ้นโพเดียมแรกของฤดูกาลไปเมื่อสนามที่แล้ว

 

รายการแข่งขัน ฟอร์มูลา วัน สนามที่ขึ้นชื่อว่าคลาสสิคที่สุด ปิดฉากลงด้วยการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่อีกครั้ง หลังจากมีรถแข่งประสบอุบัติเหตุเช่นเดียวกับทุกๆ ปีที่ผ่านมา ในปีนี้มีรถเซฟที คาร์ ออกมาวิ่งนำถึง 2 ครั้ง รายการนี้ที่ใช้ถนนในนคร มนเต การ์โล เป็นเส้นทางการแข่งขัน โอกาสที่รถแข่งจะแซงกันนั้นค่อนข้างยาก เนื่องจากเส้นทางค่อนข้างแคบ และมีโค้งอยู่หลายโค้ง รวมทั้งโค้งที่แคบที่สุดในโลกก็อยู่ที่เซอร์กิทแห่งนี้ ประกอบกับช่วงทางตรงยาวที่ยาวที่สุดมีอยู่แห่งเดียว ในช่วงที่ออกจากอุโมงค์ ที่สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ราว 300 กม./ชม. และตลอดเส้นทางรถแข่งสามารถใช้พลังจากเครื่องยนต์ออกมาได้ราว 35 % เท่านั้น ส่วนที่เหลือเป็นการแสดงฝีมือของนักขับ

 

เซอร์กิทแห่งนี้มีความปลอดภัยน้อยที่สุดในบรรดาเซอร์กิททั้งหมด และพื้นที่ของพิทสตอพ สำหรับการเซอร์วิศค่อนข้างคับแคบ แม้ว่าในปีนี้จะมีการขยายพื้นที่แล้วก็ตาม แต่เสน่ห์ของ มนเต การ์โลทำให้รายการนี้ยังคงได้รับการบรรจุเข้าตารางการแข่งขันมาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งได้รับการบรรจุเข้าตารางการแข่งขัน ฟอร์มูลา วัน มาตั้งแต่ปีแรกที่สหพันธ์ยานยนต์นานาชาติหรือ FIA ได้จัดการแข่งขันขึ้นมาในปี 1950 โดยเป็นสนามที่ 2 ของตาราง แท้จริงแล้วเซอร์กิทแห่งนี้ได้เริ่มทำการแข่งขันมาตั้งแต่ปี 1929

 

การแข่งขันในปีนี้ระยะทางรวม 260.52 กม. เช่นเดิม เป็นเซอร์กิทที่มีระยะทางการแข่งขันสั้นที่สุดแข่งขันทั้งหมด 78 รอบสนาม โดยมีความยาวต่อรอบเท่ากับ 3.340 กิโลเมตร ที่พาดผ่านขึ้น/ลงไปตามเนินต่างๆ ท่ามกลางบรรยากาศอันรื่นรมย์จากสองข้างทางที่แปรเปลี่ยนไปโดยตลอด ซึ่งมีผู้เข้าชมการแข่งขันเรียงรายอยู่โดยรอบ ทั้งบนระเบียงสูงหลายสิบชั้นของโรงแรมระดับ 5 ดาว หรือบนเรือยอร์ชที่จอดเรียงรายอยู่บริเวณท่าเรือและบนสแตนท์ที่จัดไว้ตามจุดต่างๆ

 

การพลาดแชมพ์ที่สนามแห่งนี้ของ มิคาเอล ชูมาเคร์ นอกจากหยุดสถิติไว้ที่แชมพ์ 5 สนามติดต่อกันแล้ว ยังไม่สามารถคว้าแชมพ์ในเซอร์กิทแห่งนี้รวม 6 สมัยเทียบเท่าเจ้าตำนาน ฟอร์มูลา วัน อาร์ยทัน เซนนา ต้องยืดเยื้อออกไปอีกเช่นกัน ซึ่ง เซนนา มาคว้าแชมพ์ได้ที่นี่แบบ 6 สมัยติดต่อกัน มิคาเอล กล่าวอย่างผิดหวังถึงผลควอลิฟายด์ในวันเสาร์ว่า น่าผิดหวังมาก และทแรคค่อนข้างลื่น วันแข่งจริงเขาต้องเจอศึกหนักแน่

 

ในช่วงของการออกสตาร์ทในปีนี้มีปัญหาเกิดขึ้น มีน้ำหล่อเย็นในหม้อน้ำของ ตรุลลี รั่วออกมาในขณะที่กำลังออกสตาร์ทจากกริด จึงยุติการสตาร์ทชั่วคราว ทีมเซอร์วิศของ เรอโนลต์ ได้ทำการซ่อมแซมได้ทัน และการออกสตาร์ทของทีม เรอโนลต์ ทั้ง 2 คันทำได้ดีเยี่ยมด้วยการออกนำขึ้นไปได้ตั้งแต่โค้งแรกทั้ง 2 คัน โดย ตรุลลี ทิ้งห่างไปก่อน ตามมาด้วย แฟร์นันโด อาลนโซ เพื่อนร่วมทีมที่ออกสตาร์ทจากอันดับ 3 แซง เจนสัน บัททันที่อยู่อันดับ 2 ชิงเข้าโค้งแรกไปได้สำเร็จ รถแข่งของทีม เรอโนลต์ ขึ้นนำแบบทิ้งห่างไปไกลทั้ง 2 คัน

 

การแข่งขันผ่านไปได้เพียง 2 รอบสนาม รถของทีม แจกวาร์ เข้าโค้งแรงเกินไป ทำให้เบรคลอคพุ่งชนกำแพงที่โค้ง ต้องออกจากการแข่งขันไปเป็นคันแรก ต่อมารถของทีมบาร์ ที่ขับโดยทาคูมา ซาโต หนึ่งเดียวจากญี่ปุ่น สังกัดทีม บาร์ เครื่องยนต์มีควันพุ่งออกมาเต็มทางวิ่ง จนเป็นผลให้เกิดอุบัติเหตุตามมา โดย คีมี ไรค์โคเนนที่อยู่อันดับ 5 ฉีกขวารอดพ้นไปได้รถที่ขับตามมามองไม่เห็นทางวิ่งด้านหน้าเนื่องจากควันที่ออกมาจากด้านท้ายรถของ ซาโต ทำให้รถของ จานการ์โล ฟิซิเกลลา ทีม เซาเบอร์ ชนเข้ากับรถ แมคลาเรน ของ เดวิด คุลธาร์ด อย่างรุนแรง จนรถลอยขึ้นกลางอากาศ พลิกคว่ำ ต้องออกจากการแข่งขันไปทั้ง 2 คัน

 

รอบที่ 24 ตรุลลี เข้าพิทสตอพครั้งแรก ใช้เวลาไป 8.5 วินาที ตามมาด้วย อาลนโซ ในรอบต่อมา ใช้เวลาในพิทไป 9.0 วินาที มิคาเอล อยู่อันดับ 3 เข้าพิท ใช้เวลาไป 9.3 วินาที ในรอบที่ 28 รถของทีมแมคลาเรนที่เหลืออยู่เพียงคันเดียวขับโดย ไรค์โคเนน ต้องออกจากการแข่งขันไปอีกคันเนื่องจากปัญหาทางเทคนิค ไรค์โคเนน นำรถเข้าพิทไป ในปีนี้ทีม แมคลาเรน ประสบความล้มเหลวตั้งแต่ช่วงเปิดฤดูกาลหมดโอกาสในการลุ้นแชมพ์โลกทั้ง 2 ประเภทค่อนข้างแน่นอนแล้ว สัปดาห์ก่อนการแข่งขันทางทีมได้เปิดศูนย์วิจัยแห่งใหม่ของทีมที่ประเทศอังกฤษ

 

โอกาสในการเข้าเส้นชัยในแบบอันดับ 1-2 ของทีม เรอโนลต์ ต้องสิ้นสุดลง เมื่อรถของ อาลนโซที่กำลังนำอยู่ในอันดับ 2 ในรอบที่ 43 หลุดโค้งในช่วงปลายอุโมงค์ พุ่งชนขอบกำแพงอย่างรุนแรงแบบไม่ได้แตะเบรค รถหมุนชนข้างทางมาตลอดจนหลุดออกมานอกอุโมงค์ รถเสียหายมาก แต่อาลนโซ ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น รถเซฟที คาร์ออกมาวิ่งนำ มิคาเอล ขึ้นมานำ โดย ตรุลลี ถือโอกาสเข้าพิทเป็นครั้งที่ 2 มิคาเอล กำลังขับตามหลังรถเซฟที คาร์ ซึ่งเป็นช่วงชะลอความเร็วและห้ามแซง อยู่ในช่วงก่อนออกจากอุโมงค์ รถ แฟร์รารี ของ มิคาเอล ไปชนเข้ากับกำแพงอย่างแรง จุดเดียวกับที่ อาลนโซ ประสบอุบัติเหตุ ทำให้แผงสปอยเลอร์ และล้อซ้ายด้านหน้าหัก ต้องออกจากการแข่งขันไปอย่างน่าเสียดาย ซึ่ง มิคาเอล มีโอกาสที่จะคว้าแชมพ์ในรายการนี้

 

ราล์ฟ ชูมาเคร์ ทีม วิลเลียมส์ สนามนี้ต้องออกจากการแข่งขันไปอีกครั้ง ขณะที่เหลือการแข่งขันอีกเพียง 4 รอบสุดท้ายเท่านั้น ทางด้าน บัททัน ดาวรุ่งจากอังกฤษวัย 24 ปีกำลังร้อนแรงอยู่ในขณะนี้ ได้ขึ้นโพเดียมอีกครั้งในอันดับที่ 2 ส่วนอันดับ 3 ตกเป็นของ บาร์ริเชลโล มือสองตลอดกาลของแฟร์รารี ชาวบราซิล หลังจบการแข่งขันครบ 78 รอบ การแข่งขันในศึก โมนาโค กรองด์ปรีซ์ ปีนี้มีอุบัติเหตุครั้งใหญ่เกิดขึ้นรวม 2 ครั้งที่มีรถเซฟที คาร์ออกมาวิ่งนำ

 

ทีม โตโยตา ประสบความสำเร็จสำหรับสนามนี้ด้วยการเก็บแต้มออกไปได้ทั้ง 2 คัน โดย กริสตีอาโน ดา มัตตา เข้าเส้นชัยในอันดับที่ 6 ส่วน ออลีวีแอร์ ปานีส์ นักขับจากฝรั่งเศส ซึ่งเคยคว้าแชมพ์ได้ในรายการนี้และเป็นแชมพ์เพียงครั้งเดียวในชีวิตการแข่งขัน เอฟ 1 ได้ถูกปรับให้ไปออกสตาร์ทจากพิท เนื่องจากจอดรถห่างจากจุดสตาร์ทเกินกว่า 6 ฟุต สามารถกดคันเร่งแซงเข้าเส้นชัยได้ในอันดับ 8 เก็บแต้มติดมือกลับไปได้ ทางด้าน ดา มัตตา อดีตแชมพ์คาร์ท ซีรีส์ในรายการแข่งขันที่สหรัฐอเมริกาเก็บได้ 3 แต้มจากสนามนี้เป็นครั้งแรกของปี

 

ศึก ฟอร์มูลา วัน ฤดูกาลนี้ เป็นการลุ้นอันดับรองแชมพ์โลกของทีมระดับกลางที่ก้าวขึ้นมาอยู่หัวแถวแซงหน้าทีมยักษ์ใหญ่อย่างทีม วิลเลียมส์ และ แมคลาเรน ได้อย่างพลิกความคาดหมาย และสนามต่อจากนี้ไป ดีกรีของความเข้มข้น ดุเดือดจะร้อนระอุเพิ่มมากขึ้นทุกขณะ ซึ่งการแข่งขันได้เริ่มเข้าสู่สนามในยุโรป ที่จะทำการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายการที่ แคนาดา และสหรัฐ ฯ มาขั้นเท่านั้น เป็นการเบียดช่วงชิงกันระหว่างทีม เรอโนลต์/บาร์/วิลเลียมส์ และหากแมคลาเรน แก้เกมได้ทันการณ์ จะกลับคืนมาต่อกรกันอย่างดุเดือดอีกครั้ง ที่ แฟร์รารีไม่สามารถนิ่งนอนใจได้

 

ผลการแข่งขัน โมนาโค กรองด์ปรีซ์
อันดับ ผู้ขับ ทีม เวลารวม
1 ยาร์โน ตรุลลี เรอโนลต์ 1 ชั่วโมง 45 นาที 46.601 วินาที
2 เจนสัน บัททัน บาร์ + 0.497 วินาที
3 รูเบนส์ บาร์ริเชลโล แฟร์รารี + 1 นาที 15.766 วินาที
4 ฮูฮัน ปาบโล มนโตยา วิลเลียมส์ + 1 รอบ
5 เฟลิเป มัสซา เซาเบอร์ + 1 รอบ

 

สรุปคะแนนสะสมรวม 6 สนาม
ประเภทผู้ขับ
อันดับ ผู้ขับ ทีม คะแนนรวม
1 มิคาเอล ชูมาเคร์ แฟร์รารี 50
2 รูเบนส์ บาร์ริเชลโล แฟร์รารี 38
3 เจนสัน บัททัน บาร์ 32
4 ยาร์โน ตรุลลี เรอโนลต์ 31
5 ฮูอัน ปาบโล มนโตยา วิลเลียมส์ 23
ประเภททีม
อันดับ ทีม คะแนนรวม
1 แฟร์รารี 88
2 เรอโนลต์ 52
3 บาร์ 40
4 วิลเลียมส์ 35
5 เซาเบอร์


------------------------------
เรื่องโดย : ไททาเนียม
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2547
คอลัมน์ : ขอบสนามแข่ง ฟอร์มูลา 1
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/XQBVS
มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
อัพเดทล่าสุด
19 Aug 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
609,000
2.
469,000
3.
469,000
5.
1,239,000
6.
1,399,000
7.
640,000
8.
3,090,000
9.
2,160,000
10.
2,120,000
11.
2,269,000
12.
2,980,000
13.
2,318,000
14.
6,899,000
15.
4,299,000
16.
3,629,000
17.
3,429,000
18.
2,229,000
19.
12,399,000
20.
8,399,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th