บทความ

เรื่องของป้ายจ้า


เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์เดือนพฤษภาคม ปี '47 กับ '46
ตลาดโดยรวม เพิ่ม 15.2 %
รถยนต์นั่ง เพิ่ม 8.1 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ เพิ่ม 25.1 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) ลด 36.5 %

 

เราเลิกคุยกันเรื่องอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2548 ที่ฟากรัฐบอกว่า จะเป็นการใช้จ่ายแบบสมดุลหนแรก หลังวิกฤติเศรษฐกิจ ฟากฝ่ายค้านก็บอกว่า ฟากรัฐไม่ห่วงใยที่จะแก้ปัญหาความฟุ่มเฟือยและการพนัน รวมทั้งสุรายาเมา

 

ส่วนเรื่องหวยหงส์ ที่กลายเป็นหุ้นหงส์ นำแสดงโดยอากู๋ แห่ง จีเอมเอมแกรมมี โดยมี เสี่ยเพ้ง เป็นแกนนำ ก็ยังสรุปกันไม่แล้วเสร็จ ถ้าเรียบร้อยแล้วจะนำเสนอในโอกาสต่อไป

 

มาตรวัดหนนี้ได้รับคำถาม ถามไถ่กันมาเรื่องบรรดาป้ายทะเบียนต่างๆ ที่เห็นติดรถกันอยู่ ว่าทำไมมีหลากหลายรูปแบบเหลือเกิน แถมบางคันก็มีแต่ข้างหน้า ข้างหลังไม่มี บางคันเป็นแถบยาว บางคันก็เป็นเหลี่ยม บางทีก็ลางเลือน มองเกือบไม่เห็น

 

เจ้าอันที่เป็นแถบยาวๆ แถมบางคันยังมีกรอบยาวมาทับไปบนป้ายทะเบียนอีก อันนั้นน่ะ มันผิดกฎหมาย เพียงแต่ว่าเจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎ ไม่ค่อยจะใส่ใจเท่าไรนัก เลยยังมีให้เห็นกันเกลื่อนถนน แบบใครจะรำคาญก็เป็นเรื่องของฉัน เจ้าพนักงานเขายังไม่เห็นว่าอะไรเลย

 

แต่ไม่ว่าเจ้าพนักงานจะตั้งด่านตรวจเรื่องอะไรก็ตามที เห็นนั่งกันแต่ภายในห้องโดยสาร ไม่เห็นมีใครสนใจจะเดินดูรอบรถเลย นั่นก็แล้วแต่นะครับ

ป้ายทะเบียนตามกำหนดในกฎกระทรวง ตาม พรบ. รถยนต์ ที่ดูแลโดยกรมขนส่งทางบก มีทั้งสิ้น 7อย่าง คือ ป้ายพื้นขาวตัวหนังสือกับตัวเลขเป็นสีดำ จะเป็นรถยนต์นั่งไม่เกิน 7 คน รถเพื่อการเกษตร และรถสามล้อส่วนบุคคล

แบบที่ 2 เป็นป้ายพื้นขาวตัวหนังสือกับตัวเลขสีเขียว สำหรับรถบรรทุกที่มีน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน 1,000กิโลกรัม

แบบที่ 3 ป้ายพื้นขาวตัวหนังสือกับตัวเลขสีน้ำเงิน สำหรับรถยนต์นั่งเกิน 7 ที่นั่งแต่ไม่เกิน 12 ที่นั่ง

แบบที่ 4 ป้ายพื้นเขียวตัวหนังสือกับตัวเลขสีขาว สำหรับรถยนต์เพื่อธุรกิจท่องเที่ยว

แบบที่ 5 ป้ายพื้นน้ำเงินตัวหนังสือกับตัวเลขสีขาวสำหรับรถยนต์ของสถานทูต องค์การระหว่างประเทศ

แบบที่ 6 ป้ายพื้นสีส้มตัวหนังสือกับตัวเลขสีดำ หรือที่เรียกกันว่าป้ายแดง ใช้สำหรับรถยนต์ที่อยู่ระหว่างการจดทะเบียน แต่บางทีป้ายพื้นสีส้ม ก็กลายเป็นป้ายพื้นสีซีด เพราะมีปัญหาเรื่องการจดทะเบียน เนื่องจากไปเจอเอาคนขายรถ แต่ไม่มีหลักฐานของตัวรถ หรือเอาหลักฐานไปจำนองไว้ก่อนจะมีคนมาซื้อ ก็เลยยังไม่มีหลักฐานให้ ต้องเอาเงินไปถ่ายหลักฐานจากผู้รับจำนองก่อนป้าย

 

ประเภทหลังเมื่อสัก 2-3 ปีก่อนฮิทมากนะครับ จนต้องไปขึ้นโรงขึ้นศาลกันก็หลายคัน

ป้ายประเภทที่ 7 เป็นพื้นสีแดงตัวหนังสือกับตัวเลขสีขาว ใช้สำหรับรถยนต์ที่ขนส่งเพื่อขายหรือระหว่างการซ่อมแซม ป้ายนี้ก็เป็นปัญหาเล็กๆ อยู่เหมือนกัน เพราะคนขายชอบเอามาให้ลูกค้าติดไปก่อน แต่เจ้าพนักงานท่านชอบครับ โดยเฉพาะแถวเวลาที่ต้องจ่ายเงินค่าผ่านทาง พอจ่ายเงินเสร็จ ก็ถูกท่านเจ้าพนักงานเรียกเอาไว้ แวะคุยกันก่อน

 

ส่วนป้ายที่กำหนดตาม พรบ. ขนส่งทางบก มีอยู่แค่ 2 อย่าง

อย่างแรก ป้ายพื้นดำตัวหนังสือกับตัวเลขเป็นสีขาว สำหรับรถยนต์บรรทุกคน สัตว์ สิ่งของ ส่วนบุคคล
อย่างที่ 2 ป้ายพื้นสีเหลืองตัวหนังสือกับตัวเลขสีดำ สำหรับรถยนต์บรรทุก รถโดยสาร ขนส่งสาธารณะ รถรับจ้างสาธารณะ

 

เรื่องป้ายก็มีด้วยประการฉะนี้

กลับมาเรื่องตัวเลขนะครับ หนนี้เจอวิกฤติหลายอย่าง ทั้งน้ำมันขึ้นราคา เหตุการณ์ไม่สงบใน 3 จังหวัดภาคใต้ กระแสข่าวขึ้นดอกเบี้ยจากเฟด กระแสข่าวดอกเบี้ยมหาโหดของบัตรเครดิท รวมทั้งโรงเรียนเปิดเทอม ต้องจ่ายค่าเทอม ค่าหนังสือ เครื่องแบบนักเรียน เครื่องแบบนักศึกษา แถมบางคนยังต้องจ่ายค่าเช่าแฟลทให้อีก สารพัด เลยทำให้ยอดการขายเดือนพฤษภาคม หดตัวลงเล็กน้อย โตได้แค่ 15.2 % คิดเป็นตัวเลข 49,276 คัน ในขณะที่ยอดรวม 5 เดือน ยังโตอยู่ที่ 22.2 % รวม 248,176 คัน

 

แชมพ์ประจำเดือนพฤษภาคม ได้แก่ โตโยตา ขาย 17,924 คัน โตตามตลาด มากกว่าเล็กน้อย 18.4 % ส่วนแบ่ง 36.4 % ที่สอง อีซูซุ ขาย 12,866 คัน โตมากกว่าตลาด 28.0 % ส่วนแบ่ง 26.1 % ที่สาม ฮอนดา ขายเพิ่มเล็กๆ 5,900 คัน เพิ่ม 2.8 % ส่วนแบ่ง 12.0 % ที่สี่ มิตซูบิชิ ขาย 2,944 คัน ขายน้อยกว่าปีก่อน 4.3 % ส่วนแบ่ง 6.0 % ที่ห้า นิสสัน ขาย 2,876 คัน ลด 19.2 % ส่วนแบ่ง 5.8 %

 

รวม 5 เดือน โตโยตา 90,283 คัน อีซูซุ 62,218 คัน ฮอนดา 31,988 คัน นิสสัน 19,093 คัน และ มิตซูบิชิ ยังแซงไม่ขึ้น 13,907 คัน

 

แยกเป็นประเภทรถยนต์นั่ง เดือนพฤษภาคมเดือนเดียวขายได้ 14,292 คัน เพิ่ม 8.1 % ขณะที่ยอดรวม 5 เดือนขายได้ 75,638 คัน เพิ่ม 6.7 %

 

ตำแหน่งแชมพ์ประจำเดือน โตโยตา ขาย 6,754 คัน เพิ่ม 17.6 % ส่วนแบ่ง 47.3 % ที่สอง ฮอนดา ขาย 5,358 คัน เพิ่ม 10.9 % ส่วนแบ่ง 37.5 % ที่สาม เชฟโรเลต์ ขาย 477 คัน โตเยอะเพราะปีก่อนมีรถให้ขายน้อย ส่วนแบ่ง 3.3 % ที่สี่ เมร์เซเดส-เบนซ์ ขาย 370 คัน ลด 20.1 % ส่วนแบ่ง 2.6 % ที่ห้า นิสสัน ขาย 357 คัน ลด 62.4 % ส่วนแบ่ง 2.5 %

 

รถกระบะหนึ่งตัน ไม่รวมขับเคลื่อน 4 ล้อ ยอดเดือนพฤษภาคม ขาย 27,053 คัน เพิ่ม 25.1 % ยอดรวมห้าเดือน ขาย 130,561 คัน เพิ่ม 37.3 %

 

แชมพ์ประจำเดือน อีซูซุ ขาย 11,409 คัน เพิ่ม 36.8 % ส่วนแบ่ง 42.2 % ที่สอง โตโยตา ขาย 7,837 คัน เพิ่ม 11.6 % ส่วนแบ่ง 29.0 % ที่สาม นิสสัน ขาย 2,315 คัน ลด 3.9 % ส่วนแบ่ง 8.6 % ที่สี่ มิตซูบิชิ ขาย 2,237 คัน เพิ่ม 19.0 % ส่วนแบ่ง 8.3 % ที่ห้า ฟอร์ด ขาย 1,586 คัน เพิ่ม 10.9 % ส่วนแบ่ง 5.9 %

 

กระบะหนึ่งตัน ขับเคลื่อน 4 ล้อ เดือนเดียวขาย 2,507 คัน ลด 25.5 % ขณะที่ยอดรวม ขาย 12,973คัน ลด 20.5 %

 

แชมพ์ประจำเดือน โตโยตา ขาย 1,186 คัน ลด 24.9 % ส่วนแบ่ง 47.3 % ที่สอง อีซูซุ ขาย 776 คัน ลด 29.3 % ส่วนแบ่ง 31.0 % ที่สาม ฟอร์ด ขาย 199 คัน ลด 29.2 % ส่วนแบ่ง 7.9 % ที่สี่ เชฟโรเลต์ ขาย 140 คัน ส่วนแบ่ง 5.6 % ที่ห้า มิตซูบิชิ ขาย 131 คัน ลด 46.3 % ส่วนแบ่ง 5.2 %

 

รถกิจกรรมกลางแจ้งหรือเอสยูวี ยอดขายเดือนเดียว ขาย 1,309 คัน ลด 36.5 % ยอดรวม 5 เดือนขาย 6,415 คัน ลด 33.1 %

 

แชมพ์ประจำเดือน ฮอนดา ขาย 380 คัน ลด 55.0 % ส่วนแบ่ง 29.0 % ที่สอง ฟอร์ด ขาย 365 คัน ลด 2.4 % ส่วนแบ่ง 27.9 % ที่สาม โตโยตา ขาย 203 คัน ลด 43.0 % ส่วนแบ่ง 15.5 % ที่สี่ มิตซูบิชิ ขาย 142 คัน ลด 38.8 % ส่วนแบ่ง 10.8 % ที่ห้า มาซดา ขาย 75 คัน ลด 55.4 % เพิ่ม 5.7 %

 

รถเพื่อการพาณิชย์ ยังโตอย่างสม่ำเสมอ แสดงว่าภาคเอกชนเริ่มค่อยๆ ฟื้นกันบ้างแล้ว ตลาดโตทั้งสิ้น 16.2 % ขายได้ 1,897 คัน รวม 5 เดือนยังโต 49.0 % ขาย 8,901 คัน ตำแหน่งแชมพ์ ฮีโน ขาย 798 คัน โต 23.7 % ส่วนแบ่ง 42.1 % ที่สอง อีซูซุ ขาย 678 คันโต 11.0 % ส่วนแบ่ง 35.7 % และที่สามน้องใหม่ เกีย ซูเพอร์จัมโบ ขาย 180 คัน

 

รถอเนกประสงค์อื่นๆ ยังโต 26.8 % ขายได้ 785 คัน เป็นโตโยตา มากสุด 629 คัน มีรถตู้น้องใหม่ของนิสสัน ขายได้ 102 คัน

 

นั่นคือความเป็นไปในช่วงภาวะน้ำมันเบนซินแพง แต่โซลา ยังตรึงราคาอยู่ แถมด้วยความรู้เรื่องแกสโซฮอล ของภาครัฐ ยังหละหลวม ออกข่าวมาแต่ละเรื่อง แต่ละหน ทำเอาข้าพเจ้าเองก็ยังงงๆ อยู่ ว่าจะทำยังไงกัน ตอนแรกก็ว่าจะผสมในเบนซินออกเทน 91 ในปริมาณ 10 % แล้วออกเทน 91 ก็จะกลายเป็น 95

 

อยู่ไปอยู่มา มีเสียงเล่าลือหนาหูขึ้น ก็ออกมาบอกใหม่ว่า จะผสมแค่ 5 % ก็พอ เพื่อให้แน่ใจว่าใช้แล้วเครื่องไม่พัง

กระผมว่าภาครัฐสงบกันลงหน่อยได้ไหมครับ ปล่อยให้คนที่เขาทำขายเป็นคนพูดบ้างจะดีกว่า กระผมยังจะพอเชื่อได้มากกว่า

พูดเยอะก็ไม่ได้คะแนนเสียงมากไปกว่านี้หรอกครับ ยังอีกนานกว่าจะถึงเวลาเลือกตั้ง

คอยไปพูดตอนหาเสียงดีกว่าครับ



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
ภาพโดย : -
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2547
คอลัมน์ : มาตรวัดตลาดรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/waCT0

บทความที่เกี่ยวข้อง

มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
อัพเดทล่าสุด
22 Aug 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
609,000
2.
469,000
3.
469,000
5.
1,239,000
6.
1,399,000
7.
640,000
8.
3,090,000
9.
2,160,000
10.
2,120,000
11.
2,269,000
12.
2,980,000
13.
2,318,000
14.
6,899,000
15.
4,299,000
16.
3,629,000
17.
3,429,000
18.
2,229,000
19.
12,399,000
20.
8,399,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th