บทความ

ขับรถหน้าฝน


ต่อจากช่วงนี้ไป การเดินทางคงจะลำบากขึ้น เนื่องจากต้องประสบกับสภาพฝนตกที่บางครั้งเราไม่สามารถคาดเดามาก่อน และในบางวันการจราจรในกทม. รถติดต่อเนื่องไปทั่วทั้งเมือง จากสายฝนที่ตกลงมาเพียงไม่กี่ชั่วโมง เราคงต้องเตรียมรถให้อยู่ในสภาพที่พร้อม “ลุยฝน” จะได้ไม่มีปัญหาในระหว่างการเดินทาง ซึ่งอ่านรายละเอียดได้จากบทความพิเศษ “เตรียมรถสู้ฝน” ในฉบับนี้

 

มีสิ่งที่อยากกล่าวเตือนเพื่อการขับขี่อย่างปลอดภัยในช่วงหน้าฝนว่า ในช่วง 10-15 นาทีแรกที่ฝนตก จะเป็นช่วงที่พื้นถนนลื่นที่สุด เนื่องจากฝุ่นและดินที่ติดอยู่บนพื้นถนนจะแปรสภาพเป็นโคลนเลน ก่อนที่น้ำฝนจะชะล้างคราบสกปรกเหล่านี้ลงไปข้างทาง ผู้ขับขี่ทั้งรถยนต์และจักรยานยนต์ควรให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ทั้งการบังคับรถ และการเบรคซึ่งจะใช้ระยะทางในการหยุดรถที่มากกว่าบนพื้นผิวที่แห้ง รวมทั้งการเสียหลักลื่นไถล

 

การขับรถ ควรทิ้งช่วงห่างจากรถคันข้างหน้าให้มากกว่าปกติ เพื่อให้มีระยะในการหยุดรถได้อย่างปลอดภัย เท่าที่พบเห็นในปัจจุบัน เมื่อใดมีฝนตก รถมักจะชนกันเป็นประจำ ส่วนใหญ่เกิดจาก ผู้ขับขี่ยังคงใช้ความเร็วสูงเช่นเดียวกับถนนแห้ง แถมยังจ่อจี้ท้ายคันหน้าชนิด “เบรคเมื่อไร ชนท้ายทันที” และเป็นผลให้การจราจรที่ติดขัดอยู่แล้วเนื่องจากฝนตก กลับติดหนักขึ้นไปอีก จากความประมาทในการใช้รถ และขอร้องผู้ใช้รถทั้งหลาย เมื่อรถติดเป็นแถวยาว กรุณา “อย่าเห็นแก่ตัว” ด้วยการแซงออกไปวิ่งเลนซ้ายหรือไหล่ทางที่ว่างอยู่ ซึ่งจะทำให้รถติดหนักขึ้นไปอีก เนื่องจากรถเหล่านี้ต้องไปเบียดรถที่เขาเรียงต่อแถวกันมา และอาจเกิดอุบัติเหตุซ้ำขึ้นมาอีก

 

เมื่อฝนตก ควรเปิดไฟหรี่หรือไฟหน้า ตามสภาพที่ประสบอยู่ เพื่อให้มองเห็นชัดเจนขึ้น แต่ “อย่า” เปิดไฟกะพริบฉุกเฉิน หรือ HAZARD LIGHT ในขณะที่รถวิ่งอย่างเด็ดขาด นอกจากจะทำให้ผู้อื่นตาลายแล้ว ยังทำให้ผู้ที่ขับตามมายากที่จะแยกแยะว่ารถคันหน้ากำลังจอดอยู่หรือกำลังวิ่ง ไฟชนิดนี้จะเปิดในกรณีที่ต้อง “จอดฉุกเฉิน” เท่านั้น

 

ขอแถมท้ายเกี่ยวกับตำรวจจราจรที่กั้นรถตามแยก หรือควบคุมสัญญาณไฟจราจร ควรปล่อยรถในแต่ละฝั่งเป็นช่วงสั้นๆ เพื่อที่การจราจรโดยรวมให้มีความคล่องตัว ผลัดกันวิ่ง ไม่ใช่ว่าฝั่งหนึ่งวิ่งฉิว แต่อีกฝั่งยังคงติดเป็นแถวยาวเหยียด การปล่อยรถเป็นระยะเวลานานๆ จะเกิดช่วงห่างเนื่องจากรถวิ่งตามคันหน้าไม่ทัน ซึ่งเป็นการทิ้งช่วงที่สูญเปล่า ที่ถูกต้องควรปล่อยแต่ละด้านแบบถี่ๆ เป็นช่วงสั้นๆ มากกว่า ซึ่งในเรื่องนี้ นิตยสารเรา ได้เขียนถึงหลายครั้ง แต่ในบางจุดยังไม่ได้รับการแก้ไข จึงขอให้มาพิจารณากันอีกครั้งเถิดครับ

 

เท่าที่สังเกตดูตามทางหลวงซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการเดินทางไปสู่จังหวัดต่างๆ เมื่อมีเส้นทางรองมาตัดผ่านมักจะทำเป็นสี่แยกควบคุมโดยสัญญาณไฟ ทำให้รถยนต์บนเส้นทางหลักซึ่งมีปริมาณมาก ติดกันเป็นแถวยาว โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดต่อเนื่อง ทางที่ดีผมคิดว่าควรจะปิดสี่แยกนั้น แล้วจัดที่กลับรถให้กับรถบนเส้นทางรองแทน เนื่องจากมีปริมาณรถที่ไม่มาก เพื่อให้มีการจราจรที่คล่องตัว ไม่มีการติดขัดสะสม บางช่วงมีอยู่ 4-5 แยกใกล้ๆ กัน ทำให้เสียเวลามากทีเดียว ถ้าไม่มีสี่แยก ก็จะไม่ต้องมีฝ่ายใดจอดรอสัญญาณไฟเขียว เพียงแต่รถบางส่วนต้องเสียเวลาในการวิ่งไปกลับรถเพื่อไปในทิศทางที่ต้องการ
แต่การจราจรโดยรวมจะคล่องตัวขึ้นมากทีเดียวครับ



------------------------------
เรื่องโดย : อัฐฒา นายเรือ
ภาพโดย : -
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2547
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/T4E47
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง