บทความ

อีโคคาร์


กำลังเป็นที่ฮือฮาและเป็นที่สนอกสนใจของผู้คนไม่น้อยทีเดียวที่รัฐบาลโดยการเสนอแนะและผลักดันของผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม ดร. วัชระ พรรณเชษฐ์อดีตผู้คร่ำหวอดในวงการรถยนต์เมืองไทยมาช้านาน พยายามที่จะให้รถยนต์ในมิติใหม่เกิดขึ้นในเมืองไทย ให้ได้ภายในเร็ววันนี้

รถยนต์ในมิติใหม่ที่ว่า เรียกกันให้เป็นที่เข้าใจกันง่ายๆ ว่า “อีโคคาร์” หรือรถยนต์แนวทางประหยัด

อีโคคาร์ ในแนวความคิดของผู้ช่วยรัฐมนตรีท่านนี้จะมีรูปลักษณ์หน้าตาหรือมีคุณสมบัติอย่างไรนั้นประเดี๋ยวค่อยมาว่ากันอีกที

เมื่อหลายปีก่อนที่ผ่านมาโลกเกิดวิกฤติในเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิงและเผชิญกับปัญหาความคับคั่งแออัดทางการจราจรเป็นอย่างมา
ก ด้วยความหวั่นวิตกในปัญหาเหล่านี้ บริษัทผู้ผลิตรถยนต์สำคัญๆทั่วโลกจึงได้หาทางแก้ไขปัญหาอันน่าวิตกนี้ด้วยการผลิตรถยนต์ที่สามารถจะถนอมเชื้อเพลิงน้ำมันที่จะใช้ให้มากที่สุดและให้เปลืองเนื้อที่สำหรับการใช้เพื่อการจราจรน้อยที่สุด

เป็นรถยนต์ขนาดเล็ก ที่เรียกกันในขณะนั้นว่า “ซิทีคาร์”

ในบ้านเราก็กระโดดเข้าร่วมกระแสนี้ด้วยอย่างแข็งขันซิทีคาร์จากต่างประเทศหลั่งไหลเข้ามาทำตลาดในเมืองไทยกันอย่างคึกคักและได้รับการตอบรับในทิศทางที่ดีทีเดียว

ซิทีคาร์ที่ปรากฏโฉมบนท้องถนนเมืองไทยอย่างหนาหูหนาตาน่าจะเป็นซิทีคาร์จากญี่ปุ่น ที่ชื่อ “ไดฮัทสุ มิรา”

ต่อจากนั้นก็ตามมาอีกนานับยี่ห้อทั้งจากญี่ปุ่น และจากยุโรป

โตโยตา สตาร์เลท/นิสสัน มาร์ช/มิตซูบิชิ โคลท์/โอเพล โคร์ซา/เปอโฌต์ 205 และอีกหลายยี่ห้อ

เพียงไม่ช้าไม่นาน ซิทีคาร์เหล่านี้ก็เริ่มจะจางหายไปจากท้องถนนและในที่สุดก็หายไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อกระแสความรู้สึกและค่าความนิยมอย่างใหม่เกิดขึ้นแทนที่

โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้สึกที่เริ่มรังเกียจความเป็น “รถกระป๋อง”และกับสภาพความด้อยที่ถูกมองจากผู้คนรอบข้างในสังคมคนใช้รถด้วยกันด้วยสายตาดูถูกและดูแคลนและแม้กระทั่งคนที่ใช้รถซิทีคาร์เองก็คงนึกโกรธตัวเองที่ทำไมถึงต้องลดชั้นศักดิ์ศรีมาใช้รถในลักษณะนี้ทั้งๆ ที่ยังพอมีทางเลือกที่ดีกว่า

เอาละ มาพูดกันถึง “อีโคคาร์” ได้แล้ว

มีการกำหนดสเปคของรถ อีโคคาร์ ไว้ในเบื้องต้นว่า จะต้องเป็นรถที่ใช้เครื่องยนต์ขนาดประมาณ 1,000ซีซี สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงประมาณ 20 กม./ลิตร ความยาวตัวรถ 3.7 เมตร ความกว้างตัวรถ 1.7 เมตรเป็นรถที่ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม และข้อสำคัญราคาจะต้องอยู่ในเกณฑ์ 2.8-3.2 แสนบาทเท่านั้น

ดูจากสเปคที่กำหนดไว้เบื้องต้นนี้แล้ว อีโคคาร์ แทบจะเรียกได้ว่าถอดแบบหรือเลียนแบบ ซิทีคาร์มาแทบจะครบทุกกระเบียด

แต่ทำไมถึงกลายพันธุ์จาก ซิทีคาร์ มาเป็น อีโคคาร์ ก็เนื่องมาจากข้อกำหนดในเรื่องราคาค่าตัวเป็นสำคัญ

รัฐบาลมีจุดประสงค์ที่จะผลักดันโครงการรถยนต์ อีโคคาร์ ให้เข้ามาสู่ระบบ “เอื้ออาทร”ซึ่งรัฐบาลกำลังเร่งมือสร้างภาพอยู่ไม่ว่าจะเป็น มอเตอร์ไซค์รับจ้างเอื้ออาทร คอมพิวเตอร์เอื้ออาทรแทกซีเอื้ออาทร บ้านเอื้ออาทร และอีกหลายเอื้ออาทรที่เป็นโครงการเดินหน้าอยู่และแม้กระทั่งความมุ่งมั่นที่จะขจัดความยากจนให้หมดไปจากผืนแผ่นดินไทยภายใน 6 ปี ข้างหน้า

มีการสำรวจโดยสถาบันยานยนต์ปรากฎออกมาว่า มีคนทำงานในออฟฟิศซึ่งมีอายุตั้งแต่ 22-40 ปีมีเงินเดือนขั้นต่ำตั้งแต่ 7,500 บาทขึ้นไป มีความต้องการที่จะใช้รถ อีโคคาร์โดยมีความสามารถที่จะผ่อนชำระค่าซื้อรถเดือนละ 4,500-5,000 บาท มีจำนวนมากถึง 4 ล้านคน

เป็นตัวเลขที่สามารถที่จะไปโน้มน้าวใจบริษัทรถที่จะผลิตรถยนต์ อีโคคาร์ ออกมาเข้าโครงการได้เป็นอย่างดี

และที่ลึกซึ้งยิ่งกว่านั้น โครงการ อีโคคาร์ นี้รัฐบาลต้องการที่จะส่งเสริมผลักดันให้ประเทศไทยเดินหน้าเข้าสู่ความเป็นดีทรอยท์แห่งเอเชียหรือศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ของโลกอีกแห่งหนึ่งได้เร็วขึ้นและมีความเป็นไปได้มากขึ้นด้วย

รถ อีโคคาร์ จะเป็นรถที่ผลิตขึ้นภายในประเทศใช้ชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่ผลิตขึ้นในประเทศเป็นหลัก
ซึ่งจะทำให้อุตสาหกรรมต่อเนื่องเติบโตมั่นคงขึ้นเป็นอย่างมากด้วย

นอกจากนั้นยังมีผลในทางอ้อมตามมาอีก เป็นการช่วยแก้ปัญหาความคับคั่งทางการจราจรได้ทางหนึ่งเพราะรถ อีโคคาร์ ใช้พื้นที่การจราจรบนท้องถนนน้อยกว่ารถยนต์ทั้งหลายที่มีอยู่ในท้องตลาดขณะนี้

เป็นการผลักดันรถเก่าหรือรถมือสองใช้แล้วให้ออกไปสู่ภูมิภาคให้มากขึ้น แทนที่จะปล่อยให้รถเก่าๆเหล่านั้นมาสร้างปัญหาให้กับการจราจรในเขตเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพ ฯ

วาดหวังกันว่า ถ้าหากรถยนต์เอื้ออาทร อีโคคาร์ ได้รับการพิจารณาหาข้อยุติในทุกรูปแบบได้เมื่อใดก็สามารถจะผลิตออกสู่ตลาดได้ในระยะเวลาเพียงแค่ 18 เดือนหรือไม่เกิน 2 ปีนับจากนั้นไป

เตรียมเนื้อเตรียมตัวต้อนรับ “อีโคคาร์” กันได้แล้ว



------------------------------
เรื่องโดย : "หลวงเลียบเมือง"
ภาพโดย : -
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน เมษายน ปี 2547
คอลัมน์ : บทความ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/d6J6J

Follow autoinfo.co.th