บทความ

(7453) สวัสดีปีวอก


วอกเป็นลิง ไม่ได้เป็นค่างบ่างชะนีแต่ก็พันธุ์เดียวกัน ลิงในกรุงเทพ ฯ มีน้อยกว่าลิงในต่างจังหวัดความมีชื่อเสียงระหว่างลิงกรุงเทพ ฯ กับ ลิงต่างจังหวัดก็แตกต่างกันด้วย

คนที่เกิดปีลิง ไม่จำเป็นต้องมีรูปร่างเป็นลิง แต่อาจมีนิสัยคล้ายลิงเพราะคนเรานั้นเรื่องคันและเรื่องเกาให้ถูกที่คันเป็นเรื่องปกติ

ใครก็ตามที่มาบอกผมว่า ลิงไม่มีการแบ่งชั้นวรรณะ ผมจะไม่ยอมเชื่อเด็ดขาดการแบ่งระดับลิงมีมาแต่โบราณกาลแล้ว ดังจะเห็นได้จากระเบียงภาพในวัดพระแก้วลิงของพระรามนั้นมีหลายระดับ

ทุกวันนี้ ความแตกต่างระหว่างลิงในกรุงเทพ ฯ กับ ลิงที่บ้านนอกก็แตกต่างกันมีความเป็นอยู่ไม่เหมือนกัน

ลิงที่กรุงเทพ ฯ อยู่กันอย่างเป็นระเบียบ มีคนเลี้ยงดูทุกวัน เห็นได้เพียงตามสวนสัตว์หรือซาฟารี เวิร์ลด์

ลิงที่บ้านนอก ดังที่สุดก็ต้องเป็นลิงลพบุรี มีมนุษย์ไปจัดอาหารเลี้ยงเป็นประจำทุกปี

ลิงชนบท ชอบให้คนไปเยี่ยมเพราะจะได้ของกินคนก็ชอบไปหาลิงเพื่อหาอาหารให้ลิงกินเล่นหรือกินจริงๆ เหตุที่คนชอบให้อาหารลิงเพราะสะดวกดีแค่ของกิน ส่วนของดื่มไม่จำเป็น ลิงกินปาท่องโก๋ได้โดยไม่ต้องมีกาแฟดื่มตาม

มีข้อเปรียบเทียบระหว่างคนกับลิงอยู่ 2 อย่าง “ซนยังกะลิง” และ “มือไวเหมือนลิง” แสดงว่าลิงเป็นสัตว์เลี้ยงประเภทมือไว และค่อนข้างซนมากกว่า ลูกสุนัขทั่วไป

นอกจากข้อเปรียบเทียบนี้แล้ว ลิงก็ยังได้รับการฝึกจากค่ายศิลปินให้เป็นดาราเพราะสามารถเล่นละครได้จนกลายเป็นละครลิง

ละครลิง มีสถานภาพคล้ายนักการเมือง ต้องแต่งตัว ทาสี และมีเครื่องแบบ แล้วก็ไหว้เป็นไม่เหมือนนักการเมืองก็ตรงที่ว่า พูดมากไม่ได้ และต้องเล่นตามบทเท่านั้น

ผมเจอละครลิง ก่อนที่ผมจะได้พบลิงจริงๆ ตามบ้านนอก หรือในสวนสัตว์เจอแล้วก็เกิดความประทับใจในความศิวิไลซ์ของลิง ขนาดผมเป็นคน (ยังเด็กมากในตอนนั้น) ผมยังไม่นุ่งกางเกงลิง หลังจากเห็นลิงนุ่งกางเกงเล่นละครแล้ว ผมจึงมาหัดสวมกางเกงลิง

ส่วนใครก็ตามที่บอกผมว่า มนุษย์เราเป็นทายาทของลิง ผมยังไม่อยากเชื่อเท่าไรนักเพราะถ้าเป็นจริงเช่นนั้น เราเป็นมนุษย์กันก็หลายพันปีเหตุใดเราจึงไม่เปลี่ยนรูปเปลี่ยนร่างกันไปบ้างหลังจากพัฒนาการมาจากความเป็นลิง

อย่างไรก็ตาม จากหนังสือเรื่อง “ห้วงมหรรณพ” ของ คุณชายคึกฤทธิ์ท่านได้กรุณาให้ความเห็นในเรื่องนี้ไว้ตอนหนึ่งดังนี้

“ผู้รู้ที่ควรจะเชื่อได้เขาบอกว่า เมื่อประมาณล้านปีมาแล้วมีสัตว์ตัวหนึ่งซึ่งเป็นต้นตระกูลมนุษย์ทั้งปวงผู้อยู่ในโลกทุกวันนี้

ต้นตระกูลมนุษย์คนนั้น แกมีมันสมองเล็กกว่าคนปัจจุบันมากสติปัญญาถ้าจะเทียบกับเด็กอายุหกเจ็ดขวบทุกวันนี้ ก็จะต้องเรียกว่า เป็นเด็กโง่เวลาแกจะเดินไปไหนมาไหน ก็เดินตัวตรงๆ อย่างคนทุกวันนี้ไม่ได้ แต่เดินเปะปะย่อหัวเข่าไปและหลังค่อมแขนห้อยลงมาเกือบถึงพื้นดิน

ต้นตระกูลของคนนี้ แกมีขนทั้งตัวคล้ายๆ ลิง และทำท่าว่าจะมีหางเอานิดๆ

สรุปแล้ว คุณก๋งของผมคนนี้ไม่ใช่ชายงาม และเมียของคุณก๋งนั้นถ้าเอาไปประกวดนางงามก็เป็นปิ๋วแน่แต่ชายงามและนางงามทุกวันนี้ก็เป็นเหลนโหลนลื้อของคุณก๋งคนนี้เอง

ทุกวันนี้ที่นับว่าเคราะห์ดี ก็เพราะคุณก๋งไม่แยกหน่ออย่างในภาษาไทย (หน่อเนื้อเชื้อไข) หรือแบบเดียวกับต้นกล้วย หรือต้นกล้วยไม้แต่แกชอบทำสิ่งที่ชายงามและนางงามทุกวันนี้ชอบทำนั่นเอง คือ แกชอบนอนกับเมียแก แล้วเกิดมีลูก

ผลกรรมต่างๆ ของคุณก๋ง ก็มาตกแก่ลูกแกตามหลักกรรมพันธุ์ หรือกรรมทายาท ก็ตามใจ

เพราะลูกคุณก๋ง ก็คือ กลละที่หลุดมาจากตัวคุณก๋งมาผสมกับกลละอีกอันหนึ่งในตัวของเมียคุณก๋งเท่านั้นเอง และกลละนั้นก็สืบต่อมาถึงหลานเหลนผลกรรมมันจึงติดมาด้วย

เป็นต้นว่า คุณก๋งแกเป็นคนชอบรู้ชอบเห็น มีมือสองมืออยู่ว่างๆ ไม่ต้องใช้เดินเป็นสี่ตีนเหมือนสัตว์อื่นแกก็เที่ยวจับอะไรต่ออะไร เล่นไปดูไป และ “คิด” ไป เพราะมันสมองแกเล็กคุณก๋งแกก็คิดออกบ้างไม่ออกบ้าง แต่เพราะมโนกรรมของคุณก๋งนั้นลูกหลานเหลนของคุณก๋งที่ผสมพันธุ์ออกลูกกันต่อๆ มาก็มีมันสมองเจริญเติบโตขึ้นจนกลายเป็นคนขนาด คาร์ลมาร์กส์ และไอน์สไตน์ ไปก็มี

แต่สันดานโง่ของคุณก๋งก็เป็นผลกรรมสืบเนื่องลงมาเหมือนกันเห็นได้ในตาแก่บางคนที่ชอบเล่นการเมืองอยู่ทุกวันนี้

นอกจากนั้น คุณก๋งแกก็คงอยากเป็นชายงามอยู่เหมือนกัน เดินหลังกุ้งย่อเข่าอยู่อย่างนั้นมันไม่โก้ไม่เก๋แกก็คงหัดยืดตัวให้ตรงๆ บ้าง แต่ก็คงยืดไม่ขึ้น ขนที่รุงรังไปทั้งตัวนั้นก็คงเป็นที่อาศัยของหมัดและเหารำคาญใจนักแกก็คงดึงๆ มันทิ้งเสียบ้าง

เมียของคุณก๋ง แกก็คงอยากเป็นนางงามอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน เห็นฝนชะดินแดงออกมาเป็นสีแดงสวยดีแกก็เอามาทาหน้าทาตัว หรือเจอะลูกไม้หรือกรวดหินสีสดตลอดจนเปลือกหอยแกคงเก็บเอามาติดผมหรือคล้องคอ

ความอยากสวยอยากงามของคุณก๋งและเมียคุณก๋งนี้ เป็นภวาสวะกิเลสอยากเป็นอะไรต่ออะไรที่ดีกว่าเก่า และเป็นกำลังที่ทำให้คุณก๋งและเมียผสมพันธุ์กันออกลูกและผสมกันเรื่อยมา จนในที่สุด ปรากฏผลเป็นชายงามและนางงามที่เห็นอยู่ดาษดื่นถ้าคุณก๋งแกกลับมาดูได้และได้แลเห็นคนเหล่านี้ แกคงหัวร่อชอบใจ ร้องบอกเมียแกว่า

“ยายเอ๋ย ! เห็นฝีมือข้าไหมล่ะ ?”

ที่มนุษย์เป็นมนุษย์ทุกวันนี้ ก็เพราะคุณก๋งแกไม่ประพฤติตนอย่างผัก ถ้าบังเอิญแกทำอย่างนั้นก็จบกัน

สมมติว่าคุณก๋งแกอยู่ๆ แกเกิดเหงาขึ้นมา อยากได้ใครเป็นเพื่อน แกก็ตัดเนื้อจากตัวแกชิ้นหนึ่งไปชำไว้ในที่ร่มๆ ต่อมาเนื้อชิ้นนั้นก็งอกขึ้นมาเป็นคนอีกคนหนึ่ง

ถ้าคุณก๋งทำได้อย่างนั้น คนคนนั้นก็จะต้องเป็นคุณก๋งนั้นเอง ไม่มีอะไรผิดแปลกเปลี่ยนแปลงไปเลยและถ้าหากคุณก๋งจะชำเนื้อตัวเองเรื่อยๆ ไป ในที่สุดก็จะได้คนเป็นจำนวนร้อย

แต่คุณก๋งก็จะไม่หายเหงา

เพราะจะเห็นหน้าตัวเองเป็นร้อยๆ เท่านั้นเอง ไม่มีอะไรดีขึ้น หรือกลับจะยิ่งร้ายไปใหญ่เพราะจะเบื่อหน้าตัวเองหนักไปกว่าเก่า

ข้อสำคัญที่ผมอยากจะบันทึกไว้ก็คือ ถ้าหากไม่มีการผสมพันธุ์ทางเพศมนุษย์ก็จะไม่เป็นมนุษย์ทุกวันนี้ แต่จะมีรูปร่างลักษณะจิตใจคงอยู่เหมือนกับมนุษย์เมื่อล้านปีมาแล้ว

ความจริงข้อนี้ ใช้ได้สำหรับสัตว์และพืชทั้งปวงในโลก”

ท่านผู้อ่านฟังแล้ว เป็นสิทธิ์ที่ประธานในที่ประชุมใหญ่ของโลกค้านไม่ได้เชื่อหรือไม่เชื่อก็เป็นสิทธิ์ของท่านเอง

สำหรับผม ก็ได้แต่ขอบคุณ พฤติกรรมทางเลือกของคุณก๋งเลือกเอาทางผสมพันธุ์ทางเพศมากกว่าเลือกกระทำการอย่างผักพืชทั่วไป

ตะปูควง-ชายหนุ่มของกรุงเทพ ฯ หลานคุณก๋งออกไปต่างจังหวัดและเกิดความจำเป็นต้องค้างแรมกับชาวนาคนหนึ่งระหว่างทาง

ชาวนาเจ้าบ้านบอกกับทีมเยือนว่า

“คุณนอนค้างคืนได้ แต่ผมมีเตียงเดียวซึ่งผมต้องนอนกับเมียผมส่วนคุณต้องไปนอนกับลูกสาวเก้าคนของผม”

ตะปูควงกลืนน้ำลายเอื้อก ชาวนาสั่งต่อไปว่า “และก็ขอบอกเด็ดขาดว่าอย่าทำอะไรลูกสาวผมเป็นอันขาด มิฉะนั้นผมจะยิงคุณตายแน่”

ว่าแล้วชาวนาก็เอาปืนลูกซองบรรจุกระสุนแล้ววางพิงฝาเรือน เป็นพยานในความเด็ดขาด

คืนนั้นเอง ลูกสาวคนโตลงมือก่อนเป็นคนแรก ปลุกล้ำชายหนุ่มจนสำเร็จถัดมาก็เป็นรายการของคนที่สอง สาม สี่ จนกระทั่งห้า ตะปูควงก็ทำท่าว่าจะทนไม่ไหว

“ขอพักก่อนไม่ได้เหรอ ?” ชายหนุ่มหลานคุณก๋งขอร้อง

ถึงรายที่เจ็ด เขาก็ไม่ไหวหมดสภาพ ลูกสาวคนที่เจ็ดซึ่งจะชื่อรจนาหรือเปล่าไม่ทราบระเบิดความโกรธออกมาว่า

“คุณต้องนอนกับฉัน ไม่งั้นจะตะโกนบอกพ่อ…”

“เอาเถอะ แม่คุณเอ๋ย ! ช่วยบอกพ่อเถอะ” หลานคุณก๋งคราง “ผมตายด้วยกระสุนปืนเสียยังจะดีกว่าการตายช้าๆ แบนี้”



------------------------------
เรื่องโดย : บรรเจิด ทวี
ภาพโดย : -
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มกราคม ปี 2547
คอลัมน์ : เล่นท้ายเล่ม
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/IeZ0A
อัพเดทล่าสุด
24 Sep 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,549,000
3.
1,749,000
4.
2,249,000
5.
4,590,000
6.
1,999,000
7.
3,990,000
8.
3,065,000
9.
2,790,000
10.
5,490,000
11.
1,354,000
12.
3,399,000
13.
750,000
14.
1,129,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th