บทความ

แก้ปัญหาแบบ ไทย ๆ


ประเทศไทยของเรามักจะปล่อยให้เกิดปัญหาเสียก่อน แล้วจึงแก้ไข ทั้งๆที่ผู้เกี่ยวข้องน่าจะรู้อยู่เต็มอกแล้วว่าการกระทำบางอย่างจะก่อให้เกิดปัญหาใหญ่ตามมาอย่างแน่นอนโดยเฉพาะปัญหาจราจรที่เกิดขึ้นจากการตัดถนนสายใหม่

ตัวอย่างผมอยากจะกล่าวถึงคือ สี่แยก แยกเกษตรตัดใหม่ บริเวณใต้สะพานลอยข้ามแยกเกษตร ทั้งๆที่ก่อนเปิดถนนตัดใหม่รถที่แยกนี้ก็ติดพอสมควรอยู่แล้วพอเปิดทางเชื่อมจากสามแยกเป็นสี่แยกเท่านั้น รถที่มาจากถนนเลียบทางด่วน เอกมัย-รามอินทรา
สุขาภิบาล 1 และรถจากบริเวณวัดลาดปลาเค้ารวมทั้งบริเวณข้างเคียง ต่างก็ไหลทะลักมาใช้ถนนเส้นนี้จนเกิดวิกฤติ นอกจากนี้ยังมีบรรดารถที่มาจากงามวงศ์วานข้ามสะพานลอยมายังสี่แยกนี้ติดเป็นแถวยาวต้องมีการปรับแก้ปัญหากันหลายครั้งจนสถานการณ์ดีขึ้นเล็กน้อยกระทั่งมีโครงการจะสร้างอุโมงค์ลอดใต้แยกนี้เพื่อเพิ่มความคล่องตัวของการจราจรไม่อยากนึกถึงภาพขณะก่อสร้างเลยว่ารถราจะติด “นรก” ขนาดไหน

อีกแห่งที่มีปัญหาหนักในขณะนี้คือ เชิงสะพานสาทรฝั่งธนบุรีก่อนข้ามไปยังฝั่งพระนครซึ่งแต่เดิมก็ติดหนักอยู่แล้ว บางครั้งรออยู่เกือบชั่วโมง ยังไม่สามารถข้ามสะพานไปฝั่ง กทม. ได้แต่หลังจากที่เปิดวงแหวนรอบในที่เชื่อมระหว่างถนนรัตนาธิเบศร์-สาทร
รถทั้งหลายก็หลั่งไหลมาสู่ถนนเส้นนี้อย่างมากมายจนเป็นประเด็นให้ผู้เกี่ยวข้องต้องมารวมตัวเพื่อแก้ปัญหาบนถนนสาทร ทั้งๆ
ที่น่าจะรู้ล่วงหน้าแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากเปิดให้ใช้ถนนตัดใหม่เชื่อมกับเส้นนี้ ซึ่งตามปกติก็”ย่ำแย่” พออยู่แล้ว

นอกจากนี้ยังมีถนนตัดใหม่อีกหลายแห่งที่นำรถเข้ามาสู่ถนนสายต่างๆซึ่งบางครั้งถนนเหล่านี้ไม่ค่อยมีรถใช้งานกลับมีสารพัดรถจากถนนตัดใหม่ถาโถมเข้ามาจนเกิดปัญหาจราจรจลาจล

ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าก่อนสร้างถนนตัดใหม่ต่างๆ ทำไมไม่มีหน่วยงานศึกษาหาข้อมูลให้เรียบร้อยเพื่อเตรียมการแก้ไขก่อนที่ปัญหาจะบานปลายจนยากที่จะแก้ไขเท่าที่สังเกตดูมาตลอดกลายเป็นแก้หลังจากที่เกิดปัญหาใหญ่ๆ เสียก่อน เป็นอย่างนี้ทุกที

หรือดูกันง่ายๆ กรณี สนามบินสุวรรณภูมิที่คาดว่าจะเปิดบริการอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจนบัดนี้ก็ได้แต่ได้ยินข่าวโครงการรถไฟฟ้า รถไฟ ฯลฯ ที่จะขนส่งมวลชนจากที่ต่างๆไปสู่สนามบินแห่งใหม่ คาดเดาได้เลยว่าเมื่อสนามบินสร้างเสร็จ โครงการต่างๆ เหล่านี้ก็ยังไม่แล้วเสร็จมีแต่เพียงถนนสายหลักที่เตรียมไว้เท่านั้น ทำไมต้องให้รอปัญหาที่รู้ว่ามีแน่ๆเกิดขึ้นมาก่อนแล้วจึงจะมีสิ่งต่างๆ มารองรับ

ผมเคยคุยกับเพื่อนเล่นๆ ว่า อยากไปอยู่ต่างประเทศสัก 10 ปี รอให้โครงการต่างๆ ในกรุงเทพ ฯ เช่นรถไฟฟ้า รถใต้ดิน สะพานลอย อุโมงค์ลอดใต้ทางแยก ฯลฯ เสร็จเรียบร้อยก่อนแล้วค่อยกลับมา ช่วงนั้นกทม. คงจะน่าอยู่ขึ้นอีกมากทีเดียว

ช่วงนี้ก็ทนๆ กันไปก่อนนะครับ



------------------------------
เรื่องโดย : อัฐฒา นายเรือ
ภาพโดย : -
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มกราคม ปี 2547
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/IF9kx

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
23 Sep 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,549,000
3.
1,749,000
4.
2,249,000
5.
4,590,000
6.
1,999,000
7.
3,990,000
8.
3,065,000
9.
2,790,000
10.
5,490,000
11.
1,354,000
12.
3,399,000
13.
750,000
14.
1,129,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th