บทความ

พลภัทร ลีนุตพงษ์


พลภัทร ลีนุตพงษ์ เป็นบุตรชายของ พงษ์เทพ ลีนุตพงษ์ ที่มาสานต่อกิจการของตระกูลในตำแหน่งกรรมการบริหาร บริษัท ยูโรเปี้ยน ออโตโมบิลส์ จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ เปอโฌต์จบการศึกษาด้าน COMPUTER SYSTEMS, COMMUNICATIONS,&ELECTRONICENGINEERING จาก RMIT UNIVERSITY ประเทศออสเตรเลีย เริ่มงานครั้งแรกที่บริษัทสามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ช่วงนั้นธุรกิจมือถือกำลังเริ่มต้น โดยทำงานเกี่ยวกับระบบไอที

หลังจากนั้นก็ไปศึกษาต่อปริญญาโท MBA WITH A CONCENTRATION IN MIS ที่บอสตันสหรัฐอเมริกา กลับมาครั้งนี้เริ่มงานที่บริษัท ยูโรเปี้ยน ออโต้โมบิลส์ จำกัดแต่ในช่วงแรกทำงานด้านบริการหลังการขายต่อจากนั้นดูแลในส่วนรถที่ส่งมาจากต่างประเทศว่าจะสามารถทำตลาดในเมืองไทยได้หรือไม่ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องราคา จำนวนรถที่จะส่งมา ผลงานที่ผ่านมาได้แก่ เปอโฌต์ รุ่น 206 และ 307เปิดประทุน

“ช่วงแรกการทำงานต้องเรียนรู้งานเกือบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น การตลาด การขายเพราะเมื่อดูจากตลาดแล้วในประเทศไทยแตกต่างจากต่างประเทศมาก เพราะคนไทยจะนิยมรถบีเอมดับเบิลยู เมร์เซเดส-เบนซ์ แต่รถ เปอโฌต์ กลับไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควรดังนั้นจึงต้องพยายามหาแนวทางแก้ไขให้เปอโฌต์ ประสบความสำเร็จมากกว่านี้ในเมืองไทย”

ที่ผ่านมาได้มีการเปลี่ยนแปลงในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการประชาสัมพันธ์เพิ่มมากขึ้น การบริการซึ่งปีที่แล้วประสบความสำเร็จ โดยในส่วนของอะไหล่ทำได้มากกว่าเป้าที่ตั้งไว้เมื่อเห็นว่าทำการตลาดด้านอะไหล่ได้ดี ก็พยายามทำตลาดให้ได้มากที่สุดเพราะที่ผ่านมาภาพพจน์ในเรื่องอะไหล่รถ เปอโฌต์ นั้นค่อนข้างไม่ค่อยดีแต่ก็ได้มีการแก้ไขให้เป็นสินค้าราคาเดียวทั่วประเทศและชี้ให้ลูกค้าเห็นว่าอะไหล่แท้นั้นดีกว่าของเทียม เพราะมีการรับประกัน

ส่วนด้านบริการได้นำระบบ OCS เข้ามาใช้ในด้านการบริการหลังการขาย โดยเริ่มต้นตั้งแต่ CUSTOMER SERVICE MODULE/ QUALITY CONTROL MODULE และ OVERALL ORGANIZATION MODULE ที่ปรับปรุงให้แต่ละสาขาใช้ระบบเดียวกันเพื่อให้ลูกค้าได้รับการบริการที่ถูกต้อง ประทับใจ

พลภัทร ตั้งเป้าหมายไว้ว่าอยากจะนำเข้ารถรุ่นใหม่ๆมาจำหน่ายในประเทศไทยเพิ่มมากยิ่งขึ้นเพราะนั่นคือ การสร้างยอดขายให้บริษัทแต่ก็มีข้อเสียในเรื่องของราคาที่บริษัทแม่ตั้งไว้ค่อนข้างสูงอย่างไรก็ตามปัจจุบันบริษัทแม่ให้ความสำคัญกับตลาดในเอเชียเพิ่มมากขึ้นโดยตั้งศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ ดูแลตลาด 22 ประเทศเหมือนกับขณะนี้มีศูนย์เทรนิงอยู่ใกล้จะทำให้เกิดการเทรนิงบ่อยขึ้นรวมถึงในอนาคตที่จะมีการใช้เงื่อนไขอาฟตา

“อยากให้มีรถสักรุ่นที่มียอดขายในหลักหมื่นคันขึ้นไป หรือหลายพันคันต่อปีซึ่งจะทำให้เกิดกำลังใจในการทำงานทั้งดีเลอร์ พนักงาน ความตั้งใจคาดว่าน่าจะเป็นรถที่เล็กกว่า 406เนื่องจากลูกค้าในกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่เพิ่งจบการศึกษา คนเริ่มทำงาน และรถ เปอโฌต์เริ่มเปลี่ยนเป็นระบบอีเลคทรอนิคส์ ซึ่งจะทำให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจมากขึ้น ตั้งเป้าว่าภายใน 2-4 ปี จะพยายามทำให้ได้”

และด้วยความมุ่งมั่นและประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้จากทั้งปู่ และพ่อ จึงตั้งใจว่า เปอโฌต์ จะเป็นรถหนึ่งในใจของคนไทย หากมีความตั้งใจจริงที่จะสร้างให้เกิดขึ้นในตลาด เพราะตัวสินค้าที่มีการพัฒนาทั้งในด้านเทคโนโลยี การตลาด และราคาที่สามารถแข่งขันได้กับคู่แข่งในตลาด

“ความตั้งใจที่จะทำให้ เปอโฌต์ สำเร็จ ผมต้องทำให้เห็นว่าเราตั้งใจ ถ้าเขาเห็นว่าเราตั้งใจก็จะเห็นว่าเราเป็นผู้นำในการทำงาน ต้องมีกำลังใจ ให้กำลังใจ พยายามให้ทุกคนมีอนาคตไปพร้อมกับเปอโฌต์”

พลภัทร ได้เรียนรู้และอยู่กับ เปอโฌต์ มานาน มองว่าเป็นสินค้าที่ดีและเมื่อทำงานแล้วก็ควรจะมีความสุข สนุกกับการทำงาน และสร้างให้ผู้ร่วมงานมีความสุขไปด้วย



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : เกรียงศักดิ์ ปันสม
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2546
คอลัมน์ : จับตา
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/V06Gf

Follow autoinfo.co.th