บทความ

รถเล็กจ่าย


จนถึงทุกวันนี้ที่เราถือว่าบ้านเมืองเจริญก้าวหน้า ไม่ล้าหลัง ผู้คนมีความรู้ มีหูตากว้างไกล อย่างน้อยๆ ก็มีมือถือเสียสตางค์ให้นายกทักษิณแทบทุกตัวคน ไม่นับโทรศัพท์เจ้าอื่นๆ อีก เข้าข่ายรู้เหนือรู้ใต้ ไม่ไดโนเสาร์อาทิตย์อีกต่อไปแล้ว

แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ คติที่ว่า “รถเล็กไม่ผิด มอเตอร์ไซค์ไม่ผิด” เมื่อมีเหตุไปปะทะกับรถยนต์ คนบ้านเรายังยึดถือไว้อย่างเหนียวแน่น ไม่ว่ากฎหมายจะเขียนไว้ยังไงก็ตาม

โดยเฉพาะบรรดานักบิดด้วยแล้ว ต้องแกล้งเซ่อไว้ก่อน กะเกณฑ์ให้รถยนต์รับผิดไว้ก่อน เอะอะโวยวายจะเอาผิดจะเอาเงินจากคนขับรถยนต์ให้ได้

สาเหตุสำคัญอีกอย่างคือ “เจ้าหน้าที่” ของรัฐ ซึ่งไม่ต้องบอกหรอกว่าหน่วยไหน ผสมโรงแกล้งบื้อไปด้วย พยายามชี้นำให้ฝ่ายรถเล็กได้เปรียบ เรียกร้องกับรถยนต์ ที่เป็นอย่างนั้นเพราะเงินทองอาจตกถึงมือด้วย ถ้าฝ่ายรถยนต์ต้องจ่าย

ขืนเถรตรง รถเล็กหรือรถมอเตอร์ไซค์ผิดก็ว่าไปตามผิด รถยนต์ซึ่งน่าจะมีเงินมากกว่าไม่ต้องควักกระเป๋าจ่าย เจ้าหน้าที่ก็เสียเที่ยว ไม่ได้ค่าเก๋าเจี๊ยะว่างั้นเหอะ

นี่คือเรื่องจริงอย่างหนึ่งในบ้านเรา ทำนองเดียวกับเรื่อง “ส่วยอาบนวด” ทุกวันนี้ก็ยังต้องจ่าย สำหรับรายที่ไม่ได้โวยวายอย่างนายชูวิทย์เขา ไม่เชื่อไปสาบานเจ็ดวัดเจ็ดวาดูสิว่าปลอดส่วยอย่างสิ้นเชิง

สำหรับคดีนี้เป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่า “รถจักรยานยนต์ผิด” เหมือนกัน ต้องจ่ายเหมือนกัน ตามไปดูแล้วจะรู้ซึ้ง

วันเกิดเหตุ รถยนต์กระบะของทางราชการหน่วยหนึ่งแล่นไปตามถนนในต่างจังหวัดตามปกติวิสัย ทันใดนั้น มีรถสองล้อติดเครื่องขับขี่โดย “นางเต็มที่” พุ่งออกมาจากข้างทางเพื่อเข้าสู่ถนนใหญ่อย่างเต็มที่ โดยไม่ดูตาม้าตาเรือพุ่งเข้าชนรถยนต์ตรงล้อด้านหลัง

อย่าคิดว่ารถใหญ่จะไม่เป็นไร ปรากฏว่ารถยนต์ที่โดนชนเสียหลักถึงกับตกถนนพลิกคว่ำ ยังดีที่ไม่มีใครตาย แม้กระทั่งนางเต็มที่ ก็รอดมาได้

งานนี้ถ้ารถกระบะเป็นของชาวบ้านชาวช่องทั่วไป คงโดนบี้ให้จ่ายเงินค่าเสียหายแก่ นางเต็มที่ ไปแล้ว เมื่อเป็นรถยนต์ของทางราชการจึงแข็งอยู่ได้ ตำรวจก็ไม่ชี้นำอะไรนัก

แต่เรื่องทำท่าจะเจ๊า เมื่อคณะกรรมการสอบสวนเรื่องราวของกรมกองที่เป็นเจ้าของรถยนต์มีความเห็นออกมาว่าเป็นเหตุสุดวิสัย ต่างคนต่างซ่อมก็แล้วกัน

งานนี้ยังไม่จบ หน่วยงานราชการต้องส่งเรื่องไปที่กระทรวงการคลังพิจารณาอีกยกหนึ่งว่าจะเอายังไง เห็นด้วยหรือไม่

เวลาผ่านไปนานโข กระทรวงการคลังซึ่งทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของชาติบ้านเมืองมีหนังสือแจ้งมาถึงหน่วยงานเจ้าของรถยนต์ ระบุว่าได้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการที่ปรึกษาความรับผิดทางแพ่งซึ่งแต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรีตรวจสอบแล้วแทงลงมาว่า รถมอเตอร์ไซค์เป็นฝ่ายประมาท ต้องรับผิดจ่ายค่าซ่อมรถยนต์ให้แก่ทางการ

หน่วยงานเจ้าของรถยนต์จึงมีการทวงถาม นางเต็มที่ เมื่อไม่ได้ผล นางเต็มที่เฉยอยู่ ต้นสังกัดเจ้าของรถกระบะจึงดำเนินการยื่นฟ้อง นางเต็มที่ เป็นคดีแพ่ง บังคับให้จ่ายค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย

นางเต็มที่ สู้คดี ให้การว่าคนขับรถกระบะเป็นฝ่ายประมาท บังอาจขับรถยนต์ไปตามถนนใหญ่โดยไม่สนใจรถที่ออกมาจากซอย ค่าเสียหายอย่างมากไม่เกิน 5 พันบาท คดีขาดอายุความเพราะฟ้องเกิน 1 ปี นับแต่วันเกิดเหตุ นับแต่วันที่มีการแทงเรื่องว่าเจ๊าเป็นเหตุสุดวิสัย ขอให้ยกฟ้องเสีย

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพยักหน้าหงึกเห็นด้วยกับฝ่าย นางเต็มที่ คดีขาดอายุความแล้ว พิพากษายกฟ้อง ให้นางเต็มที่ ชนะคดีในยกแรก

งานนี้มียกสอง ฝ่ายรถยนต์ยื่นอุทธรณ์ ยืนยันว่าคดีไม่ขาดอายุความ ต้องนับหนึ่งตั้งแต่วันที่คณะกรรมการที่ปรึกษาความรับผิดทางแพ่งชี้มูลว่ารถจักรยานยนต์เป็นฝ่ายประมาท เมื่อนับถึงวันฟ้องยังไม่เกิน 1 ปี ต้องตัดสินให้รถยนต์เป็นฝ่ายชนะคดี

ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว เห็นด้วยกับโจทก์ พิพากษากลับให้ นางเต็มที่ แพ้คดี ให้จ่ายค่าเสียหายตามฟ้องหลายหมื่นบาทพร้อมดอกเบี้ย

จำเลยคือ นางเต็มที่ ไม่ใช่ขี้ไก่ สู้เต็มที่เหมือนชื่อ ให้ทนายยื่นฎีกา ชูธงในประเด็นสำคัญว่าคดีขาดอายุความไปนานแล้ว ขอให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาเพ่งดูคดีนี้จนตาลายเล็กน้อย เพราะแก่ชรามากแล้ว และชี้ขาดออกมาว่า

ตามท้องเรื่อง เมื่อคณะกรรมการของกรมกองเจ้าของรถยนต์สอบสวนทวนความแล้วชี้ว่าเป็นเหตุสุดวิสัย ไม่มีใครต้องรับผิด มีผลเท่ากับว่าฝ่ายเจ้าของรถยนต์คือหน่วยงานนั้นไม่รู้ว่ามีเหตุละเมิดเกิดขึ้น ไม่รู้ว่ามีใครต้องรับผิด

ต่อมาเมื่อกระทรวงการคลังส่งเรื่องให้คณะกรรมการที่ปรึกษาความรับผิดทางแพ่งพิจารณาตามระเบียบของกระทรวงการคลัง แล้วชี้ว่ารถจักรยานยนต์ประมาท ต้องจ่ายค่าเสียหายให้แก่รถยนต์ ถือว่าหน่วยงานเจ้าของรถยนต์เพิ่งรู้เหตุละเมิดและรู้ตัวผู้กระทำละเมิดในวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากกระทรวงการคลัง เมื่อนำคดีนี้มาฟ้องไม่เกิน 1 ปี คดีก็ไม่ขาดอายุความหรอกนะ นางเต็มที่

ว่าแล้วศาลฎีกาก็พิพากษายืน ให้ นางเต็มที่ แพ้คดีแบบไม่มีทางดิ้น

นี่คือตัวอย่างของการพิจารณาว่าอายุความในคดีพรรค์นี้แบบนี้ซึ่งเกี่ยวข้องกับทางราชการงานเมือง เขานับหนึ่งกันอย่างไร ขาดอายุความหรือไม่ เชื่อว่ามิตรรักแฟนเพลงคงเข้าใจ

และยังชี้ให้เห็นอย่างจะๆว่า รถมอเตอร์ไซค์ต้องรับผิดอย่างเต็มๆ เมื่อไปชนรถยนต์โดยประมาท ทำให้รถยนต์เสียหาย

จะมาอ้างว่า ของฉันเป็นรถเล็ก รถใหญ่ต้องจ่ายตามธรรมเนียมที่เห็นกันทั่วไป โดยตำรวจแกล้งเซ่อ ไม่ได้หรอกโยม

จากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 41114/2535



------------------------------
เรื่องโดย : จอมยุทธ
ภาพโดย : -
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2546
คอลัมน์ : ร่มไม้ชายศาล
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/vKEyQ

Follow autoinfo.co.th