บทความ

รถติด


“รถติด” กำลังเป็น “ศัพท์นิยม” ที่ฮิทติดปากชาวกรุงเทพ ฯ อีกแล้ว หลังจากที่ “คนเมือง” หลีกพ้นประสบการณ์ “ความน่าเบื่อทางอารมณ์” แบบนี้มานับแต่ปี 2540 หรือปีเริ่มต้นของการดิ่งลง “เหวเศรษฐกิจ ต้มยำกุ้ง”

ตอนนั้นตลาดรถยนต์ในบ้านเราหดตัวจากปีละเกือบ 600,000 คัน ลดลงมาเหลือไม่ถึง 150,000 คัน

ถามว่า ผมแปลกใจหรือไม่ ที่รถกลับมาติดอีก ?!? คำตอบก็คือ ไม่เลย เพราะนี่คือ “วัฏจักรแห่งตรรก” ที่พร้อมจะเกิดขึ้นได้กับทุกที่ในโลก ถ้าปัญหานี้ขาดการ “ใส่ใจ” อย่างจริงจังจากผู้บริหารบ้านเมือง

ปลายปี 2546 นี้ เชื่อกันว่า ตลาดรถยนต์บ้านเราจะขยายตัว ไปหยุดที่ตัวเลขสุดท้ายแถวๆ 520,000 คัน เทียบเท่ากับประมาณร้อยละ 90 ของตลาดยุค “โตสุดขีด” ของเมื่อ 6 ปีก่อน

ช่วงเวลานั้น จำได้ว่า “คนเมือง” เราเคยเจ็บปวดกับปัญหาเรื้อรังเรื่อง “รถติด” จนใครคนหนึ่งที่สังกัดพรรคการเมืองดังในยุคนั้น จับเอาไปเป็นประเด็นหาเสียงว่า ถ้าชนะเลือกตั้งก็จะอาสามาแก้ให้ แต่ครั้นได้มารับผิดชอบจริง ก็ทำไม่สำเร็จ ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง จนเข็ดขี้อ่อนขี้แก่ ไม่กล้าเอ่ยถึงอีกจนทุกวันนี้

ขณะนี้รถยนต์เราขายได้เกือบเท่าเดิมแล้ว แต่ถนนหนทางยังมีจำกัด ไม่ได้เพิ่มเป็นสัดส่วนปฏิภาคกับการขายรถ แล้วจะเกิดอะไรขึ้นเล่า ถ้าไม่ใช่

การกลับไปเจอกับปัญหาซ้ำซากเดิมๆ เรื่อง “รถติด” อีก !!!

ถามว่า เรื่องนี้ควรไปเอาผิดกับ “ผู้ซื้อรถ” หรือไม่ ?!? คำตอบก็คือ ไม่ เพราะขณะที่ซื้อรถพวกเขาเหล่านั้นก็ได้จ่ายเงินภาษีให้กับรัฐเป็นการตอบแทนไปแล้ว ซึ่งถ้าจะว่ากันไป จ่ายในอัตราที่สูงมากด้วย (คร่าวๆ ก็อยู่ในสูตร “เราซื้อคัน รัฐได้ภาษีคัน ถึงสองคัน” นั่นแหละ !)

ทีนี้เป็นหน้าที่ของรัฐ ที่จะต้องหาคำตอบให้เขาเหล่านั้นแล้วละครับว่า รัฐเอาเงินภาษีก้อนนั้นของพวกเขาไปปู้ยี่ปู้ยำ ทำอะไร…แบ่งกี่เปอร์เซนต์เทเข้างบส่วนกลางเอาไว้ใช้บริหารประเทศ และผลักกี่เปอร์เซนต์กลับคืนสู่สังคมยานยนต์ ในรูปของการสร้างสาธารณูปโภคเช่น ถนนหนทาง ระบบขนส่งมวลชน ฯลฯ !?!

นี่หันไปทางไหน ก็เห็น ถนนยังมีเท่าเดิม แทบไม่ได้งอกเพิ่มขึ้นเลย ทางด่วน ก็ด้วนตรงนั้น ขาดตรงนี้ ส่วนที่ “ลอยฟ้า” มาจากเมืองชล ฯ ก็มาหักด้วนอยู่แค่ปากทางบางนา ช่วงที่ถูกกำหนดให้วิ่งผ่านหมู่บ้าน “อิทธิพล” มาลงแถวราชดำริ เพื่อเสริมความสมบูรณ์ให้กับซีดีริงโรด ข่าวก็เงียบไปเหมือนเป่าลมใส่สากกะเบือ

ถนนตรงไหน วิ่งมาเจอกันเป็นสี่แยก กว่าจะของบมาสร้างสะพานลอย หรืออุโมงค์ลอดก็แสนยากเย็น ทั้งๆ ที่ก็รู้ว่า นี่เป็นความจำเป็นลำดับต้นๆ ของการแก้ปัญหาจราจร เห็นเก่งแต่เรื่อง เปลี่ยนเส้นทางรถวิ่ง ตรงไหนห้ามวิ่งสวน ก็เปลี่ยนให้วิ่งสวนได้ ส่วนตรงไหนที่วิ่งผ่านได้ วันดีคืนดี ก็กลับให้มันวิ่งไม่ได้เสียอย่างนั้น เป็นการสร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้กับคนใช้รถใช้ถนนไม่หยุดหย่อน

รถลอยฟ้าขนส่งมวลชน ก็อนุมัติให้สร้างแค่สายสั้นๆ ใช้ประโยชน์ไม่ได้เต็มที่ มีรถใต้ดินก็ประหลาด แปลกตรงวางราง ทำอุโมงค์เสร็จก่อนตั้งเป็นปี แต่หารถวิ่งไม่ได้ เพราะรถยังต่อไม่เสร็จ แล้วแทนที่จะให้เอกชนประมูลทำต่อ เสริมเครือข่ายให้กว้างไกล กลับปล่อยเวลาให้ผ่านไปเฉยๆ ไร้ประโยชน์

เมืองนอกอย่างในฝรั่งเศส ที่แม้จะมีรถใต้ดินมาแล้วเป็นร้อยปี เครือข่ายกว้างไกลครบถ้วน ยิ่งกว่าหยากไย่ ใยแมงมุม แต่ทุกครั้งที่ไปมา ก็ยังเห็นเขาก่อสร้าง เจาะอุโมงค์ตัดทางใหม่ ไม่ได้หยุด

ของเรา พอได้ยินคนบ่นว่า “รถติด” เสนาบดีเมืองก็ออกมาแสดงวิสัยทัศน์เสียทีหนึ่งว่า “ต้องหาทางควบคุม ให้คนซื้อรถได้ยากขึ้น”

เพราะถ้ารถขายน้อย รถก็จะได้หายติดโดยอัตโนมัตินั่นเอง

ถ้าคิดเป็นแค่นี้ ปัญหาเรื่อง “รถติด” แก้ไม่ได้หรอกครับ !!!



------------------------------
เรื่องโดย : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กันยายน ปี 2546
คอลัมน์ : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/3ishb
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง