บทความ

บีเอมดับเบิลยู เอกซ์ 3


บีเอมดับเบิลยู เอกซ์ 3
เปิดเผยโฉมหน้าแล้ว
จะออกจำหน่ายปลายปีนี้

เยอรมนี-บีเอมดับเบิลยู (BMW) ยอดผู้ผลิตรถยนต์แห่งแคว้นบาวาเรีย เปิดเผยโฉมหน้าของรถกิจกรรมกลางแจ้งแบบใหม่ล่าสุดคือ บีเอมดับเบิลยู เอกซ์ 3 (BMW X3) โดยแจกจ่ายภาพถ่ายและรายละเอียดให้แก่สื่อมวลชนทั่วโลก พร้อมประกาศยืนยันว่าจะนำตัวจริงของรถอนุกรมนี้ ออกแสดงต่อสายตาของสาธารณชนเป็นครั้งแรก ที่งานมหกรรมยานยนต์ฟรังค์ฟวร์ท ครั้งที่ 60 ซึ่งจะมีขึ้นในเยอรมนี ระหว่างวันที่ 11-21กันยายน 2003 นี้

ตัวถังซึ่งดูเผินๆ เหมือนย่อส่วนจากรถอนุกรมพี่ คือ บีเอมดับเบิลยู เอกซ์ 5 (BMW X5) ซึ่งเริ่มจำหน่ายเมื่อปี 1999 เป็นผลงานรังสรรค์ของทีมงานในแคลิฟอร์เนีย ซึ่งมี เกออฟฟ์ เวลาซโค (GEOFF VELAZCO) นักออกแบบชาวอเมริกันเป็นผู้นำ

“เราตั้งใจให้รถรหัส เอกซ์ มีรูปลักษณ์แตกต่างจากรถซาลูน และรถโรดสเตอร์รุ่นล่าสุดคือ เซด 4 เป็นสามแนวทางที่แตกต่างกัน แต่เกี่ยวเนื่องกัน” เวลาซโค บอกกับผู้สื่อข่าวในเมืองมะกัน

ในยุโรป ตลาดของ SUV (SPORT UTILITY VEHICLE) หรือ “รถกิจกรรมกลางแจ้ง” กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและน่าจับตามอง ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจอะไร ที่เจ้าของเครื่องหมายการค้า “ใบพัดเครื่องบินสีฟ้าขาว” เร่งรีบนำรถ SUV อนุกรมใหม่นี้ออกจำหน่าย

ในอังกฤษซึ่งเป็นตลาดของรถพวงมาลัยขวา เมื่อปีกลาย รถกิจกรรมกลางแจ้ง 4×4เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ โดยสามารถครองส่วนแบ่งตลาดได้สูงกว่าร้อยละ 5 เป็นครั้งแรก ด้วยยอดขายที่สูงถึง 137,576 คัน หรือเกือบสองเท่าของยอดขาย 81,710 คัน ที่ทำได้ในปี 1997

ตัวเลขล่าสุดในช่วงไตรมาสแรกของปี 2003 นี้ ก็ปรากฏว่า รถกิจกรรมกลางแจ้งในตลาดเมืองผู้ดี สามารถทำยอดขายได้สูงกว่าช่วงเดียวกันเมื่อปีกลายถึง 8,279 คัน ผู้นำตลาดคือ แลนด์ โรเวอร์ ฟรีแลนเดอร์ (LAND ROVER FREELANDER) รองลงไปคือ โตโยตา รัฟโฟร์ (TOYOTA RAV4) และ ฮอนดา ซีอาร์-วี (HONDA CR-V)

ในระยะแรก บีเอมดับเบิลยู เอกซ์ 3 จะมีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้เพียงสามขนาดได้แก่ เครื่องเบนซิน 6 สูบเรียง 2.5 ลิตร 192 แรงม้า และ 3.0 ลิตร 231 แรงม้า กับเครื่องเทอร์โบดีเซลฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง 6 สูบเรียง 3.0 ลิตร 204 แรงม้า ส่วนระบบเกียร์จะเลือกได้สองแบบ คือธรรมดา 6 จังหวะ กับอัตโนมัติ 5 จังหวะ

อีกสามเครื่องที่เตรียมไว้แล้ว และจะทะยอยตามกันมา คือ เครื่องเบนซิน 6 สูบเรียง 2.2 ลิตร 170 แรงม้า เครื่องเบนซิน 4 สูบเรียง 2.0 ลิตร 143 แรงม้า และเครื่องเทอร์โบดีเซลฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง 4 สูบเรียง 2.0 ลิตร 150 แรงม้า

ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบถาวร XDRIVE ควบคุมการทำงานด้วยระบบอีเลคทรอนิค ที่ติดตั้งอยู่ในรถกิจกรรมกลางแจ้งอนุกรมนี้ ในสภาพปกติ จะกระจายแรงบิดจากเครื่องยนต์ ไปสู่ล้อคู่หน้าและคู่หลังในสัดส่วน 35:65 อัตราส่วนนี้จะเปลี่ยนไปโดยอัตโนมัติเมื่อล้อใดล้อหนึ่งเกิดอาการลื่นไถล

บีเอมดับเบิลยู จะว่าจ้างให้บริษัท แมกนา (MAGNA) ของออสเตรีย เป็นผู้ประกอบรถอนุกรมนี้ โดยตั้งเป้าหมายการผลิตไว้ที่ระดับ 60,000 คัน/ปี คือต่ำกว่ายอดผลิตของรถ บีเอมดับเบิลยู เอกซ์ 5 ประมาณ 40,000 คัน สนนราคาค่าตัวของรถพวงมาลัยขวา ซึ่งจะเริ่มออกจำหน่ายในอังกฤษ เดือนพฤษภาคมปีหน้า คาดว่าจะเริ่มต้นที่ระดับ 26,000 ปอนด์ หรือเท่ากับประมาณ 1.82 ล้านบาท (หากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรายังคงอยู่ที่ระดับปัจจุบัน คือ เงินฝรั่ง 1 ปอนด์แลกเงินไทยได้ 70 บาท)

บีเอมดับเบิลยู เอกซ์ 3 นับเป็นหนึ่งในบรรดารถแบบใหม่รวมสามอนุกรม ที่ผู้ผลิตรถยนต์แห่งแคว้นบาวาเรีย จะนำออกสู่ตลาดในช่วงหนึ่งปีข้างหน้านี้ ที่จะตามมาในช่วงปลายปี 2003 คือ บีเอมดับเบิลยู ซีรีส์-6 (BMW 6-SERIES) และปิดท้ายด้วยรถบีเอมดับเบิลยู ซีรีส์-1 (BMW 1-SERIES) ในฤดูใบไม้ร่วงปี 2004

 

ย่อยข่าว

อังกฤษ-เอมจี โรเวอร์ (MG ROVER) ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่เพียงรายเดียวของเมืองอังกฤษ ที่ยังคงมีคนอังกฤษเป็นเจ้าของ สร้างประวัติการณ์ใหม่ โดยประกาศยืนยันเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ว่าจะนำรถยนต์นั่งขนาดเล็กซึ่งผลิตในอินเดียโดย บริษัท ทาทา เอนจิเนียริง แอนด์ โลโคโมทีฟ คัมพานี ลิมิเทด (TATA ENGINEER ING AND LOCOMOTIVE COMPANY LIMITED) หรือที่เรียกกันย่อๆว่า TELCO เข้าไปจำหน่ายในอังกฤษ โดยติดยี่ห้อ โรเวอร์ (ROVER) และตั้งชื่อรุ่นว่า ซิที โรเวอร์ (CITY ROVER) รถสัญชาติอังกฤษ/เชื้อชาติอินเดีย แบบดังกล่าว เป็นรถขนาดมีนีในตัวถังห้าประตูแฮทช์แบค ผลิตตามแบบรถ ทาทา อินดีคา (TATA INDICA) ซึ่งเป็นรถขายดีติดอันดับ “ทอพเทน” ของเมืองภารตะ เริ่มการผลิตไปแล้วเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และกำหนดไว้ว่า เดือนพฤศจิกายนที่กำลังจะมาถึงนี้ รถคันแรกจะออกอวดตัวในโชว์รูม เอมจี โรเวอร์ ตั้งเป้าหมายไว้ว่า ในช่วงห้าปีข้างหน้า จะขายรถแบบนี้ในอังกฤษและประเทศอื่นๆในยุโรปได้ไม่น้อยกว่า 200,000 คัน สนนราคาค่าตัวที่กำหนดไว้แล้วคือ 6,500-8,500 ปอนด์ หรือประมาณ 455,000-595,000 บาท

TELCO เป็นบริษัทอุตสาหกรรมที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1945 และปัจจุบันมีฐานะเป็นผู้ผลิตรถยนต์นั่งรายใหญ่ที่สุดของเมืองภารตะ มีกำลังผลิตประมาณ 200,000 คัน/ปี

 

เยอรมนี-เจ้าของเครื่องหมายการค้า”ใบพัดเครื่องบินสีฟ้าขาว” เสริมความแข็งแกร่งให้แก่กองทัพรถ บีเอมดับเบิลยู ซีรีส์-5 (BMW 5-SERIES) รุ่นใหม่ ที่เพิ่งออกจำหน่าย โดยเพิ่มรถให้เลือกใช้อีกสองโมเดล คือ BMW 525I เครื่องยนต์ 6 สูบ เรียง 2.5 ลิตร 192 แรงม้า กับ BMW 545I เครื่องยนต์ วี 8 สูบ 4.4 ลิตร 333 แรงม้า รถพวงมาลัยขวาในตลาดอังกฤษ โมเดลแรกมีค่าตัวเริ่มต้นที่ 41,555 ปอนด์ หรือประมาณ 2.91 ล้านบาท ส่วนโมเดลหลัง 27,000 ปอนด์ หรือประมาณ 1.89 ล้านบาท ตอนที่เริ่มจำหน่ายเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา บีเอมดับเบิลยู ซีรีส์-5 รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ มีรถให้ลูกค้าในยุโรปเลือกใช้เพียงสามโมเดล คือ BMW 520I เครื่องยนต์ 6 สูบเรียง 2.2 ลิตร 170 แรงม้า BMW 530I เครื่องยนต์ 6 สูบเรียง 3.0 ลิตร 231 แรงม้า และ BMW 530D เครื่องยนต์เทอร์โบดีเซล 6 สูบเรียง 3.0 ลิตร 218 แรงม้า

 

เมกซิโก-โรงงานของ โฟล์คสวาเกน ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองปูเอบลา (PUEBLA) ในเมกซิโก ยุติการผลิตรถ โฟล์คสวาเกน บีเทิล (VOLKSWAGEN BEETLE) รุ่นดั้งเดิมไปเสียแล้ว เมื่อสิ้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โรงงานแห่งดังกล่าว ซึ่งยังคงผลิตรถ “เต่าทอง” ติดต่อกันมาโดยไม่มีเว้นวรรค หลังจากโรงงานของ โฟล์คสวาเกน ในยุโรปเลิกผลิตรถแบบนี้มาตั้งแต่ปี 1978 จำเป็นจำใจต้องกำหนดวันมรณะให้แก่รถ “เต่าทอง” ซึ่งเคยเป็นที่ชื่นชมของคนทั่วโลก และนิยมใช้เป็นรถแทกซีในเมือง “จังโก” ก็เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงด้านราคา และกฎหมายใหม่ของเมกซิโกซึ่งระบุว่า รถที่จะนำมาใช้เป็นรถแทกซีต้องเป็นรถสี่ประตู ซึ่งส่งผลให้ยอดขายของรถแบบนี้ ลดฮวบฮาบจาก 41,000 คัน ในปี 2000 เหลือแค่ 24,000 คันเมื่อปีกลาย ในช่วงเวลาเจ็ดทศวรรษที่ผ่านมา โฟล์คสวาเกน ผลิตรถ “เต่าทอง” ออกจำหน่ายในตลาดทั่วโลกรวมทั้งสิ้นประมาณ 22 ล้านคัน

 

ญี่ปุ่น-ฮิโรโตชิ ฮอนดา (HIROTOSHI HONDA) บุตรชายวัย 61 ปี ของ โซอิชิโร ฮอนดา (SOICHIRO HONDA) ผู้ก่อตั้งกิจการ ฮอนดา และเป็นเจ้าของบริษัท มูเกน (MUGEN) ซึ่งป้อนเครื่องยนต์ให้แก่ทีมแข่งรถ ฟอร์มูลา วัน บริทิช จอร์แดน (BRITISH JORDAN) ในระหว่างปี 1998-2000 ถูกจับในญี่ปุ่นเมื่อปลายเดือนมิถุนายน เพราะต้องสงสัยว่ามีการหลบเลี่ยงภาษี

 

ทั้งสามภาพนี้ คือ ซูบารุ เลกาซี (SUBARU LEGACY) รุ่นใหม่ ที่เพิ่งออกจำหน่ายในเมืองปลาดิบ เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา นับเป็นรถรุ่นที่สี่ และเป็นรถที่ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่หัวจรดหาง และก็เช่นเดียวกับรถรุ่นที่แล้ว รถรุ่นใหม่นี้มีตัวถังให้เลือกใช้รวมสองแบบ คือ ตัวถังสี่ประตูซีดาน ยาว 4.635 ม. กว้าง 1.730 ม. และสูง 1.425 ม. กับตัวถังห้าประตูตรวจการณ์ ยาว 4.680 ม. กว้าง 1.730 ม. และสูง 1.470 ม. ตัวถังทั้งสองแบบ แยกโมเดลให้เลือกใช้ตามรสนิยมนับสิบโมเดลทุกโมเดลเป็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อ โดยมีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้เพียงขนาดความจุเดียวเป็นเครื่องยนต์ 4 สูบนอนยัน (บอกเซอร์) ความจุ 1,994 ซีซี ที่ปรับแต่งหลายๆ แบบทำให้ได้กำลังสูงสุดตั้งแต่ 140 ไปจนถึง 280 แรงม้า ส่วนระบบเกียร์ มีให้เลือกใช้สองแบบ คือเลือกได้ระหว่างเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ กับเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะสนนราคาค่าตัวที่ซื้อขายกันในเมืองปลาดิบ อยู่ระหว่าง 2.03-3.10 ล้านเยน หรือเท่ากับประมาณ 0.71-1.09 ล้านบาทไทย

ทาทา อินดีคา (TATA INDICA) รถนาคร สัญชาติอินเดีย เชื้อชาติอินเดีย

ซิที โรเวอร์ (CITY ROVER) รถนาคร สัญชาติอังกฤษ เชื้อชาติอินเดีย จะออก จำหน่ายในอังกฤษปลายปี 2003 นี้

โฟล์คสวาเกน บีเทิล รุ่นดั้งเดิม

โฟล์คสวาเกน นิว บีเทิล

นี่ก็เป็นรถใหม่ที่เพิ่งออกจำหน่ายในญี่ปุ่นเช่นกัน แต่เป็นผลงานของยักษ์รอง นิสสันมอเตอร์ เป็น MPV (MULTI PURPOSE VEHICLE) หรือ รถตู้กึ่งรถเก๋งอเนกประสงค์ห้าประตู/แปดที่นั่ง มีชื่อว่า นิสสัน พเรเซจ (NISSAN PRESAGE) โดยที่ภาพบนสุดเป็นรถรุ่นแรกซึ่งอยู่ในสายการผลิตมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 1998 ส่วนสามภาพล่างเป็นรถรุ่นใหม่ที่เพิ่งออกจำหน่าย ในตัวถังที่มีขนาดโตกว่าเดิมเล็กน้อย คือ ยาว 4.840 ม.กว้าง 1.800 ม. และสูง 1.685 ม. (รุ่นเดิม ยาว 4.755 ม.กว้าง 1.770 ม. และสูง 1.720 ม.) และช่วงฐานล้อ ขยายจาก 2.800 เป็น 2.900 ม. แยกโมเดลให้เลือกใช้รวมแปดโมเดล มีทั้งแบบขับล้อหน้าและแบบขับสี่ล้อ โดยมีเครื่องยนต์ให้เลือกเพียงสองขนาด คือเครื่อง DOHC 4 สูบเรียง 2,488 ซีซี 163 แรงม้า (รหัสเครื่องยนต์ QR25DE) กับเครื่อง DOHC วี 6 สูบ 3,498 ซีซี 231 แรงม้า ส่วนระบบเกียร์ก็มีสองแบบเช่นกัน คือเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ กับเกียร์อัตโนมัติปรับอัตราทดต่อเนื่องค่าตัวในญี่ปุ่น อยู่ระหว่าง 2.13-3.06 ล้านเยน หรือประมาณ 0.75-1.07 ล้านบาท



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กันยายน ปี 2546
คอลัมน์ : สังคม + ธุรกิจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/oE4x2
อัพเดทล่าสุด
25 Jul 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
1,749,000
2.
1,699,000
4.
3,299,000
5.
5,399,000
6.
6,799,000
7.
3,249,000
9.
53,500,000
11.
3,600,000
12.
4,539,000
13.
13,339,000
14.
2,999,000
15.
1,749,000
16.
1,800,000
18.
499,000
19.
979,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง

เดอลาเฮย์ วีแอลอาร์ หนึ่งในรถยนต์พระที่นั่งสำหรับทรงงานในถิ่นทุรกันดาร
ผลการแข่ง ซูเพอร์จีที เรศล่าสุด เข้มข้นไม่เปลี่ยนแปลง !!
ผลการควอลิฟายของ ซูเพอร์จีที กับการทำลายสถิติเดิมอย่างราบคาบ !!
เริ่มลุยกันแล้ว กับรอบฝึกซ้อมของ ซูเพอร์จีที !!