บทความ

การ “ถอดคำ” ภาษาต่างชาติ


มีจดหมายถามมาครับว่า “ฟอร์มูลา” ใช้หลักอะไรในการ “ถอดคำ” ที่มาจากภาษาต่างชาติ ผมจึงขออนุญาตใช้เนื้อที่ของบทบก. ฉบับนี้ ชี้แจงแถลงไขเรื่องที่ว่าให้กระจ่างกันไปเลยนะครับ

ในฐานะสื่อมวลชน “ฟอร์มูลา” ถือเป็นหน้าที่ ที่จะต้องพยายามแทรก “คำไทย” ไว้ในข้อเขียนให้มากที่สุด เพื่อผู้อ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เยาวชนของเรา จะได้ซึมซับคำเหล่านั้นไว้ด้วยจุดประสงค์ต้องการต้านวัฒนธรรมทางภาษาของชาติตะวันตก ไม่ให้แพร่กระจายเข้ามาในภาษาของเรา มากเกินจำเป็น

เราใช้หลักดังนี้ครับ

1. ถ้าคำๆ นั้น มี “คำแปล” ในภาษาไทยของเรา เราก็จะพยายามใช้ “คำไทย” เขียนเสมอเช่น เครื่องยนต์ (ENGINE) เพลาลูกเบี้ยวคู่เหนือฝาสูบ (DOUBLE OVERHEAD CAMSHAFT) ราวลิ้นเหนือฝาสูบ (OVERHEAD VALVE) รถเก๋ง หรือ รถนั่งส่วนบุคคล (SALOON หรือ PASSENGER CAR) เป็นต้น แต่ทั้งนี้ ก็อาจมีข้อจำกัดอยู่เหมือนกัน คือเราหลีกเลี่ยงที่จะเรียกคำอย่าง HARDWARE ว่า “กระด้างภัณฑ์” หรือ SOFTWARE ว่า “ละมุนภัณฑ์” เพราะรับไม่ไหวจริงๆ

ส่วน “สามัญนาม” เช่นคำว่า “SERIES” นั้น เรานิยมให้นักเขียนของเราใช้คำว่า “อนุกรม” แทน เช่น เราชอบที่จะเขียนว่า << บีเอมดับเบิลยู ผลิตรถเก๋งออกจำหน่ายทั้งหมด 3 อนุกรม ประกอบด้วย ซีรีส์ 3 ซีรีส์ 5 และซีรีส์ 7 >> ที่เขียน “ซีรีส์ 3 ซีรีส์ 5 และซีรีส์ 7″ ก็เพราะเราถือว่า คำเหล่านั้นเป็น “วิสามัญนาม” หรือ “ชื่อเฉพาะ” และเราจะไม่แปล “ชื่อเฉพาะ” เช่น C-CLASS ว่า “ชั้นซี” เพราะถ้าไปอ่าน “ชื่อแปล” นี้ให้คนต่างชาติฟัง ก็คงหาใครเข้าใจไม่ได้เป็นแน่

2. เมื่อต้องเขียนทับศัพท์ เรามีหลักอยู่ว่า จะพยายามถอดรูปเป็นภาษาไทย ให้พ้องกับเสียงตาม “ภาษาต้นกำเนิด” มากที่สุด เช่นคำว่า POLO ทั้งในภาษาเยอรมันและอังกฤษ อ่านว่า “โพโล” ไม่ใช่ “โปโล” ตามความถนัดของคนไทยยุคก่อน ที่มักออกเสียงตามอาจารย์ผู้สอนชาวฝรั่งเศสสเปน หรือโปรตุเกส ที่ออกเสียงตัว “พ” ไม่เป็น เพี้ยนเป็นตัว “ป” (ตัว “ท” เพี้ยนเป็นตัว “ต” และตัว “ค” เพี้ยนเป็นตัว “ก”) เรื่องนี้ เรามีความเห็นว่า ในเมื่อในภาษาไทยเราก็มีตัว “พ” ตัว “ท” และตัว “ค” และคนไทยเราก็ออกเสียง “พ-พาน” “ท-ทหาร” และ “ค-ควาย” ได้ เพราะฉะนั้นจึงไม่มีเหตุผลว่า ทำไมเราถึงจะไม่ถอดรูป “คำเฉพาะ” เหล่านั้น ให้ถูกต้องตามหลัก “ภาษาต้นกำเนิด” ล่ะ

แต่ในทางกลับกัน ถ้า “คำเฉพาะ” นั้น มาจาก “ภาษาต้นกำเนิด” คือฝรั่งเศส อิตาลี สเปนโปรตุเกส หรืออื่นๆ ที่เขาไม่มีรูปเสียงตัว “พ” ตัว “ท” และตัว “ค” เราก็จะถอดรูปเป็นตัว “ป” ตัว “ต” และตัว “ก” แทนให้ เช่น ปินินฟารีนา (PININFARINA) ปิแอร์ (PIERE) ปุนโต (PUNTO) และ การ์โลส (CARLOS) เป็นต้น

หลักการนี้ เรายกเว้น “วิสามัญนาม” บางคำที่คนไทยเราเคยชิน ใช้มานาน จนเกือบกลายเป็น “คำไทย” ไปแล้ว เช่น “ปารีส” (PARIS) หรือ “ลอนดอน” (LONDON) เราไม่กล้าเขียนถอดรูปเป็น “ปารีส์” หรือ “ลันเดิน” ตามวิธีปกติของเรา แต่พอมาถึง “วิสามัญนาม” คำว่า “FRANKFURT” “STUTTGART” “HEIDELBERG” และ “BERLIN” ซึ่งคนไทยยังไม่ค่อยคุ้นหูนัก เราเลือกที่จะถอดรูปเป็น “ฟรังค์ฟวร์ท” “ชตุทท์การ์ท” “ไฮเดลแบร์ก” และ “แบร์ลิน” แทนที่จะเป็น “แฟรงค์เฟิร์ท” “สตุตต์การ์ต” “ไฮเดลเบิร์ก” หรือ “เบอร์ลิน” อะไรทำนองนั้น

และเมื่อเรายึดหลักเช่นนี้ เราจึงไม่สามารถใช้วิธีการถอดรูปประเภทที่เรียกว่า “หัวมกุฏท้ายมังกร” เช่นเดี๋ยวนี้ ท่านอาจคุ้นที่เห็น คนนิยมถอดรูปคำว่า “PICKUP” ว่า “ปิคอัพ” ทั้ง ๆ ที่ตัวขึ้นต้นและลงท้ายคำๆ นี้ คือตัว “P” เหมือนกัน แต่เวลาถอดรูป ทำไมไปเลือกปฏิบัติ แทนตัว “P” แรกด้วย “ป-ปลา” แต่ตัว “P” หลังด้วย “พ-พาน” ดังนั้น คำๆ นี้ ถ้าเราไม่เขียนว่า “รถกระบะ” ท่านก็จะเห็นเราเขียนทับศัพท์ว่า “พิคอัพ”

ก่อนจะถอดรูปคำ ๆ หนึ่ง เราใช้เวลาศึกษา ค้นคว้า สอบถาม “คนรอบข้าง” อยู่พอสมควร เช่น “ชื่อเฉพาะ” คำว่า “GIORGHETTO GIUGIARO” ในภาษาอิตาเลียน เราเขียน “ลองผิด-ลองถูก” อยู่เป็นเวลาหลายปีทีเดียว กว่าจะค้นพบว่า ที่จริงแล้ว คนอิตาเลียนเขาอ่าน “โจร์เกตโต จูจาโร” ไม่ใช่ “จอร์เกตโต จิวเจียโร” หรือ “จิออร์เกตโต จิอูจิอาโร” อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้น เวลาท่านผู้อ่านเห็นคำต่างๆ ที่เราถอดรูปมาจาก “คำเฉพาะ” ในภาษาอื่น ขอได้กรุณาวางใจเถอะว่า เราเขียนโดยพิจารณาจากหลักการ และเหตุผลตามที่ผมได้เรียนไป เพื่อเลียนเสียงที่ถอดรูปนั้น ให้พ้องหรือใกล้เคียงกับ “ภาษาต้นกำเนิด” อย่างรอบคอบที่สุดแล้ว

3. เราใช้ “พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิต” อ้างอิง เฉพาะตัวสะกดที่เป็นภาษาไทย ส่วนการถอดรูปคำจากภาษาต่างชาติ พิจารณาแล้ว ยังขาดหลัก และไม่น่าเชื่อถือพอที่เราจะใช้อ้างอิงได้

ถ้าจะมีหลงหูหลงตา ต่างไปจากนี้บ้าง ก็ขออภัย และถ้าเห็น ก็กรุณาทักท้วงมาเป็นวิทยาทาน แล้วเราจะอธิบายตอบให้ทราบ หรือแก้ไข เพื่อความถูกต้อง สมบูรณ์ต่อไป



------------------------------
เรื่องโดย : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2546
คอลัมน์ : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/mJDbD

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
24 Oct 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
489,000
2.
1,199,000
4.
2,490,000
5.
479,000
6.
939,000
7.
24,500,000
8.
34,000,000
9.
23,795,000
12.
18,900,000
13.
18,999,000
14.
3,199,000
15.
3,399,000
16.
2,549,000
17.
4,499,000
18.
2,299,000
19.
3,199,000
20.
3,299,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th