บทความ

ครึ่งแรกของปี สังเวียน เอฟ 1 ระอุ


สังวียน ฟอร์มูลา วัน ประจำฤดูกาลปี 2003 จบช่วงครึ่งปีแรกไปอย่างเผ็ดร้อน แตกต่างจาก 2-3 ฤดูกาลที่ผ่านมาที่ทีม แฟร์รารี ผูกขาดชัยชนะมาโดยตลอด หลังการกลับไปปรับปรุงทีมครั้งใหญ่ของ วิลเลี่ยมส์ รองแชมพ์โลกปีที่แล้ว ทีมที่คาดว่าจะมาเป็นทีมที่ต่อกรกับ แฟร์รารีได้อย่างสมน้ำสมเนื้อมากที่สุด แต่เกมกลับพลิกผันตั้งแต่สนามเปิดฤดูกาล เมื่อ แมคลาเรน สามารถกวาดแชมพ์ไปครองได้มากกว่า

การออกสตาร์ทในฤดูกาลนี้ของ แฟร์รารี และวิลเลียมส์ พลิกความคาดหมายประกอบกับความร้อนแรงของนักขับดาวรุ่งทั้ง คีมี ไรค์โคเนน จากฟินแลนด์ และ แฟร์นันโด อาลนโซวัย 21 ปี ชาวสเปน ส่งผลต่อเส้นทางการไล่ล่าตำแหน่งแชมพ์โลกติดต่อกันของ มิคาเอลปีนี้ซึ่งเต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนามมากมาย

ทีม วิลเลียมส์ เริ่มฟอร์มเข้าที่เข้าทาง ออกไล่ล่าสำหรับการคว้าแชมพ์ที่ โมนาโค กรองด์ ปรีซ์ โดย มนโตยา เป็นการหยุดยั้งความร้อนแรงของ แฟร์รารี F2003 GA ได้อย่างชะงัดนักประกอบกับการขึ้นคว้าตำแหน่งสตาร์ทใน 2 อันดับแรกของทีมในสนามต่อมาที่ ฌิลส์ วิลล์เนิฟเซอร์กิท นั้น เป็นสิ่งที่ทำให้ทีม แฟร์รารี มีการบ้านให้ต้องกลับไปเคลียร์ในรัง มาราเนลโลให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว เพราะการแข่งขันที่เหลืออีกครึ่งฤดูกาลจากนี้ อาจจะสายเกินไป

หลังจบครึ่งปีแรก มิคาเอล สามารถทำคะแนนสะสมขึ้นไปอยู่หัวแถวได้สำเร็จเป็นครั้งแรกโดยมีคะแนนนำ ไรค์โคเนน อยู่เพียง 3 แต้มเท่านั้น

 

โมนาโค กรองด์ปรีซ์
มนโตยา คว้าแชมพ์แรกให้ทีม วิลเลียมส์

ฮูอัน ปาบโล มนโตยา ดาวรุ่งเลือดร้อนจากโคลัมเบีย คว้าแชมพ์แรกประจำปี 2003 ให้กับทีม วิลเลียมส์ และเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี ของทีมที่สามารถคว้าแชมพ์ได้ที่ โมนาโค กรองด์ปรีซ์ อีกครั้งหลังจาก เคเค โรสเบิร์ก คว้าชัยชนะครั้งล่าสุดให้ทีม วิลเลียมส์ เมื่อปี 1983

มนโตยา ออกสตาร์ทจาก กริดแถวที่ 2 ทำผลงานในรอบควอลิฟายในอันดับ 3 และสามารถควบคุม FW25 ของทีมได้อย่างไม่มีผิดพลาด ประกอบกับทีมงานเซอร์วิศในพิทที่ปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็วจนทำให้ มนโตยา เก็บได้ 10 แต้มเต็มออกจาก มนเต การ์โล เซอร์กิท ได้เป็นครั้งแรกและยิ่งมีโอกาสลุ้นแชมพ์โลกในปีนี้

การคว้าแชมพ์ในครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 2 ในชีวิตการแข่งขัน เอฟ 1 ของ มนโตยาหลังจากเคยคว้าแชมพ์แรกในชีวิตที่ มนซา เซอร์กิท ในรายการ อิตาลี กรองด์ปรีซ์ เมื่อปี 2001 ซึ่งเป็นปีแรกที่ลงแข่งขันในศึก ฟอร์มูลา วัน และ มนโตยา เป็นนักแข่งคนที่ 2 ในประวัติศาสตร์ที่สามารถคว้าแชมพ์ในรายการ อินเดียนา โพลิส 500 และ โมนาโค กรองด์ปรีซ์

โมนาโค กรองด์ปรีซ์ เป็นสนามที่ปิดถนนในนคร มนเต การ์โล เป็นสนามแข่งขันสนามแห่งนี้ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์กันมากว่าเป็นสนามที่ไม่ปลอดภัยเส้นทางการแข่งขันค่อนข้างแคบ โอกาสที่รถแข่งจะแซงกันในขณะแข่งขันเป็นไปได้ยากน่าจะเป็นสนามในระดับต้นๆ ของยุโรปที่จะถูกยกเลิก เพื่อเปิดทางให้กับสนามแห่งใหม่ในปีหน้าที่จีนและตะวันออกกลาง แต่มีผู้ที่ออกมาคัดค้านกันพอสมควรเนื่องจากที่นี่เป็นรายการแข่งขันที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในประวัติศาสตร์การแข่งรถเป็นรายการแข่งขันที่มีเสน่ห์มากที่สุด และเป็นสนามที่นักแข่งคุ้นเคยเนื่องจากมีที่พักอาศัยอยู่ในนครมนเต การ์โล หลายรายด้วยกัน

เซอร์กิทแห่งนี้ มีช่วงทางยาวอยู่เพียงแห่งเดียว คือช่วงที่ออกจากอุโมงค์ซึ่งสามารถทำความเร็วได้สูงถึง 300 กม./ชม. นอกนั้นเป็นเส้นทางคดเคี้ยวขึ้น/ลงเนินโดยผ่านโค้งต่างๆ จำนวนมาก บางโค้งเป็นแบบ แฮร์พิน (HAIRPIN) โค้งที่แคบที่สุดคือโค้งที่ โลว์ส์ (LOEWS) ทำความเร็วได้เพียง 45 กม./ชม. เท่านั้นสภาพโดยรวมรถที่ลงแข่งขันในสนามแห่งนี้ใช้พละกำลังของเครื่องยนต์เพียง 35 % เท่านั้นรอบเครื่องยนต์ที่ค่อนข้างต่ำประมาณ 5,000 รตน. มีช่วงที่เร็วที่สุดเพียงแห่งเดียวที่รอบเครื่องยนต์พุ่งขึ้นไปถึง 17,000 รตน.

ระยะทางการแข่งขันใน โมนาโค กรองด์ปรีซ์ มีระยะทางรวมเท่ากับ 260.52 กม. เป็นระยะทางที่สิ้นสุดในตารางการแข่งขัน เอฟ 1 แข่งขันรวม 78 รอบสนาม ความยาวต่อรอบเท่ากับ 3.340 กม. เซอร์กิทแห่งนี้จัดการแข่งขันครั้งแรกเมื่อปี 1929 และในปี 1950 ถูกจัดเข้าเป็นสนามที่ 2 ของตารางการแข่งขัน ฮูอัน มานูเอล ฟันโจ อดีตตำนานแชมพ์โลก 5 สมัย สายเลือดอิตาเลียน-อาร์เจนตินา เป็นนักขับคนแรกที่มาคว้าชัยชนะในรายการนี้การแข่งขันในครั้งนั้นมีรถแข่งเกิดอุบัติเหตุชนกันตั้งแต่รอบแรกเป็นจำนวนถึง 10 คัน และมีผู้ชมได้รับบาดเจ็บ

เซอร์กิทแห่งนี้มีประวัติศาสตร์มากมาย และเป็นรายการที่มีผู้เข้ามาชมเป็นจำนวนมากโดยไม่สามารถหาเหตุผลได้ เนื่องจากผู้เข้าชมการแข่งขันรายการนี้ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันมากมายพื้นที่ทุกจุดในนคร มนเต การ์โล จึงถูกจัดให้เป็นจุดชมการแข่งขันโดยเฉพาะตามระเบียงของโรงแรมระดับห้าดาวที่ราคาขยับขึ้นไปหลายเท่า ในช่วงที่มีการแข่งขัน ฟอร์มูลา วัน

สถานที่การแข่งขันที่คับแคบ และทางโค้งเป็นจำนวนมากนักแข่งต้องอาศัยประสบการณ์และความชำนาญเป็นพิเศษมากกว่าที่จะใช้พละกำลังของเครื่องยนต์ประกอบกับเส้นทางค่อนข้างลื่น ต่างจากสนามแข่งอื่นๆ สภาพถนนมีฝุ่นละอองและไม่ราบเรียบ มีเนินการเซทรถแข่งสำหรับรายการนี้จึงแตกต่างจากสนามทั่วไป โดยเฉพาะในเรื่องยาง

สเตอร์ลิง มอสส์ คว้าแชมพ์ได้ในปี 1956 แต่ในปี 1957 เขาประสบอุบัติเหตุที่โค้งแบบ ชิเคน(CHICANE) ส่งให้ ฟันโจ คว้าแชมพ์ไปครอง และ อาร์ยทัน เซนนา เป็นนักแข่งที่สามารถคว้าแชมพ์ที่รายการนี้ได้ติดต่อกัน 5 สมัย เมื่อครั้งสังกัดทีม แมคลาเรนในยุครุ่งโรจน์สูงสุดของทีมนี้ ในระหว่างปี 1989-1993 และ ออลีวีแอร์ ปานีส นักขับชาวฝรั่งเศสปัจจุบันสังกัดทีม โตโยตา เคยมาคว้าแชมพ์ครั้งแรกในชีวิต เอฟ 1 ให้กับทีม ลิฌิเอร์ ได้เมื่อปี 1996 จนกระทั่งบัดนี้ ปานีส ยังไม่เคยสัมผัสแชมพ์อีกเลย

ราล์ฟ ชูมาเคร์ ทีม วิลเลียมส์ เป็นผู้ที่คว้าโพลโพสิชันในรายการนี้ ตามมาด้วย ไรค์โคเนนทีมแมคลาเรน มนโตยา/ยาร์โน ตรุลลี ทีมจอร์แดน ส่วนทีม แฟร์รารี ผิดหวังกับสนามนี้ มิคาเอลทำได้เพียงอันดับ 5 รูเบนส์ บาร์ริเชลโล ร่วงไปอยู่ที่ 7 อาลนโซ ทีมจอร์แดน ฟอร์มหลุดตกไปอยู่ที่ 8 และ เดวิด คุลธาร์ด อยู่อันดับ 6 บรรดาหัวแถวหน้าเก่าทำเวลารอบควอลิฟายไม่ดีทั้งหมด

ช่วงสัญญาณไฟปล่อยสตาร์ท ราล์ฟ ขึ้นนำ แต่ มนโตยา ออกสตาร์ทได้ดีขึ้นนำ ไรค์โคเนน และไล่จี้ติด ราล์ฟ จนกระทั่ง ราล์ฟ เข้าพิทไปในรอบที่ 21 การพลิกผันเกิดขึ้นเมื่อ มนโตยา เข้าพิทในรอบต่อมาในขณะที่ ราล์ฟ เข้าพิทนั้น มนโตยา ทำเวลาต่อรอบได้ 1 นาที 15.166 วินาที และออกจากพิทขึ้นมานำหัวแถวเช่นเดิม จนกระทั่ง ราล์ฟ เกิดอุบัติเหตุสาเหตุเบรคลอคเกือบชนกองยางข้างทาง อันดับตกลงไป ไรค์โคเนน ขึ้นมาไล่จี้ติด มนโตยา แทนจนกระทั่งจบการแข่งขันเมื่อครบ 78 รอบสนาม มนโตยา เฉือน ไรค์โคเนน เข้าเส้นชัยไปเพียง 00.602 วินาทีเท่านั้น ทิ้งห่าง มิคาเอล ที่ตามเข้ามาเป็นอันดับ 3 ด้วยเวลา 1.720 วินาที อันดับ 4 เป็นของราล์ฟทีมเรอโนลต์ ทั้ง 2 คัน เข้าเส้นชัยในอันดับ 5 และ 6

หลังเสร็จศึก โมนาโค กรองด์ปรีซ์ คะแนนสะสมประเภทผู้ขับของ ไรค์โคเนน ขยับห่าง มิคาเอล ออกไปจาก 2 แต้มเป็น 4 แต้ม และประเภททีมกลับขึ้นมานำอีกครั้ง ห่าง 2 แต้ม

 

ผลการแข่งขัน โมนาโค กรองด์ปรีซ์
อันดับ ผู้ขับ ทีม เวลารวม
1 ฮูอัน ปาบโล มนโตยา วิลเลียมส์ 1 ชั่วโมง 42 นาที 19.012 วินาที
2 คีมี ไรค์โคเนน แมคลาเรน +00.602 วินาที
3 มิคาเอล ชูมาเคร์ แฟร์รารี +01.720 วินาที
4 ราล์ฟ ชูมาเคร์ วิลเลียมส์ +28.518 วินาที
5 แฟร์นันโด อาลนโซ เรอโนลต์ +36.251 วินาที

 

แคนาดา กรองด์ปรีซ์
ทีม วิลเลียมส์ พลาดแชมพ์

หลังโชว์ฟอร์ม อันร้อนแรง ด้วยการคว้าแชมพฺ์แรกของฤดูกาลที่ โมนาโค กรองด์ปรีซ์ ของ มนโตยาและการคว้าโพลโพสิชันของ ราล์ฟ ทีม วิลเลียมส์ ช่วยเพิ่มความมั่นใจต่อการไล่ล่าแชมพ์โลกปีนี้ด้วยการคว้าตำแหน่งสตาร์ทใน 2 อันดับแรกที่ ฌิลส์ วิลล์เนิฟ เซอร์กิท ในศึกแคนาดา กรองด์ปรีซ์ สนามที่ 8 ของการแข่งขันทั้งหมด 16 สนามประจำปีนี้

แต่ในวันแข่งจริง ชัยชนะกลับตกเป็นของ มิคาเอล อย่างสวยหรู เป็นการคว้าแชมพ์ครั้งที่ 68 ในชีวิตเอฟ 1 และเป็นครั้งแรกที่ มิคาเอล สามารถทำคะแนนขึ้นนำหัวแถวของตารางได้สำเร็จเปิดโอกาสให้คว้าแชมพ์โลกเป็นสมัยที่ 6 เริ่มส่อแววสดใส

ราล์ฟ คว้าโพลโพสิชัน เป็นสนามที่ 2 ติดต่อกัน หลังจากคว้าได้ที่ โมนาโค กรองด์ปรีซ์แต่ไปจบการแข่งขันในอันดับ 2 หลังจากถูก มิคาเอล พี่ชายแท้ๆ ของเขาแซงขึ้นไปได้หลังจากเข้าพิทหลัง ราล์ฟ เพียง 1 รอบ โดย มิคาเอล เข้าพิทในรอบที่ 21จุดพลิกผันของการแข่งขันเกิดขึ้นเป็นผลจากการปฏิบัติงานและไม่มีความผิดพลาดของเจ้าหน้าของทีมเซอร์วิศในพิทของ แฟร์รารี

อันดับ 3 เป็นของ มนโตยา หลังจากออกสตาร์ทได้ดีเช่นกัน สามารถบังทางวิ่งของ มิคาเอลจนไม่สามารถแข่งขันได้ แต่กลับไปแพ้ภัยตัวเอง รถ วิลเลียมส์ หลุดโค้งตั้งแต่รอบที่ 3 กลับเข้าแข่งต่ออันดับ 2 จึงสูญเสียให้กับ มิคาเอล จนกระทั่งไปจบการแข่งขันในอันดับ 3 ตามมาด้วย อาลนโซดาวรุ่งจากเมืองกระทิงดุ ทีม เรอโนลต์ ออกสตาร์ทจากอันดับ 4 เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 4 โดย 4 คันแรกที่เข้าเส้นชัยทำเวลาห่างกันเพียง 4.4 วินาทีเท่านั้น ระหว่างอันดับ 4 กับ 5

ศึก แคนาดา กรองด์ปรีซ์ ปีนี้ เป็นการเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 25 ปีของ ฌิลส์ วิลล์เนิฟเจ้าของแชมพ์คนแรกในรายการนี้ชาวแคนาดา นักแข่ง ฟอร์มูลา วัน รายนี้เป็นตำนานของนักกีฬาแคนาดา ที่เสียชีวิตเมื่อปี 1982 หลังจากประสบอุบัติเหตุในรอบฝึกซ้อมก่อนการแข่งขันในรายการ เบลเยียม กรองด์ปรีซ์ และเป็นบิดาของ ชากส์ วิลล์เนิฟ อดีตแชมพ์โลกฟอร์มูลา วัน ปี 1997 ปัจจุบันสังกัดทีม บาร์ ซึ่งไม่จบการแข่งขันในรายการนี้ทั้ง ชากส์ และ เจนสัน บัททัน โดย วิลล์เนิฟ รถมีปัญหาระบบเบรคตั้งแต่ช่วงต้นๆ ของการแข่งขัน และบัททันมีปัญหาระบบเกียร์ในรอบที่ 60 ส่วนทีม แมคลาเรน สนามนี้ผลงานไม่ค่อยดีนัก หลังจาก ไรค์โคเนนพลาดท่าในรอบควอลิฟาย รถเสียหลัก แม้ว่าจะนำกลับเข้ามาขับต่อได้ ต้องเสียเวลาไปมากออกสตาร์ทจากท้ายแถว เดวิด คุลธาร์ด ออกสตาร์ทจากอันดับ 11

ไรค์โคเนน หลังออกสตาร์ทจากท้ายแถว กดคันเร่งอย่างหนักไล่แซงมาได้หลายคันกลับโชคไม่เข้าข้างซ้ำสอง ในรอบที่ 33 ยางหลุดออกจากกระทะล้อ โดยรถไม่เสียหายและจุดเกิดเหตุอยู่ใกล้กับพิทสตอพ สามารถนำรถเข้าพิทไปเลี่ยนยางได้สำเร็จ และออกมาแข่งต่ออันดับร่วงลงไปอีก จนจบการแข่งขันในอันดับ 6 หลังจากรถ แมคลาเรน ของ ไรค์โคเนนมีปัญหาทั้งระบบเกียร์และเบรค ส่วน คุลธาร์ด ออกจากการแข่งขันตั้งแต่รอบที่ 47 ปัญหาระบบเกียร์โอกาสลุ้นแชมพ์โลกของ คุลธาร์ด คงต้องไปรอลุ้นในปีหน้า

มิคาเอล คว้าชัยชนะในรายการนี้เป็นครั้งที่ 6 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของสนาม และเก็บ 10 แต้มเต็มจากสนามนี้ ทำให้เขามีคะแนนสะสมรวม 999 คะแนน ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดเช่นกัน

ฌิลส์ วิลล์เนิฟ เซอร์กิท มีความยาวรอบสนามเท่ากับ 4.361 กม. แข่งขันรวม 70 รอบสนามระยะทางรวม 305.270 กม. รายการ แคนาดา กรองด์ปรีซ์ย้ายมาแข่งขันกันที่เซอร์กิทแห่งนี้เป็นครั้งแรกเมื่อปี 1978 หลังจาก โมสปอร์ท พาร์ค (MOSPORT PARK) ขาดความทันสมัย และมีอันตรายสูงมาเป็นส่วนหนึ่งของสนามแข่งขัน ปี 1982 เซอร์กิท ถูกเปลี่ยนชื่อมาเป็น ฌิลส์ วิลล์เนิฟ เพื่อเป็นเกียรติยศแก่นักขับเจ้าถิ่นรายนี้

คะแนนสะสมทั้งประเภททีมและประเภทผู้ขับของทีม แฟร์รารี และมิคาเอลขึ้นมาอยู่หัวแถวหลังจากเสร็จศึก แคนาดา กรองด์ปรีซ์ ส่วนนักขับอย่าง มาร์ค เวบเบอร์ ทีมแจกวาร์เป็นอีกหนึ่งดาวรุ่งที่น่าจับตามอง รอบควอลิฟายติดอันดับ 6 เข้าเส้นชัยในอันดับ 7 ส่วน ปานีสนักขับประสบการณ์สูงชาวฝรั่งเศส เก็บแต้มให้กับทีม โตโยตา ได้หลังจากเข้าเส้นชัยในอันดับ 8

สนามในช่วงต่อไป เป็นช่วงรอยต่อที่มีความสำคัญยิ่งในการไล่ล่าแชมพ์โลกปีนี้ของทุกทีมต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด ระหว่าง F2003 GA ของ แฟร์รารี FW-25 ของ วิลเลียมส์ และ MP4-18 ของ แมคลาเรน จะกลับมาโค่นบัลลังก์แชมพ์ได้หรือไม่ โดยมี R-23 ของ เรอโนลต์ เป็นตัวตัดเกมที่จะมองข้ามไม่ได้อีกต่อไป

 

ผลการแข่งขัน แคนาดา กรองด์ปรีซ์
อันดับ ผู้ขับ ทีม เวลารวม
1 มิคาเอล ชูมาเคร์ แฟร์รารี 1 ชั่วโมง 31 นาที 13.591 วินาที
2 ราล์ฟ ชูมาเคร์ วิลเลียมส์ +0.784 วินาที
3 ฮูอัน ปาบโล มนโตยา วิลเลียมส์ +1.355 วินาที
4 แฟร์นันโด อาลนโซ เรอโนลต์ +4.481 วินาที
5 รูเบนส์ บาร์ริเชลโล แฟร์รารี +1 นาที 4.261 วินาที
สรุปคะแนนสะสมรวม 8 สนาม
ประเภทผู้ขับ
อันดับ ผู้ขับ ทีม คะแนนรวม
1 มิคาเอล ชูมาเคร์ แฟร์รารี 54
2 คีมี ไรค์โคเนน แมคลาเรน 51
3 แฟร์นันโด อาลนโซ เรอโนลต์ 34
4 ราล์ฟ ชูมาเคร์ วิลเลียมส์ 33
5 ฮูอัน ปาบโล มนโตยา วิลเลียมส์ 31
คะแนนสะสมประเภททีม
อันดับ ทีม คะแนนรวม
1 แฟร์รารี 85
2 แมคลาเรน 76
3 วิลเลียมส์ 64
4 เรอโนลต์ 47
5 จอร์แดน 11


------------------------------
เรื่องโดย : ไททาเนียม
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2546
คอลัมน์ : เจาะสนามแข่งต่างประเทศ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/zPY6f
อัพเดทล่าสุด
22 Oct 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
489,000
2.
1,199,000
4.
2,490,000
5.
479,000
6.
939,000
7.
24,500,000
8.
34,000,000
9.
23,795,000
12.
18,900,000
13.
18,999,000
14.
3,199,000
15.
3,399,000
16.
2,549,000
17.
4,499,000
18.
2,299,000
19.
3,199,000
20.
3,299,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th