บทความ

วิบูลย์ ว่องศิลป์วัฒนา


ผลิตภัณฑ์สัญญาณกันขโมยกำลังเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมอย่างสูงจากผู้ใช้รถและมีการแข่งขันในตลาดค่อนข้างรุนแรงรวมถึงโดยมีให้เลือกใช้มากมายหลายยี่ห้อ ทั้งที่ผลิตในประเทศ และนำเข้ามาจากต่างประเทศ

“ฟอร์มูลา” สัมภาษณ์พิเศษ วิบูลย์ ว่องศิลป์วัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออโตเมติก บิสซิเนส กรุ๊ป จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจ สัญญาณกันขโมยมานานกว่า 12 ปี

 

ฟอร์มูลา : การดำเนินธุรกิจสัญญาณกันขโมยเริ่มต้นขึ้นได้อย่างไร ?

วิบูลย์ : ผมเริ่มจากการซื้อสัญญาณกันขโมยมาติด แต่ก็ไม่ดี เพราะสมัยก่อนไม่มีคนติด ติดไม่ดี ติดมั่วด้วยความอยากชนะ ใช้เวลาติดตั้งหนึ่งสัปดาห์ กว่าจะสำเร็จ ก็ทำให้รู้สึกลึกซึ้งอย่างยิ่งและมองว่าเรื่องกันขโมยไม่ยาก จนถึงทุกวันนี้ผมซึมซับ เพราะบริษัทมีการวิจัยและพัฒนาความคิดใหม่ๆ โรงงานต่างประเทศที่มีสินค้าใหม่จะส่งมาให้บริษัททดสอบทำให้เราสามารถรองรับในเรื่องการบริการได้เต็มที่ นั่นคือที่มา

 

ฟอร์มูลา : คุณมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องรถยนต์หาย ที่ดูเหมือนสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น ?

วิบูลย์ : ต้องตำหนิภาคราชการไม่ยอมเปิดเผยตัวเลขที่แท้จริงอย่างสม่ำเสมอเหมือนกับประเทศจีนที่ไม่ยอมเปิดเผยเรื่องไข้ซาร์ส สุดท้ายแก้ไม่ทัน เหมือนกับทุกวันนี้ศูนย์ปราบปราม พยายามปิดตัวเลขไม่เปิดเผยเหมือนในอดีตสุดท้ายตัวเลขของการหายของรถยนต์ไม่เคยลดลง จะมีอยู่ปีเดียวคือ 2543 ที่ลดลงเพราะสถิติยอดขายลดลง ตราบใดที่ประเทศเพื่อนบ้าน เขมร ลาว และเวียดนามยังมีความต้องการพัฒนา ก็ไม่สามารถป้องกันได้ โอกาสรถหายยังมีอยู่ดีการเปิดข้อมูลจะทำให้ผู้ที่เป็นเจ้าของรถระวังเองนั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดเพราะไม่มีใครจะรักรถเท่ากับเจ้าของรถ

ปัจจุบันรถในประเทศไทยหายประมาณ 4,000 คัน รถจักรยานยนต์ 20,000 กว่าคัน/ปี แต่ยังไม่เปิดเผยซึ่งน่าจะเปิดเผยเพื่อให้คนระวัง ตัวอย่าง ประเทศมาเลเซีย บังคับให้รถทุกคันติดกันขโมยและตัวถอยรวมถึงไฟถอยดวงที่ 3 ซึ่งถือว่าเป็นความปลอดภัย ประเทศนั้นรถหายน้อยมาก

 

ฟอร์มูลา : เอบีจี มีสินค้ามากมายหลายยี่ห้อ มีเกณฑ์การแบ่งตลาดอย่างไรบ้าง ?

วิบูลย์ : กลุ่มลูกค้าบริษัทจะแบ่งออกเป็น 4 ระดับ โดยยึดหลักที่คุณสมบัติของสินค้า คือ 1. ระดับล่างหรือกลุ่มซีทีคาร์ กลุ่มทำงานที่มีรายได้น้อย ราคาพร้อมติดตั้งชุดละประมาณ 4,000 บาท และ 6,000 บาท สำหรับ โออีเอม และ AG GUARD 2. กลุ่มวัยรุ่น หรือ RAKON ที่มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็วเรื่องสีสัน รูปแบบ ความแปลกใหม่ของรีโมท จะมีราคาอยู่ประมาณ 6,500-7,500 บาท 3. กลุ่มของ เอบีที หมายถึงกลุ่มที่พร้อมจะมีครอบครัวแล้ว ซึ่งจะเป็นกลุ่มที่กว้างอายุระหว่าง 25- 30 ปีขึ้นไป และ 4. กลุ่ม USA ที่จะมีสินค้า BLACK WIDOW COMPUSTAR MAGICAR WHEELS WALLSTREETER EXCALIBUR โดยสินค้าของบริษัทแต่ละกลุ่มจะแบ่งออกมาอย่างเห็นได้ชัด มีการแบ่งแยกกลุ่มโรงงาน กับกลุ่มตลาดให้เป็นคนละกลุ่ม จึงไม่มีการแข่งขันกันเอง รวมถึงสินค้าแต่ละยี่ห้อนั้นก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน

 

ฟอร์มูลา : สัญญาณกันขโมยของบริษัทนำเข้ามาจำหน่ายมาจากที่ใดบ้าง ?

วิบูลย์ : สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย ย้ายฐานมามาเลเซียหมดแล้ว ใช้สิทธิ์อาฟตา ไต้หวันก็มียกเว้นประเทศจีน

 

ฟอร์มูลา : สินค้าที่ขายดีที่สุดคือรุ่นใด ?

วิบูลย์ : ปัจจุบันนี้จะเป็นรุ่น พิคอัพ อลาร์ม เนื่องจากตลาดรถพิคอัพในประเทศไทยเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดและกำลังเติบโตนั่นคือเหตุผลที่บริษัทแนะนำผลิตภัณฑ์นี้ออกสู่ตลาด และอีกรุ่นหนึ่ง คือ ซีทีคาร์

 

ฟอร์มูลา : ในด้านการบริการแบ่งเป็นแต่ละยี่ห้อหรือไม่ ?

วิบูลย์ : การบริการจะมีมาตรฐานเหมือนกันหมดทุกยี่ห้อ ไม่ว่าสินค้านั้นจะอยู่ในกลุ่มใดโดยหลักการของการบริการคือ วันแรกที่ติดตั้งเสร็จจะได้รับ สแตนดาร์ด เซอร์วิศ 1 ใบซึ่งใช้ได้ทันทีที่ใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นศูนย์บริการ หรือสาขา โดยเป็นใบแรกเพื่อรอกรมธรรม์กับใบคูปองบริการภายใน 1 เดือน

 

ฟอร์มูลา : ในฐานะที่เป็นผู้นำในเรื่องของสัญญาณกันขโมย คุณวางแผนงานการตลาดในอีก 3 ปี
ข้างหน้าไว้อย่างไร ?

วิบูลย์ : อันดับแรกจะต้องดูตลาดว่าแนวโน้มมีรถยนต์ใหม่ออกมาหรือไม่อันดับต่อมาดูที่ปริมาณดีมานด์ ซัพพลาย เช่น รถใหม่ที่ออกมามีสัญญาณกันขโมยหรือไม่อย่างตอนนี้ดูได้ว่าแนวโน้มการเติบโตของตลาดรถยนต์ในเมืองไทย เป็นรถพิคอัพ บริษัทจึงได้ส่งสินค้าพิคอัพ อลาร์ม ออกมา

12 ปีที่ผ่านมาของการดำเนินธุรกิจนี้ ยุ่งยาก จุกจิก ถ้าไม่รักจริง ทำไม่ได้ ในการบริการอย่างครบวงจรซึ่งจุดนี้บริษัทรถยนต์ไม่ได้สนใจ เพราะบริษัทรถไม่สามารถบริการได้ 24 ชม. และไม่เหมือนกับรถยนต์รถยนต์โอกาสเครื่องเสียน้อยมาก สามารถที่จะหาช่างแก้ได้แต่ถ้าเป็นสัญญาณกันขโมยเสียไม่มีใครแก้ได้ เห็นได้ว่าอาชีพของเราเป็นอาชีพเชี่ยวชาญเฉพาะทางต้องรู้ลึกถึงจะทำได้โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย

ข้อสำคัญที่สุดคือเรื่องนโยบายของรัฐบาล นั่นคือ หนึ่งผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบลผมทุ่มเทกับสิ่งนี้มากกว่าปกติเพราะเห็นว่านโยบายของรัฐบาลกำลังไปสู่ชนบทประเทศไทยเป็นประะทศที่ใหญ่ความต้องการใช้รถสูงมาก จึงเป็นสาเหตุให้บริษัทมีทีมขาย 3 ทีมแต่จะขายสินค้าคนละอย่างกัน 2 ปีที่ผ่านมาเห็นว่าเราเติบโต และมาถูกทาง

 

ฟอร์มูลา : เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับตลาดมีอะไรบ้าง ?

วิบูลย์ : ปัจจุบันนี้ก็มีเทคโนโลยี ABT-Z ที่เป็นเทคโนโลยีแห่งความภาคภูมิใจในฐานะที่เป็นผู้นำเราต้องเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาถ้าเมื่อไรเราหยุดการเปิดรับก็จะเป็นเหมือนอยู่ในตลาดอันดับ 2 และ3 หรือเป็นอันดับ 1 ที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

ดังนั้นนโยบายของบริษัทจึงค่อนข้างที่จะเปิดรับไม่ว่าเทคโนโลยีนั้นจะต้องลงทุนมากน้อยเพียงใดก็ตามอย่างเช่น ABT-Z บริษัท ร่วมกับ ออดิโอวอกซ์ เป็นผู้จำหน่ายฮาร์ดแวร์ ส่วนซอฟท์แวร์ ร่วมกับฮัทชินสัน สมมติว่าคุณจอดรถแล้วหาย คุณสามารถสั่งให้รถหยุดได้ทั่วประเทศไทยไม่ว่าจะสั่งจากที่ใดก็ตาม โดยสั่งเข้าไปที่ศูนย์ที่ตอบรับด้วยระบบคอมพิวเตอร์แล้วสั่งเซทรหัสความจำด้วยตัวเอง และสั่งข้อความ 8 ข้อด้วยตัวเองไม่ว่าจะใช้โทรศัพท์ประเภทใดก็ตาม ข้อความทั้งหมดจะถูกสั่งผ่านระบบดาวเทียมของฮัทชินสันยิงไปที่ตัวรถ ซึ่งก็จะเหมือนกับเพเจอร์ ไม่ว่าคุณอยู่ที่ไหนคุณจะได้รับหมดซึ่งตัวนี้ก็เหมือนกับว่าจะสั่งให้รถหยุด รถร้อง หรือสั่งให้คลายลอค แล้วแต่ฟังค์ชัน 1-8 ข้อโดยระบบนี้ต้องมีอุปกรณ์เพิ่มขึ้นในตัวรถด้วย

 

ฟอร์มูลา : เริ่มโครงการแล้วหรือยัง ?

วิบูลย์ : โครงการนี้เริ่มดำเนินการแล้ว และมีลูกค้าที่ใช้แล้วด้วยแต่เราต้องยอมรับว่าภาวะเศรษฐกิจคือตัวแปร คือบางอย่างคนไม่ได้ใช้ทุกวัน เลยมีความรู้สึกว่าไม่คุ้มแต่ในฐานะที่บริษัทเป็นผู้นำจะคุ้มหรือไม่คุ้ม เราก็ต้องทำ ยกตัวอย่างทำไมโทรศัพท์มือถือต้องมีคลับสมาชิก ซึ่งเป็นการคืนกำไรให้ผู้บริโภค หรือแม้กระทั่งค่ายเทปเพลงเหมือนเป็นการประสานงาน บริษัทเติบโตมา 12 ปี ถ้าไม่มีเทคโนโลยี เช่น BIO FINGER PRINTบริษัท
โนทบุคได้ใช้ เราเป็นผู้นำสัญญาณกันขโมย เราต้องทำ ถือเป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวในเมืองไทยเปิดตัวพร้อมกับสหรัฐอเมริกา

 

ฟอร์มูลา : ABT-Z กับ BIO FINGER PRINT แตกต่างกันอย่างไร?

วิบูลย์ : ABT-Z ใช้ความจำในการสั่งรหัส เหมือนเอทีเอม แต่ BIO FINGER PRINT หมายถึงการใช้พันธุกรรมของตัวเราเอง เป็นชีวพันธุกรรม ไม่ใช่เรื่องใหม่เลยแต่เป็นการหยิบเรื่องใกล้ตัวขึ้นมาเป็นประโยชย์ ดัดแปลง
เพราะลายนิ้วมือของคนเราไม่มีใครเหมือนกันเลยในโลกนี้ ก็เหมือนกับที่เรากำลังศึกษา SMS มันเป็นการซื้ออนาคตมากกว่า อย่างล่าสุด เทคโนโลยี ABT-Z ก็มีบริษัทเช่าซื้อรถ เริ่มมาติดต่อบริษัทรถขนเงิน ก็มาติดต่อ เรื่อง BIO FINGER PRINT เพราะคนอื่นขึ้นไปขับก็ไม่สามารถขับเอาเงินไปได้ มีกลุ่มเฉพาะทางที่ต้องการใช้

ล่าสุด บริษัทเราทำให้กับ ฮีโน 5,000 คัน อันนี้คือความภูมิใจของเรา ฮีโน ต้องการรีโมทเซนทรัลลอคซึ่งขณะนี้บริษัทก็ส่งเจ้าหน้าที่ไปติดตั้งสัญญาณให้ และเหตุที่ทำให้รถ ฮีโน เพราะ ฮีโนเป็นรถ 24 โวลท์มันเป็นความท้าทาย ถ้าให้ไปทำรถ 12 โวลท์บริษัทไม่ทำเพราะจะไปกระทบตลาดอาฟเตอร์มาร์เกทของบริษัท

เร็วๆ นี้ ญึ่ปุ่นจะให้ทำรถบรรทุกเล็ก ฮีโน อีกซึ่งจะเห็นได้ว่ารีโมทเป็นอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ไม่ได้ใช้เฉพาะรถเก๋ง รถพิคอัพแล้วแต่ปัจจุบันได้พัฒนาไปถึงรถบรรทุกแล้ว

 

ฟอร์มูลา : มีแนวคิดที่จะนำระบบ ABT-Z ไปผสมผสานกับระบบเนวิเกเตอร์หรือไม่ ?

วิบูลย์ : จริงๆ แล้วด้วยประสบการณ์ที่บริษัททำมาเป็นเวลานาน ระบบนี้ในเมืองไทยยูคอมทำอยู่แล้วซึ่งบริษัทก็ได้เคยเข้าไปคุยมาแล้ว ตอนนี้ในสหรัฐอเมริกาใช้แล้ว ในหลายประเทศใช้แล้วส่วนนี้คือโครงการที่จะเข้ามาใช้ในปีหน้า แต่ผมยังเห็นว่าไม่จำเป็นมาก เพราะมองดูแล้วค่าใช้จ่ายสูงนี่คือนโนบายเรา ที่สอดคล้องกับปรัชญาของบริษัท คือ คุณภาพ และราคายุติธรรมนี่เป็นแค่อารมณ์ในการค้นหา ถามว่าเทคโนโลยีนี้มีไหม มี แต่เรายังไม่มีโครงการ

โครงการในปีหน้าบริษัทจะทำเรื่องระบบการส่ง MESSAGE (SMS)ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบระบบอยู่ถ้าระบบสมบูรณ์ก็จะใช้ได้กับสัญญาณกันขโมยที่เจ้าของรถไม่ต้องโทรเรียกคนขับรถแต่ให้กดที่รีโมทสั่งสัญญาณไปที่รถเรียกคนขับรถมาก็ได้ซึ่งเทคโนโลยีเรื่องกันขโมยเราถือว่าล้ำหน้าไปไม่ต่ำกว่า 3 ปีในตลาด อย่างเช่น SMS หรือตัวที่ใช้โทรศัพท์มือถือ กันขโมยรถร้องจะมีสัญญาณโทรเข้ามือถือคาดว่าระบบนี้ปีหน้าจะเริ่มนำมาใช้ได้แล้ว

ขณะเดียวกันในเรื่องของ ABT-Z ก็อยู่ในตลาดแล้ว ซึ่งสามารถที่จะใช้ร่วมกันได้ ระบบดาวเทียมจะเป็นประโยชน์กับกันขโมยระดับล่างด้วย และจะทำให้ลูกค้ากลุ่มซิทีคาร์สามารถใช้ระบบนี้ได้นี่คือกลยุทธ์ที่จะเข้าไปในทุกกลุ่มลูกค้าของบริษัท แต่สิ่งสำคัญที่อยู่เบื้องหลัง นั่นคือ การบริการและการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี อย่างเช่น แอนตีโคลนนิง หรือแม้แต่ระบบถอย อุปกรณ์เสริมต่างๆที่ถือว่าช่วยในการป้องกันทั้งสิ้น

ถือว่าในปัจจุบันสัญญาณกันขโมยของบริษัทครบวงจร หรือแม้แต่การติดตั้งก็มีชุด SAFE QUICK Y-SOCKET ( ชุดสายไฟนิรภัยสำหรับติดตั้งสัญญาณกันขโมยรถยนต์) ซึ่งเป็นชุดติดตั้งสายไฟนิรภัยสำเร็จรูป โดยที่บริษัท ได้ร่วมกับบริษัท แอร์โร ซึ่งมันเหมือนกับเป็นครอบครัวหนึ่ง หรือเมืองเมืองหนึ่ง ที่ผมอยากจะเรียกว่า ไฮเทคโนโลยี ซิที ที่มีครบทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นการบริการ ชุดสายไฟ นี่คือเหตุที่เราถือว่าเริ่มที่จะเข้าสู่การขยายธุรกิจไปสู่ธุรกิจใหม่ นั่นก็คือ เครื่องเสียง ซึ่งหลายคนถาม ปัจจุบันบริษัทมีพนักงาน 157 คน แบ่งเป็น ออฟฟิศ แวร์เฮาส์ สาขาต่างๆ โดยในอนาคตก็จะมีร่วมกับดีเลอร์ใหญ่ เช่น เชียงใหม่ หาดใหญ่

 

ฟอร์มูลา : ปัจจุบันมีสัญญาณกันขโมยรถจักรยานยนต์หรือไม่ ?

วิบูลย์ : กำลังร่วมกับมหานครเทคโนโลยีโดยให้ทุนในเรื่องของการวิจัยและพัฒนาสัญญาณกันขโมยรถจักรยานยนต์ที่ดีที่สุดเพื่อเป็นเทคโนโลยีของไทย แล้วจ้างให้ที่อื่นผลิต นี่คือความก้าวหน้าของเอบีจี

 

ฟอร์มูลา : เพราะเหตุใด เอบีจี ถึงได้รุกตลาดเครื่องเสียงรถยนต์ ?

วิบูลย์ : ผมคิดมานานแล้ว แต่ใช้หลักการที่ว่า ตราบใดที่ยังไม่ครบวงจรหรือไม่สมบูรณ์แบบในธุรกิจสัญญาณกันขโมย หรือยังไม่ 100 % ในเรื่องความไว้วางใจเรารู้สึกว่าไม่ยุติธรรมกับทั้งดีเลอร์ และผู้ใช้ 12 ปีที่ผ่านมา กันขโมยถือว่าเป็นผู้นำไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสินค้า ที่มีนำเข้ามาไม่ต่ำกว่า 5-6 ประเทศและในแต่ละประเทศนั้นบริษัทสั่งซื้อสินค้าปีหนึ่งเป็นจำนวนมากซึ่งจุดนี้ก็เลยมีความคิดว่าความสมบูรณ์แบบเรื่องสัญญาณกันขโมย เอบีที ถึงจุดที่วางใจได้แล้วมีบริการ 24 ชม. มีทีมวิจัยและพัฒนา

 

ฟอร์มูลา : ก่อนเข้ามาทำตลาดเครื่องเสียงรถยนต์ ได้มีการศึกษาตลาดอย่างไรบ้าง ?

วิบูลย์ : ศึกษามามาก แล้วก็ค่อนข้างจะกลัว เพราะว่าตลาดเครื่องเสียงไม่มีกติกาเลยเป็นสินค้าที่ไม่ต้องบริการหลังการขาย เป็นสินค้าที่ใช้ความรู้สึก ไม่มีอะไรบอกได้ ขึ้นอยู่กับราคาเจ้าของบอกว่าอะไรดี ผู้บริโภคไม่มีสิทธิ์รู้ เพราะได้แค่ฟังอย่างเดียว ไม่เหมือนกันขโมยทดสอบได้เองแต่เครื่องเสียงมีตัวผันแปรมาก

 

ฟอร์มูลา : เอบีจี พร้อมแล้วหรือยังสำหรับตลาดเครื่องเสียงรถยนต์ ?

วิบูลย์ : เราพร้อมแล้ว โดยเริ่มต้นจากศูนย์ และตอนนี้เริ่มที่จะก้าวแล้ว สินค้าพร้อมแล้วสิ่งสำคัญกว่าทื่อื่นเราจะมีการตรวจเชคสินค้าก่อนออกสู่ตลาดในอนาคตจะทวีความรุนแรงและแตกต่างมากขึ้นปีนี้จะไปอย่างความเข้าใจ การตลาดจะไม่ทุ่มมากแต่ในปีหน้าแน่นอน เพราะในปีนี้ยังมีวิกฤติอยู่ ปีนี้เป็นเพียงการแนะนำตัว แต่ในปีหน้าไม่มีการหยุดเพราะเรามีทีมพร้อมโดยเฉพาะของเครื่องเสียง

 

ฟอร์มูลา : เลือกสินค้าอย่างไร ?

วิบูลย์ : สินค้าที่จะทำ ต้องมีที่มาที่ไป เมื่อศึกษาแล้วจึงเลือกสินค้ายี่ห้อ BRAVOX (บราวอกซ์) จากประเทศ บราซิล เพราะโรงงานเป็นที่รู้จัก และไม่ซ้ำกับใคร ไม่ได้ตั้งเป้าเป็นอันดับหนึ่งและไม่ต้องการแข่งกับใคร

 

ฟอร์มูลา : สินค้าจะจับกลุ่มลูกค้ากลุ่มใด ?

วิบูลย์ : จะจับกลุ่มลูกค้าในกลุ่ม บี ถึงเอบวก เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีคุณภาพนำเข้ามาจากต่างประเทศราคาประมาณตั้งแต่ 7,500-10,000 บาท ขึ้นไป แล้วแต่รุ่นของสินค้าเพราะจะมีหลายระดับเหมือนกับกันขโมย

 

ฟอร์มูลา : ช่องทางการจัดจำหน่ายจะเป็นอย่างไร ?

วิบูลย์ : สินค้าของเราจะพยายามไม่ให้ร้านค้าแข่งขันกันเองโดยจะพยายามกระจายสินค้าไปยังช่องทาง และร้านค้าที่แตกต่างกัน

 

ฟอร์มูลา : 12 ปี ของ เอบีจี คุณรู้สึกภาคภูมิใจ และคิดว่าประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน ?

วิบูลย์ : ปีแรก มีพนักงาน 4 คน ปัจจุบัน มี 157 คน ยอดขายปีแรก ตั้งใจเดือนละ 20 ชุดแต่ปัจจุบันมียอดขายเดือนละ 5,000 ชุด ภูมิใจในครอบครัวที่ใหญ่ขึ้น คนในครอบครัวขยันทุกคน



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : ราชวัตร แสงจันทรา
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2546
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/OHe0q

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
22 Oct 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
489,000
2.
1,199,000
4.
2,490,000
5.
479,000
6.
939,000
7.
24,500,000
8.
34,000,000
9.
23,795,000
12.
18,900,000
13.
18,999,000
14.
3,199,000
15.
3,399,000
16.
2,549,000
17.
4,499,000
18.
2,299,000
19.
3,199,000
20.
3,299,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th