บทความ

คุณอาจ…ฆ่าเด็ก…โดยไม่รู้ตัว !!!


ภายในห้องโดยสารรถยนต์มีอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยติดตั้งเพื่อลดความรุนแรงของอุบัติเหตุ เช่นเข็มขัดนิรภัย ถุงลมนิรภัย ฯลฯ อุปกรณ์เหล่านี้ออกแบบมาสำหรับใช้กับผู้ใหญ่แต่อาจเป็นอุปกรณ์ที่คร่าชีวิตของเด็กถ้าใช้ผิดวิธีและในปัจจุบันเรามักจะพบว่ามีผู้ใหญ่หลายคนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ เช่น นำเด็กเล็กนั่งตักในขณะขับรถการให้เด็กนั่งบนเบาะปกติและรัดเข็มขัด ฯลฯ

ผมได้ข้อมูลจากทาง เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย ซึ่งเป็นบริษัทหนึ่งที่ให้ความสำคัญในการโดยสารรถยนต์สำหรับเด็ก และได้ริเริ่มโครงการ “คุณหนูปลอดภัยในยานยนต์” มีข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ซึ่งผมขอนำบางส่วนมาถ่ายทอดให้ผู้ใช้รถดังนี้

เด็กตั้งแต่ แรกเกิด -10 ปี ต้องนั่งบนเบาะนั่งที่ออกแบบมาสำหรับเด็กโดยเฉพาะซึ่งจะกระชับตัวและมีเข็มขัดยึดเหนี่ยวเด็กให้ติดกับที่นั่ง ช่วยป้องกันการกระแทกเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ซึ่ง “เก้าอี้เด็ก” ต้องติดตั้งอยู่ที่เบาะหลังเสมอ

ไม่ควรอุ้มทารกหรือเด็กไว้ในอ้อมแขนขณะนั่งรถ แม้เด็กจะมีน้ำหนักตัวไม่มากนักแต่ในขณะเกิดอุบัติเหตุ น้ำหนักของเด็กจะกลายเป็นแรงมหาศาลที่คุณไม่สามารถโอบอุ้มไว้ได้ตัวเด็กจะหลุดลอยไปกระทบสิ่งกีดขวางทำให้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้

อย่าใช้เข็มขัดนิรภัยเส้นเดียวกันคาดผู้ใหญ่กับเด็กหรือเด็กสองคนไว้ด้วยกันเพราะขณะเกิดอุบัติเหตุสายเข็มขัดจะรัดคอเด็กบาดเจ็บได้เนื่องมาจากตำแหน่งการติดตั้งเข็มขัดนิรภัยจะคำนึงถึงความสูงโดยเฉลี่ยของผู้ใหญ่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อใช้กับเด็ก

ผมขอเสริมในเรื่องการนั่งของเด็ก คือ ไม่ควรนำเด็กนั่งตักในขณะขับรถอย่างเด็ดขาดนอกจากจะทำให้ขาดความคล่องตัวในการขับขี่แล้ว ในขณะเกิดอุบัติเหตุตัวของผู้ขับจะกระแทกตัวเด็กเข้ากับวงพวงมาลัย นอกจากนี้ถ้าเป็นรถที่มีถุงลมนิรภัยตัวเด็กนอกจากจะได้รับแรงกระแทกจากผู้ใหญ่ไปทางด้านหน้าแล้วยังได้รับแรงจากถุงลมสะท้อนกลับเข้ามาอีกเด็กจะได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิตจากแรงกระแทกอย่างรุนแรงเข้ากับศีรษะโดยตรง

สรุปง่ายๆ คือ ต้องให้เด็กเล็กนั่งในเก้าอี้เด็กที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ ซึ่งติดตั้งไว้ที่เบาะหลังและมีสายรัดตัวให้เรียบร้อย

ขอเสริมอีกเรื่องหนึ่งคือ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้มีโอกาสเดินทางไปจังหวัดระยอง ตามสี่แยกประมาณ 3-4 แห่ง ที่ด้านข้างของสัญญาณ ไฟแดง-เหลือง-เขียว จะมีตัวเลขนับถอยหลังเพื่อให้ผู้ขับขี่ทราบระยะเวลาที่เหลือก่อนที่สัญญาณไฟจะเปลี่ยน จาก แดงเป็นเขียว หรือ เขียวเป็นแดงซึ่งจะเป็นประโยชน์และปลอดภัยในการใช้รถมากทีเดียว เช่นในขณะที่จอดติดไฟแดงรอสัญญาณไฟเขียว ผู้ขับจะได้เตรียมตัวออกรถเมื่อเวลาใกล้จะได้รับสัญญาณไฟเขียวและลดความกดดันในระหว่างรอไฟเขียว

ส่วนในขณะที่ได้รับสัญญาณไฟเขียว ผู้ขับจะกะระยะได้ว่าเหลือเวลาอีกเท่าไรจะเปลี่ยนเป็นไฟแดงจะได้ไม่ต้องไปลุ้นใกล้ๆ ทางแยกว่าไฟจะเปลี่ยนเมื่อไร ซึ่งเป็นสิ่งที่อันตราย ถ้ารู้เวลาล่วงหน้าจะช่วยให้ผู้ขับตัดสินใจได้เลยว่าควรจะหยุดหรือเพิ่มความเร็ว เท่าที่เห็นใน กทม.มีใช้อยู่แห่งเดียวที่แยกใกล้ป้อมพระกาฬผมคิดว่าสัญญาณไฟประเภทนี้น่าจะติดตั้งในแยกที่สำคัญต่างๆ ทั้งในกทม. และ ต่างจังหวัด



------------------------------
เรื่องโดย : อัฐฒา นายเรือ
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2546
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/5gsmb

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
23 Oct 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
489,000
2.
1,199,000
4.
2,490,000
5.
479,000
6.
939,000
7.
24,500,000
8.
34,000,000
9.
23,795,000
12.
18,900,000
13.
18,999,000
14.
3,199,000
15.
3,399,000
16.
2,549,000
17.
4,499,000
18.
2,299,000
19.
3,199,000
20.
3,299,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th