บทความ

กองทหารบกรถยนต์สยาม


เมื่อสงความโลกครั้งที่ 1พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประกาศสงความกับประเทศเยอรมนี และฮังการีโดยเข้าข้างฝ่ายสัมพันธมิตรเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พศ. 2460

หลังจากนั้นพระองค์ก็ได้ทรงส่งทหารอาสาสมัครไปช่วยรบในสมรภูมิประเทศฝรั่งเศส เมื่อ พศ. 2461

ทหารอาสาสมัครที่พระองค์ทรงส่งไปแบ่งออกเป็น 2 กอง คือ กองบินทหารบกกับกองทหารบกรถยนต์

เหตุที่พระองค์ทรงส่งไป 2 กองดังกล่าว ก็เนื่องจากเพื่อจะให้ไปเรียนรู้ทางด้านเทคนิคช่างในสมรภูมิเพื่อจะได้นำวิชาความรู้มาใช้ให้เป็นประโยชน์แก่กองทัพไทยต่อไปนั่นเอง

สำหรับทหารอาสาสมัครทั้ง 2 กองนี้ อยู่ในบังคับบัญชาของ พอ. พระยา เฉลิมอากาศมีกำลังทหารอาสาทั้งสิ้น 1,284 คน เป็นทหารอาสาทหารบกรถยนต์ 850 คน

เมื่อไปถึงประเทศฝรั่งเศสกองทหารบกรถยนต์ได้ไปฝึกอยู่ที่เมืองดรูดองกับเมืองลียองเมื่อต้นเดือนสิงหาคม พศ. 2461พอถึงกลางเดือนกันยายนปีเดียนกับก็ได้เดินทางไปเมืองแวร์ซายและเมืองวินมัวแยนโดยทางรถไฟเพื่อเตรียมการเข้าสู่สมรภูมิ ซึ่งเป็นเวลาที่สัมพันธมิตรกำลังเริ่มรุกใหญ่

พอถึงเดือนตุลาคม กองทหารบกรถยนต์ได้รับรถยนต์มา 200 คัน ได้แบ่งออกเป็น 3 กองย่อยดังนี้

กองย่อยที่ 1 อยู่ในบังคับบัญชาของ รท. ศรี สุขะวาที

กองย่อยที่ 2 อยู่ในบังคับบัญชาของ รท. เพิ่ม อุณหสุต

กองย่อยที่ 3 อยู่ในบังคับบัญชาของ รท. แม้น เหมะจุฑา

พอมาถึงปลายเดือนตุลาคมกองทหารบกรถยนต์ก็ได้ออกปฏิบัติการทำการลำเลียงทหารฝรั่งเศสในแนวรบซึ่งเป็นย่านกระสุนตกถึง
6 วัน

ครั้นถึงเดือนธันวาคม กองทหารบกรถยนต์ก็ได้ย้ายที่ตั้งเข้าไปพักอยู่ในเมืองนอยลตัตในดินแดนเยอรมัน โดยมีรถยนต์ขนาด 2 ตันครึ่ง ถึง 340 คัน จัดเป็นหมวดบก. จำนวน 24 คันกองย่อยที่ 1 มีจำนวน 117 คัน กองย่อยที่ 2 มีจำนวน 99 คัน และกองย่อยที่ 3 มีจำนวน 100 คัน

ในระหว่างที่อยู่ในดินแดนเยอรมันนี้กองทหารบกรถยนต์ก็ได้ทำการลำเลียงทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์อยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งเยอรมันเซ็นสัญญาสงบศึกเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พศ. 2462

นอกจากจะใช้รถยนต์แล้ว กองทหารบกรถยนต์ยังมีรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างใช้ด้วย แต่ไม่ทราบจำนวนเพราะไม่สามารถจะหารายละเอียดเกี่ยวกับรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างได้ แต่เห็นจะมีไม่มากจึงไม่มีรายงานที่ไหนกล่าวไว้

อย่างไรก็ตามได้มีการใช้รถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างในการตรวจการณ์ในแนวรบด้านหลังเป็นประจำเพราะเป็นรถขนาดเล็กที่ใช้ได้เหมาะและคล่องตัวกว่าใช้รถยนต์ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า

ไม่ทราบว่าสมัยนั้นในกรุงเทพ ฯ มีรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างใช้แล้วหรือยัง

บางท่านก็ว่ามีใช้แล้ว

บางท่านก็ว่ายังไม่มี

แต่ที่แน่นอนที่สุดก็คือทหารไทยได้ใช้แล้วในสมรภูมิในสงครามโลกครั้งที่ 1ดังปรากฏอยู่ในภาพถ่ายที่ได้นำมาเสนอเป็นการยืนยันในเรื่องนี้

การรบในสงความโลกครั้งที่ 1 นี้ปรากฏว่าทหารไทยที่ปฏิบัติหน้าที่ในสนามรบได้รับเหรียญตราจากกองทัพสัมพันธมิตร 3 คน คือ

นายร้อยเอก แม้น เหมะจุฑา ผู้บังคับกองย่อยที่ 3 และนายร้อยตรี เภา เพียรเลิศผู้ช่วยผู้บังคับกองย่อยที่ 3

ส่วนผู้ที่ได้รับประกาศนียบัตรความชอบจากผู้บัญชาการรถยนต์ของกองทัพ ได้แก่นายร้อยตรี ชุ่มจิตร์เมตตา

นอกจากนั้นนายแพทย์ในกองทัพบกรถยนต์สยามยังได้รับการประกาศชมเชยในความกล้าหาญเสี่ยงตายรักษาพยาบาลทั้งทหารไทยและทหารสัมพันธมิตรในสนามรบอีกด้วย

สำหรับทหารไทยในกองรถยนต์ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นชั้นอัศวินมี 3 ท่าน คือ

นายร้อยเอก ศรี ศุขะวาที

นายร้อยเอก เพิ่ม อุณหสุต

นายร้อยเอก แม้น เหมะจุฑา



------------------------------
เรื่องโดย : เทพชู ทับทอง
ภาพโดย : -
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤษภาคม ปี 2546
คอลัมน์ : บทความ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/q2ze1
อัพเดทล่าสุด
26 Sep 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,549,000
3.
1,749,000
4.
2,249,000
5.
4,590,000
6.
1,999,000
7.
3,990,000
8.
3,065,000
9.
2,790,000
10.
5,490,000
11.
1,354,000
12.
3,399,000
13.
750,000
14.
1,129,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th