บทความ

แมคลาเรน ฉลองชัย 2 สนามรวด


ศึก ฟอร์มูลา วันผ่านพ้นไป 2 สนาม ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นสำหรับฤดูกาลปี 2003 แสดงให้เห็นถึงกฎ กติกา ใหม่ที่ทางสหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ นำมาใช้เป็นครั้งแรก ส่งผลต่อการแข่งขันอย่างมากมายนับว่าเป็นมิติใหม่ใจแวดวงมอเตอร์สปอร์ทนำความสนุกสนานเร้าใจกลับคืนมาอีกครั้ง หลังจากในช่วง 2-3ปีที่ผ่านมา มักจะมีทีมยักษ์ใหญ่ผูกขาดชัยชนะอยู่เพียง 2-3 ทีม เท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งฤดูกาลที่ผ่านมาทีม แฟร์รารี คว้าแชมพ์ไม่ถึง 15 รายการ ของการแข่งขันทั้งหมด 17 รายการ มิคาเอล ชูมาเคร์ กวาดชัยชนะไปคนเดียวถึง 11 สนาม

ออสเตรเลีย กรองด์ปรีซ์
แมคลาเรน ฉลองชัย

สนามเปิดฤดูกาลปี 2003 แข่งขัน ณ อัลเบิร์ท พาร์ค เซอร์กิท กลางนครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลียทีม แมคลาเรน ประสบความสำเร็จจากการขึ้นโพเดียมของ 2 นักขับประจำทีม โดย เดวิด คุลธาร์ดทะยาน
รถแข่งรหัสเอมพี 4-17 ดี ผ่านธงตราหมากรุกไปเป็นคันแรก ฮูฮัน ปาบโล มนโตยา นักขับเลือดร้อนชาวโคลัมเบีย ทีม วิลเลียมส์ เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 2 และ คีมี ไรค์โคเนน น้องใหม่จากฟินแลนด์ทีม แมคลาเรนเข้าป้ายอันดับ 3

อัลเบิร์ทพาร์ค เซอร์กิท เป็นสนามแข่งขัน ฟอร์มูลา วัน 1 ใน 3 สนาม ที่ใช้เส้นทางสาวนหนึ่งบนท้องถนนปกติเป็นสนามแข่งขันมีความยาวต่อรอบเท่ากับ 5.303 กม. ทำการแข่งขันรวม 58 รอบ ระยะทางรวม 307.574 กม. คุลธาร์ดนักขับสายเลือดสกอทคว้าชัยชนะในศึก ออสเตรเลีย กรองด์ปรีซ์ ปีนี้แบบพลิกความคาดหมายโดยออกสตาร์ทจากอันดับที่ 11 เช่นเดียวกับไรค์โคเนนที่ออกสตาร์ทจากอันดับที่ 15 จบการแข่งขันในอันดับ 3 เฉือน มิคาเอล ชูมาเคร์ แชมพ์โลก 5 สมัย และแชมพ์โลก 3 สมัยซ้อนคนล่าสุด ควบ แฟร์รารี รหัส P 2000 รถโมเดลเดิม เข้าเส้นชัยในอันดับ 4 นับว่าเป็นครั้งแรกที่ไม่ได้ขึ้นโพเดียมเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 18 เดือน

การคว้าแชมพ์ของ คุลธาร์ด ในครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 13 บนสังเวียน เอฟ 1 จากประสบการ์ณอันยาวนานของเขาทำให้การประคองรถมีความแม่นยำการผ่อนความเร็วบางช่วง เพื่อให้เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุดนั้น ส่งผลต่อการคว้าชัยชนะ รูเบนส์บาร์ริเชลโลมือ 2 ของ แฟร์รารี ออกสตาร์ทจากตำแหน่งโพลโพสิชันแต่ต้องออกจากการแข่งขันนับเป็นคันแรกตั้งแต่รอบที่ 5 ตลอดการแข่งขันมีอุบัติเหตุ จนกระทั่งรถเซฟที คาร์ ออกมาวิ่งบนสนามถึง 3 ครั้งนั้น มีส่วนอย่างมากที่ทำให้ช่องว่างระหว่างรถคันนำกับกลุ่มที่ตามหลังขยับใกล้เข้ามามากขึ้นซึ่งนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงของอันดับต่างๆ จนกระทั่งเหลือการแข่งขันอีกประมาณ  10 รอบสุดท้าย เห็นได้ชัดว่า โอกาสของ คุลธาร์ด มีมากกว่าใคร หลังจากรถ วิลเลียมส์ ที่ มนโตยา ขับอยู่ไปหมุนในโค้งขณะกำลังนำ เปิดโอกาสให้ คุลธาร์ด แซงขึ้นไปอยู่หัวแถว จนเข้าเส้นชัยไปในที่สุด

คีมีไรค์โคเนน ทีม แมคลาเรน พลาดโอกาสลุ้นแชมพ์ เนื่องจากไปถูกทำโทษว่าจอดในพิท 10  วินาที จากเหตุที่ทำความเร็วในพิทเกินกำหนด ส่วน มิคาเอล ต้องเข้าพิทเป็นครั้งที่ 3 หลังจากรถไปสะกิดขอบแทรค ต้องเข้าไปเปลี่ยนชิ้นส่วน เป็นผลให้จบการแข่งขันในอันดับ 4 เป็นครั้งแรกที่ไม่จบการแข่งขันใน 3อันดับแรก ตั้งแต่ราย
การ อิตาลี กรองด์ปรีซ์ ปี 2001 รวม 19 สนาม

ทีม เรอโนลต์จากฝรั่งเศส มีความแข็งแกร่งมากขึ้นในฤดูกาล ประกาศขยับขึ้นไปเบียดทีม วิลเลียมส์ และแมคลาเรนรายการนี้นักขับทั้ง 2 ของทีม จบการแข่งขันแบบมีแต้มติดมือออกไปทั้งคู่ ยาร์โน ตรุลลี ชาวอิตาเลียน เข้าเส้นชัยในอันดับ 5 และ แฟร์นานโด อาลนโซ นักขับชาวสเปนมือ 2 ของทีม ขยับขึ้นมาจากนักขับทดสอบแทน เจนสัน บัททัน เข้าเส้นชัยในอันดับ 7 โดยมี ฟเรนท์เซน จากทีม เซาเบอร์ ติดที่ 6 และปิดท้ายด้วย ราล์ฟ ชูมาเคร์ เข้าที่ 8ชากส์ วิลล์เนิฟ เข้าที่ 9 ไม่มีแต้ม

ในกรณีของทีม บาร์ ที่เกิดความผิดพลาด จากการเข้าพิทของรถทั้ง 2 คัน ที่ขับโดย วิลล์เนิฟ และบัททัน โดย วิลล์เนิฟ เข้าพิทไปในรอบที่ถูกกำหนดให้เป็นรอบของ บัททัน จนต้องเสียเวลารอทีมเซอร์วิศบริการรถของ วิลล์เนิฟเนื่องจากเข้าไปก่อน หลังจบการแข่งขัน วิลล์เนิฟ กล่าวว่า”ความผิดพลาดที่เกิดขั้นเนื่องจากระบบวิทยุสื่อสารในรถเสียหาย ไม่สามารถติดต่อกับทางทีมได้ จึงตัดสินใจนำรถเข้าพิททันที และเป็นความบังเอิญที่เป็นรอบเดียวกับ บัททัน”

ผลการแข่งขัน ออสเตรเลีย กรองด์ปรีซ์
อันดับ ผู้ขับ ทีม เวลารวม
1. เดวิด คุลธาร์ด แมคลาเรน 1 ชั่วโมง 34 นาที 42.124 วินาที
2. ฮูฮัน ปาบโล มนโตยา วิลเลียมส์ + 8.675 วินาที
3. คีมี ไรค์โคเนน แมคลาเรน + 9.192 วินาที
4. มิคาเอล ชูมาเคร์ แฟร์รารี + 9.482 วินาที
5. ยาร์โน ตรุลลี เรอโนลต์ + 38.801 วินาที

มาเลเซีย กรองด์ปรีซ์
นักขับหน้าใหม่…แจ้งเกิด

ศึก ฟอร์มูลา วัน สนามที่ 2 ในรายการ มาเลเซีย กรองด์ปรีซ์ ที่ เซปัง เซอร์กิท จบลงไปพร้อมๆ กับการแจ้งเกิดของนักขับน้องใหม่อย่างน้อย 2 ราย หลังจาก แฟร์นานโด อาลนโซ นักขับชาวสเปน มือ 2 ของทีม เรอโนลต์ คว้าโพลโพสิชันไปครองเป็นครั้งแรกในชีวิต ตามมาด้วย ยาร์โน ตรุลลี เพื่อนร่วมทีม และ มิคาเอล ชูมาเคร์ ติดที่ 3

คีมี ไรค์โคเนน นักขับดาวรุ่งมือสองของทีม แมคลาเรน ชาวฟินแลนด์ แจ้งเกิดด้วยการคว้าแชมพ์แรกในชีวิตการแข่งขัน เอฟ 1 เป็นผลสำเร็จ ด้วยการออกสตาร์ทจากอันดับที่ 7 ทะยาน เอมพี 4-17 ดี ผ่านธงตราหมากรุกไปเป็นคันแรก หลังจบการแข่งขันครบ 55 รอบ ทำเวลาทิ้งห่าง รูเบนส์  บาร์ริเชลโล จากทีม แฟร์รารี ถึง 39.286 วินาที โดย แฟร์นานโด อาลนโซ ขึ้นโพเดียมครั้งแรกในชีวิต ด้วยการรับอันดับ 3 ไปครอง ขณะที่แชมพ์เก่าประจำสนามเมื่อปีที่แล้ว ราล์ฟ ชูมาเคร์ ทีม วิลเลียมส์ เข้าป้ายอันดับ 4 ตามมาด้วย ยาร์โน ตรุลลี ทีม เรอโนลต์ ติดที่ 5 และ มิคาเอล ชูมาเคร์ เข้าที่ 6 เกิดการเฉี่ยวชนกับรถของ ตรุลลี ตั้งแต่รอบแรก แถมถูกทำโทษต้องเข้าไปจอดในพิทอีก 10 วินาที

แฟร์นานโด อาลนโซ นักขับวัย 21 ปี สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในวงการ เอฟ 1 ด้วยการเป็นนักขับอายุน้อยที่สุดและเป็นนักขับชาวสเปนคนแรกคว้าโพลโพสิชันไปครอง ส่วนการขึ้นโพเดียมรับอันดับ 3 นับว่าเป็นชาวสเปนคนที่ 2ต่อจาก อัลฟนโซ เด โปร์ตาโก ทำไว้เมื่อปี 12956 ผลงานครั้งนี้ของ อาลนโซ เป็นข่าวพาดหัวตามหน้าหนังสือพิมพ์
ในสเปน และกษัตริย์ ฮูฮัน การ์โลส แห่งสเปน โทรศัพท์ข้ามทวีปแสดงความยินดีกับความสำเร็จในครั้งนี้

ก่อนการแข่งขัน ไมค์แกสกอยท์ หัวหน้าทีมออกแบบ ของ เรอโนลต์ ได้กล่าวว่า “เซปัง เซอร์กิท นั้นถูกออกแบบขึ้นมาสร้างความท้าทายทั้งนักขับ และผู้ผลิตรถ ที่เน้นในเรื่องของแทรคชัน และแอโรไดนามิค มากกว่าเซอร์กิทอื่นและจุดนี้เองที่ทีม เรอโนลต์ น่าจะมีสิทธิ์ลุ้นกับทีม วิลเลียมส์ ได้อย่างสนุก”

“แมคลาเรน ยังห่างเราอยู่เล็กน้อยโดยเฉพาะ ไรค์โคเนนเป็นนักแข่งที่ทำความเร็วสูงจริง ๆ” แกสกอยน์กล่าวเสริม

หลังจากออกสตาร์ท แฟร์นานโด อาลนโซ ขึ้นนำไปใน 12 รอบแรก หนีการไล่ล่าของบรรดานักขับระดับเซียนทั้งหลายไม่ว่าจะเป็น มิคาเอล/บาร์ริเชลโล/ไรค์โคเนน และมนโตยา หลังจากที่ ไรค์โคเนน สามารถขึ้นนำไปได้ เขาก็สามารถประคองรถได้โดยตลอด ส่วน คุลธาร์ด ต้องออกจากการแข่งขันไปตั้งแต่รอบที่ 3 รถมีปัญหาระบบขับเคลื่อน

ราล์ฟแชมพ์เก่าประจำสนาม และเพียงสนามเดียวเมื่อปีที่แล้ว สร้างผลงานในวันแข่งจริงได้ดีเช่นกันหลังจากออกสตาร์ทจากอันดับที่ 17 ไล่แซงขึ้นมารับอันดับ 4 ส่วนทีม บาร์ เก็บแต้มแรกได้จากผลงานของ เจนสัน บัททัน เข้าเส้นชัยในอันดับ 7 มี 2 แต้ม เพื่อนร่วมทีม วิลล์เนิฟ ออกจากการแข่งขันไปตั้งแต่รอบแรก

ทีม แมคลาเรน ยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะนำรถแข่งรหัสใหม่ล่าสุด เอมพี 4-18 ลงสนามเมื่อไหร่เพียงแต่กล่าวว่า จะเริ่มลงสนามในยุโรป ส่วนทางทีม แฟร์รารี ประกาศออกมาแล้วว่าจะนำ F 2003 GA ลงสนามแรก รายการ ซาน มาริโน กรองด์ปรีซ์ ที่ อีโมลา เซอร์กิท

สนามที่ 3 รายการ บราซิล กรองด์ปรีซ์ หลังจากนั้นย้ายกันไปแข่งกันในยุโรป 11 สนาม โดยมี แคนาดา กรองด์ปรีซ์ เป็นสนามเข้ามาสอดแทรกในช่วงกลาง การแข่งขันในยุโรปจะเป็นการเปิดศักราชใหม่ ของวงการเอฟ 1 อีกครั้ง หลังจากอุ่นเครื่องกันนอกยุโรป พร้อมกับการส่งรถแข่งรุ่นใหม่ ของทีม แมคลาเรน ปะทะกับแฟร์รารี อย่างแท้จริง

ผลการแข่งขันมาเลเซีย กรองด์ปรีซ์
อันดับ ผู้ขับ ทีม เวลารวม
1. คีมี ไรค์โคเนน แมคลาเรน 1 ชั่วโมง 32 นาที 22.195 วินาที
2. รูเบนส์ บาร์ริเชลโล แฟร์รารี + 39.286 วินาที
3. แฟร์นานโด อาลนโซ เรอโนลต์ + 1 นาที 04.007 วินาที
4. ราล์ฟ ชูมาเคร์ วิลเลียมส์ + 1 นาที 28.026 วินาที
5. ยาร์โน ตรุลลี เรอโนลต์ + 1 รอบ
สรุปคะแนนสะสม รวม 2 สนาม
ประเภทผู้ขับ
อันดับ ผู้ขับ ทีม คะแนนรวม
1. คีมี ไรค์โคเนน แมคลาเรน 16
2. เดวิด คุลธาร์ด แมคลาเรน 10
3. ฮูฮัน ปาบโล มนโตยา วิลเลียมส์ 8
4. รูเบนส์ บาร์ริเชลโล แฟร์รารี 8
5. แฟร์นานโด อาลนโซ เรอโนลต์ 8
ประเภททีม
อันดับ ทีม คะแนนรวม
1. แมคลาเรน 26
2. เรอโนลต์ 16
3. แฟร์รารี 16
4. วิลเลียมส์ 14
5. เซาเบอร์ 4

 



------------------------------
เรื่องโดย : ไททาเนียม
ภาพโดย : -
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤษภาคม ปี 2546
คอลัมน์ : เจาะสนามแข่งต่างประเทศ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/mSiPS

Follow autoinfo.co.th