บทความ

สปอทไลท์ ใช้ให้ถูกเวลา


บริษัทรถยนต์ชั้นนำทั้งยุโรปและญี่ปุ่นมักจะมีไฟสปอทไลท์ซึ่งใช้ติดตั้งใต้กันชนหน้าให้เลือกเป็นอุปกรณ์พิเศษและได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งกว่านั้น หลายยี่ห้อใช้เป็นจุดขายแถมให้ลูกค้าแต่เจ้าของรถมักจะใช้งานผิดวัตถุประสงค์เปิดสปอทไลท์คู่ไปกับไฟส่องทางเพื่อเพิ่มทัศนวิสัยที่ดีในการขับขี่ยามค่ำคืน (ทั้งๆที่ไฟคู่หน้าก็ให้ความสว่างที่เพียงพอแล้ว)โดยไม่คำนึงว่าแสงไฟจะไปรบกวนผู้ที่ขับรถขับสวนทางมาหรืออาจส่องกระทบกระจกส่องหลังของรถคันหน้า ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดความรำคาญแล้ว อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้อีกด้วย

สปอทไลท์เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ในการเพิ่มแสงสว่างขณะขับขี่ท่ามกลางทัศนวิสัยที่เลวร้าย เช่นการขับรถท่ามกลางหมอกควัน หรือในขณะฝนตกหนักสิ่งนี้ไม่ใช่ความผิดของบริษัทรถยนต์ที่ติดตั้งอุปกรณ์มีประโยชน์ให้แก่ลูกค้าแต่ควรมีคำเตือนหรือข้อแนะนำในการใช้งานให้เหมาะสมกับสถานการณ์เพราะทุกวันนี้ผู้ใช้รถกว่าครึ่งที่มีไฟสปอทไลท์ ทั้งที่ติดตั้งมาจากโรงงานหรือติดเพิ่มเองจะเปิดใช้พร้อมกับไฟหน้า นอกจากนี้ในช่วงกลางคืนรถบางคันแทนที่จะเปิดกลับปิดไฟหน้าใช้แต่สปอทไลท์แทน

ผู้ใช้รถทั้งหลายกรุณาเปิดแต่ไฟต่ำในยามค่ำคืน และใช้สปอทไลท์แต่ในยามจำเป็นหรือฉุกเฉินเท่านั้นเพื่อความปลอดภัยและไม่รบกวนผู้อื่น ส่วนผู้ที่ใช้กระบะที่มีไฟหน้าจากโรงงานที่สว่าง “เกินปกติ”จนเมื่อขับสวนกัน หรือแม้แต่มองผ่านกระจกส่องหลัง เห็นความสว่างของดวงไฟก็ยังสามารถบอก”ยี่ห้อ” รถ ได้อย่างไม่ผิดเพี้ยนผมคิดว่าทางบริษัทควรหาทางแก้ไขมากกว่าการเรียกรถเข้าไปปรับองศาของการส่องสว่างเท่านั้นหรือไม่เช่นนั้นเจ้าของรถถ้าจะกรุณาแก้ไขก็จะเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นรวมทั้งตัวท่านเองได้ก็จะเป็นพระคุณยิ่ง แถมยังไม่ต้องถูกตำหนิจากผู้ใช้รถรอบข้าง

คนไทยเรามักจะมีความเข้าใจผิดในการใช้ไฟสัญญาณที่เขาติดตั้งมาให้เพื่อความปลอดภัยและเมื่อใช้กันผิดๆ อย่างพร่ำเพรื่อ สิ่งผิดๆ นั้นกลับกลายเป็นความนิยมที่ทำกันทั่วบ้านทั่วเมืองโดยเข้าใจว่าเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ “ไฟฉุกเฉิน” ซึ่งมีไว้ให้เปิดในขณะที่ “จอดฉุกเฉิน”ตามชื่อที่ตั้งไว้ แต่คนไทย (คงจะเป็นชาติเดียวในโลก) กลับเปิดเพื่อขอทางเมื่อวิ่งผ่านสี่แยกวิ่งตามขบวนต่างๆ หรือวิ่งขณะฝนตกหนัก ซึ่งล้วนแต่เป็นอันตรายอย่างยิ่ง

ขอแถมอีกเรื่องเกี่ยวกับการขับรถย้อนศรสวนทางกับรถที่วิ่งมา
ในอดีตจะมีเพียงแค่จักรยานยนต์ที่มักง่ายไม่อยากที่จะต้องวิ่งไปกลับรถไกลๆ แต่ในปัจจุบันรถยนต์ที่มักง่ายก็เริ่มกระทำเช่นเดียวกัน ผมคิดว่าถ้าเจ้าหน้าที่จับกุมหรือตักเตือนและมีการลงโทษที่แรงพอสมควร
สิ่งเหล่านี้แม้จะไม่สูญหายไปจากเมืองไทยแต่ก็จะลดลงไปมากทีเดียว เมื่อปล่อยไว้เรื่อยๆโดยไม่มีการลงโทษใดๆ (ในสังคมปัจจุบัน
ผมเลิกที่จะนึกนึงการสร้างจิตสำนึกที่ดีในการใช้รถไปนานแล้ว) สิ่งผิดๆ จะเพิ่มทวีขึ้นทั่วทุกหนแห่ง(ซ้ำในบางครั้งเจ้าหน้าที่บ้านเมืองกลับเป็นผู้กระทำผิดเสียเองจนเสียชีวิตไปหลายคน)

ผมคิดว่าหน่วยงานราชการสื่อมวลชนโดยเฉพาะหนังสือพิมพ์ที่สามารถแพร่กระจายข่าวสารได้ทั่วถึงและรวดเร็วรวมทั้งสถาบันคร
อบครัวควรจะมีบทบาทในการให้ข้อมูลความรู้ที่ถูกต้องในการใช้รถแก่สมาชิกในครอบครัวจะช่วยให้สิ่งผิดๆ เหล่านี้เบาบางลงกว่าที่เป็นอยู่



------------------------------
เรื่องโดย : อัฐฒา นายเรือ
ภาพโดย : -
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤษภาคม ปี 2546
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/k7XQ2

Follow autoinfo.co.th