บทความ

สิ้นปี


เดือนนี้เป็นเดือนสุดท้ายของปี 2545 เวลาที่ผ่านไปยาวนานถึง 12 เดือนแล้ว น่าจะมีเรื่องมีราวทั้งที่เป็นมรรคเป็นผล และไม่เป็นมรรคเป็นผลเกิดขึ้นมากมายก่ายกองที่สมควรจะนำมาทบทวนเก็บเอาไว้เป็นความทรงจำบ้าง

 

ในแวดวงของวงการรถยนต์เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งว่า ความตั้งใจอันแรงกล้าของวงการรถยนต์ที่จะเห็นการเติบโตขยายตัวของตลาดรถยนต์ให้เฟื่องฟูเหมือนเมื่อครั้งเก่าก่อนตอนเศรษฐกิจฟูฟ่อง วันนี้ดูเหมือนว่าจะสัมฤทธิ์ผลเป็นที่น่าพออกพอใจแล้ว

 

ตลาดรถยนต์มีการขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นกว่าเมื่อปีก่อนอีกถึงกว่า 30 % เป้าหมายการค้าการขายที่ตั้งเอาไว้ก็สามารถทำให้บรรลุได้ดังใจหมายทุกประการ

 

บรรดารถยนต์ยี่ห้อต่างๆ บรรดามีอยู่ในท้องตลาดอารมณ์แจ่มใสเบิกบานไปตามๆ กัน

 

และก็ทำให้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ๆ ดีๆ เป็นคุณประโยชน์แก่ฝ่ายผู้บริโภคหรือผู้ซื้อรถยนต์มาใช้นานัปการทีเดียว

 

แคมเปญเด็ดๆ ที่บริษัทรถยนต์เอาใจลูกค้าล้วนแล้วแต่เข้าเป้าโดนใจกันเต็มๆ ไม่ว่าจะเป็นการให้เช่าซื้อรถโดยไม่มีดอกเบี้ย ถึงมีก็คิดกันถูกแสนถูกเพียงแค่ 3.9 % บ้าง น้อยกว่านั้นบ้างไม่ต้องวางเงินดาวน์ ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกันก็ยังได้ ของแจกของแถมมีเพียบทั้งประกันภัยชั้น 1 ที่ให้กันตั้งแต่ 1 ปี จนถึง 2 ปี ประกันคุณภาพรถแทนที่จะกำหนดกันสั้นๆ แค่ 6 เดือนหรือ 1 ปี ก็ยืดยาวให้กันไปจนถึง 2 ปีบ้าง 3 ปีบ้างตามถนัด

 

ปรากฏการณ์อย่างนี้ไม่ค่อยจะได้พบได้เห็นกันบ่อยครั้งหนัก แต่ว่าปี 2545 ที่กำลังจะผ่านไปนี้ ต้องถือว่ามีให้กันจนแทบจะกลายเป็นของธรรมดาสามัญกันเลยเชียวแหละ

 

ด้านตัวรถยนต์ก็ประเดประดังกันออกมาให้เป็นทางเลือกที่เหลือเฟือทางด้านเทคโนโลยีใหม่ๆก้าวหน้าจนต้องใช้เวลาไปส่วนหนึ่ง เพื่อการค้นตำหรับตำราหาความหมายของอักษรตัวย่อของระบบก้าวหน้าต่างๆที่รถยนต์แต่ละยี่ห้อนำมาใช้อวดอ้างสรรพคุณ รู้เรื่องกันบ้าง ไม่รู้เรื่องกันบ้าง ก็ไม่เป็นไร

 

ศักราชใหม่ของรถเก๋งที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลกำลังจะแพร่หลาย มีการนำร่อง นำมาเสนอสนองในตลาดกันแล้ว อีกหน่อยคงจะเข้าสู่ความนิยมอย่างเป็นธรรมชาติแน่ แม้แต่รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ไฮบริดที่ผสมผสานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์ธรรมดากับเครื่องยนต์ระบบไฟฟ้าก็มีให้เห็นกัน

 

ในกลุ่มรถกระบะ หรือรถพิคอัพยิ่งไปกันใหญ่ มีทั้งเครื่องยนต์ดีเซลในระบบใหม่ล่าสุด ที่เรียกว่าคอมมอนเรล และแม้แต่รูปร่างรถในแบบใหม่ก็ยังมีการนำเอามาเปิดตัวเป็นครั้งแรกในเมืองไทยกัน

 

ความหลากหลายของรถกระบะก็มีจนจาระไนไม่หวาดไม่ไหว มีครบทั้งแบบ 2×4 และ 4×4 แถมยังก้าวหน้าต่อไปอีกในเรื่องประตูรถ นอกจากจะมีแบบ 2 ประตู 4 ประตูแล้ว ยังมีแบบบานเปิดได้ที่ไม่ใช่ทั้งแบบ 2 ประตู และ 4 ประตู ให้ได้เลือกหากันอีก

 

สบายใจคนซื้อรถมาใช้จริงๆ แต่ที่ไม่ค่อยจะสบายใจเท่าไรนัก ก็เรื่องสนนราคารถยนต์เท่านั้นที่ทำไมถึงแพงขึ้นทุกวันก็ไม่รู้

 

หมดจากเรื่องนี้แล้ว ก็มาว่ากันเรื่องอื่นต่อ เอาเรื่องใกล้ตัวนี่แหละ

 

ปัญหาการจราจรติดขัดในกรุงเทพมหานคร ปัญหาที่ต้องยอมรับกันว่าน่าจะเป็นปัญหาโลกแตกไปแล้ว

 

แต่ยังคงมีคนอาสาเข้ามาลองดีอยู่ร่ำไป

 

การจัดระเบียบสังคม ห้ามปรามวัยรุ่นที่อายุยังไม่ถึง 20 ปี เข้าไปในสถานที่อโคจร เช่น สถานบันเทิงต่างๆ ในเวลาค่ำคืน รวมทั้งการเข้มงวดกวดขันให้สถานเริงรมย์ทั้งหลาย ต้องปิดการให้บริการในเวลาที่กำหนดดูเหมือนว่าจะสร้างกูดวิลล์ (GOOD WILL) ให้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคนก่อนได้ดีทีเดียวถึงกับได้ฉายาที่ผู้คนมอบให้ด้วยความเต็มใจว่า “มือปราบสายเดี่ยว”

 

การจัดระเบียบสังคมใหม่ได้ผล ก็เลยมีการนำเอา “การจัดระเบียบจราจร” มาใช้กันต่อมา

 

วางข้อกำหนดเข้ม ใครทำผิดกฎจราจรจะต้องถูกบันทึกตัดแต้มมากน้อยขึ้นอยู่กับข้อหาการกระทำผิด ทำยังกับอยู่เมืองนอกที่เจริญแล้ว นอกจากนั้นยังมีการตีเส้นกำกับเส้นทางจราจรตามทางแยกใหม่ แยกเป็นส่วนรอสัญญาณไฟของรถจักรยานยนต์กับรถยนต์ต่างหากจากกัน

 

ตอนที่เริ่มปฏิบัติการ ทำท่าว่าจะไปได้ดีอยู่เหมือนกัน แต่ก็ดีและอยู่ในระเบียบในกฎเกณฑ์กันพักหนึ่ง แต่ตอนนี้ขอบอกว่า เส้นสายต่างๆ ที่ตีกรอบเอาไว้ตามทางแยกลบเลือนหมดไปแล้ว และการขับขี่รถโดยไม่สนใจต่อ “การจัดระเบียบทางจราจร” ก็กำลังจะเข้าอีหรอบเดิมอีกแล้วเหมือนกัน

 

ปัญหารถติดคงจะแก้ไขให้ลุล่วงไปไม่ได้ง่ายๆ นัก ถ้ายังคงปล่อยให้คนมือไม่ค่อยถึงจัดการอยู่ว่าแล้วนายกรัฐมนตรีก็ออกมาประกาศว่า จะขอเข้ามาเป็นผู้ดูแลเอา พูดง่ายๆก็คือต้องใช้คนมีฝีมือระดับนายกรัฐมนตรีคนนี้เท่านั้นที่จะเอาอยู่ ว่าแล้วก็สั่งการให้คนนั้นคนนี้ไปจัดการตามที่เห็นควร

 

ขั้นแรก ให้รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยไปจัดการให้ระบบทางด่วนปรับเปลี่ยนแปลงการเก็บเงินค่าผ่านทางในระบบเสียใหม่ให้ถูกลงกว่าเดิม เพื่อที่ว่ารถทั้งหลายจะได้ขึ้นไปใช้ทางด่วนกันมากขึ้น จนทำให้ถนนในพื้นราบเกิดความคล่องตัวมากขึ้น

 

อีหลักอีเหลื่อกันน่าดูระหว่างเจ้าของทางด่วนกับฝ่ายแก้ปัญหาจราจร แล้วก็ตกลงกันได้ในแบบพบกันครึ่งทางทดลองลดราคาลงมาอีกนิดหน่อยก่อน 45 วัน แล้วก็จะลดลงมาตามที่ต้องการอีกครั้งในอีก 45 วัน เป็นการทดลองหาผลสรุปในแบบเป็น เคสสตัดดี (CASE STUDY)

 

เท่าที่ปรากฏให้เห็นกันอยู่วันนี้ ก่อนและหลังการปฏิบัติการกับทางด่วน รถราบนท้องถนนในพื้นราบก็ยังติดขัดกันอยู่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

เห็นทีจะต้องเปิดให้มีการทำเวิร์คชอพหรือบูรณาการกันใหม่อีกสักทีละมั๊ง

 

ตอนนี้มีการปฏิรูประบบราชการกันใหม่แล้ว กระทรวงก็มีเพิ่มขึ้นเป็นอีกตั้ง 20 กระทรวงแล้ว แต่ว่าทบวงมหาวิทยาลัยดูเหมือนจะหายหน้าหายตาไป รัฐมนตรีที่เคยว่าการทบวงมหาวิทยาลัยอยู่เดิม ตอนนี้โยกย้ายไปว่าการกระทรวงอื่นแล้ว ไม่แน่ใจว่าจะมามีเวลาพอที่จะมาดูแลลงไม้ลงมือกับการแก้ปัญหาจราจรอีกหรือเปล่า น่าจะต้องหาคนใหม่มาแสดงฝีมือแทนได้แล้ว ไม่งั้นเสียชื่อนายกรัฐมนตรีที่เคยออกปากอาสาไว้หมด คราวก่อนก็ทีหนึ่งแล้ว จำไม่ได้หรือไง ?



------------------------------
เรื่องโดย : "หลวงเลียบเมือง"
ภาพโดย : -
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ธันวาคม ปี 2545
คอลัมน์ : บทความ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/8iJzz

Follow autoinfo.co.th