บทความ

รถยนต์สมัยน้ำมันถูก


เมื่อ 25 กว่าปีมาแล้ว เมืองไทยมีรถยนต์อยู่หลายยี่ห้อหลายประเทศทั่วโลกในบรรดาที่สร้างรถยนต์ และมีตัวแทนจำหน่ายอยู่ในประเทศ

 

จากหนังสือคู่มือประจำรถ 2517 ของราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ มีรายชื่อรถยนต์ต่างๆ ที่เข้ามาขายในเมืองไทยเวลานั้นคือ

 

แจกวาร์ เอกซ์ เจ 6 4.2
4 สูบ โอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ 4,235 ซีซี 173 แรงม้า ที่ 4,750 รตน. เกียร์ซินโครเมช 4 จังหวะ ระบบห้ามล้อแบบ จานทั้ง 4 ล้อ ระบบรองรับแบบอิสระทั้ง 4 ล้อ

 

ซิมคา 1301 สเปเชียล
4 สูบ 1,290 ซีซี 70 แรงม้าที่ 5,400 รตน. แรงบิดสูงสุด 9.6 กก.-ม. ที่ 2,600 รตน. เกียร์ ซินโครเมช 4 จังหวะ ห้ามล้อ มีหม้อลมเบรคช่วย พร้อมด้วยลิ้นควบคุมความดันเบรคที่ล้อหลัง ความเร็วสูงสุด 148 กม./ชม.

 

ซีตรอง เอสเอม
6 สูบ 2,965 ซีซี 180 แรงม้า ที่ 6,000 รตน. เกียร์ มีทั้งแบบธรรมดา และอัตโนมัติ ห้ามล้อแบบจานทั้ง 4 ล้อ ระบบกันกระเทือนอิสระทั้ง 4 ล้อ ทำงานด้วยไฮดรอลิค

 

เชฟโรเลต์ คาพรีศ
เครื่องเทอร์โบ-ไฟร์ 400-2 วี 8 สูบ เกียร์อัตโนมัติ 3 จังหวะ เทอร์โบไฮดรา-แมทิค ระบบห้ามล้อ ด้านหน้าแบบจานหลังแบบดุม

 

ซาบ 99
เครื่องยนต์แบบ 4 สูบ ขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หน้า 1,854 ซีซี 86 แรงม้า ที่ 3,000 รตน. เกียร์กระปุก 4 จังหวะระบบห้ามล้อ แบบจานทั้ง 4 ล้อ มีระบบเซอร์โวช่วย ความเร็วสูงสุด 155 กม./ชม.

 

ทไรอัมพ์ 2000 มาร์ทู
6 สูบ คาร์บูเรเตอร์คู่ 1,998 ซีซี 84 แรงม้าที่ 5,000 รตน. เกียร์ ระบบซินโครเมช ขับเคลื่อนด้วยล้อหลัง ระบบห้ามล้อแบบจานทั้ง 4 ล้อ มีระบบเซอร์โวช่วย ความสิ้นเปลืองน้ำมัน 1 ลิตร/9 กม. ความเร็วสูงสุด 220 กม./ชม.

 

บีเอมดับเบิลยู 520
4 สูบ 1,990 ซีซี 115 แรงม้า (ดิน) ที่ 5,800 รตน. แรงบิดสูงสุด 16.1 กก.-ม. ที่ 3,700 รตน. เกียร์ระบบซินโครเมช 4 จังหวะ ล้อหน้าแบบจาน ล้อหลังแบบดุม ความเร็วสูงสุด 173 กม./ชม. ความสิ้นเปลืองน้ำมัน 1ลิตร/10.7 กม.

 

ดัทสัน 160 เจ
4 สูบ 1,595 ซีซี 100 แรงม้า ที่ 6,000 รตน. เกียร์กระปุก และธรรมดา ระบบห้ามล้อหน้าจานเบรค ล้อหลังดุมเบรค ความเร็วสูงสุด 140 กม./ชม.

 

โตโยตา คารินา 1600
4 สูบ แบบโอเวอร์เฮดวาล์ว 1,600 ซีซี 102 แรงม้า ที่ 6,000 รตน. แรงบิดสูงสุด 14.0 กก.-ม. เกียร์ธรรมดา 4 จังหวะ แบบซินโครเมชทั้งหมด ระบบห้ามล้อไฮดรอลิค แบบอิสระทั้ง 4 ล้อ ความสิ้นเปลืองน้ำมัน 1 ลิตร/12 กม. ความเร็วสูงสุด 175 กม./ชม.

 

เปอโฌต์ 504
4 สูบ 1,971 ซีซี 110 แรงม้า ที่ 5,600 รตน. เกียร์อัตโนมัติ ระบบกันกระเทือนแบบอิสระทั้ง 4 ล้อ ห้ามล้อแบบจานทั้งหมด ความเร็วสูงสุด 173 กม./ชม. ความสิ้นเปลืองน้ำมัน 1 ลิตร/10.5 กม.

 

ฟอร์ด เอสคอร์ท

4 สูบ 1,300 ซีซี 61.5 แรงม้าที่ 5,000 รตน. แรงบิดสูงสุด 10.4 กก.-ม. ที่ 2,500 รตน. เกียร์เดินหน้า 4 จังหวะ ซินโครเมช ความเร็วสูงสุด 157 กม./ชม. อัตราเร่ง 0-60 กม./ชม. ใน 14 วินาที

 

ฟอร์ด คอร์ทินา จีเอกซ์แอล
2,000 ซีซี โอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ 115 แรงม้า ที่ 6,000 รตน. แรงบิดสูงสุด 17.7 กก.-ม. เกียร์ระบบซินโครเมช เดินหน้า 4 จังหวะ เบรคระบบเพาเวอร์แบบจานทั้ง 4 ล้อ ความเร็วสูงสุด 168 กม./ชม.

 

ฟอร์ด แฟร์มอนท์
เครื่องยนต์ 258 ซีไอดี โอเวอร์เฮดไฮดรอลิควาล์ว 155 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 29.0 กก.-ม. ความเร็วสูงสุด 170กม./ชม.

 

สโกดา เอส 100 แอล
4 สูบ 988 ซีซี 48 แรงม้า ที่ 4,750 รตน. แรงบิดสูงสุด 7.5 กก.-ม. ที่ 3,000 รตน. เกียร์ซินโครเมช 4 จังหวะ ห้ามล้อ หน้าแบบจาน หลังแบบดุม ความเร็วสูงสุด 125 กม./ชม. ความสิ้นเปลืองน้ำมัน 1 ลิตร/9 กม.

 

ออสติน แมกซี 1750
4 สูบ ทวินโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ 1,748 ซีซี 84 แรงม้าที่ 5,000 รตน. เกียร์ซินโครเมช 5 จังหวะ ห้ามล้อ ระบบไฮดรอลิค ล้อหน้าแบบจาน ล้อหลังแบบดุม ความสิ้นเปลืองน้ำมัน 1 ลิตร/9 กม.

 

เฟียต 132 เอส
4 สูบแนวนอน ทวินโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ 1,756 ซีซี 105 แรงม้า ที่ 6,000 รตน. เกียร์ซินโครเมช 5 จังหวะ ระบบห้ามล้อแบบจานทั้ง 4 ล้อ มีระบบเซอร์โว แยกเป็น 2 วงจร ความเร็วสูงสุด 170 กม./ชม.

 

โฟล์คสวาเกน เค 70
4 สูบ 1,600 ซีซี 105 แรงม้า ที่ 5,500 รตน. แรงบิดสูงสุด 15.2 กก.-ม. ที่ 4,500 รตน. เกียร์ซินโครเมช 4 จังหวะ ระบบห้ามล้อ วงจรคู่พร้อมด้วยวงจรด้านหน้าเพิ่มเติมอีกหนึ่งวงจร ล้อหน้าแบบจาน ล้อหลังใช้ดุม ความเร็วสูงสุด 158 กม./ชม.

 

มาซดา อาร์เอกซ์ 4
เครื่องยนต์แบบโรตารี 2 โรเตอร์ 573 ซีซี x 2 แรงอัด 9.4 แรงบิดสูงสุด 16.5 กก.-ม. ที่ 4,000 รตน. เกียร์ซินโครเมชเดินหน้า 5 จังหวะ ระบบห้ามล้อด้านหน้าแบบจาน หลังแบบดุม ความเร็วสูงสุด 190 กม./ชม.

 

เมร์เซเดส-เบนซ์
6 สูบ แบบทวินโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ 2,746 ซีซี 185 แรงม้า ที่ 6,000 รตน. เกียร์ธรรมดาหรือกระปุก 4-5 จังหวะ ระบบห้ามล้อแบบจานมีระบบเซอร์โวช่วย ความเร็วสูงสุด 200 กม./ชม.

 

โรเวอร์ 3500
4 สูบ 3,500 ซีซี 145 แรงม้า ที่ 5,000 รตน. เกียร์กระปุก 4 จังหวะ ระบบห้ามล้อแบบจานทั้ง 4 ล้อ ใช้ระบบเซอร์โวช่วย ความเร็วสูงสุด 195 กม./ชม.

 

ลันชา เบตา
4 สูบ 1,756 ซีซี 110 แรงม้า ที่ 6,000 รตน. เกียร์กระปุก 5 จังหวะ ระบบห้ามล้อแบบจานทั้ง 4 ล้อ มีระบบเซอร์โวช่วย ความสิ้นเปลืองน้ำมัน 1 ลิตร/8.9 กม. ความเร็วสูงสุด 175 กม./ชม.

 

โวลโว 144
4 สูบ 2,000 ซีซี 118 แรงม้า ที่ 5,800 รตน. เกียร์อัตโนมัติ ระบบห้ามล้อแบบจานทั้ง 4 ล้อ วงจรสามเหลี่ยม ความเร็ว 180 กม./ชม.

 

แวเรียนท์ รีกัล
6 สูบ 4,015 ซีซี 165 แรงม้า เกียร์ซินโครเมช เดินหน้า 3 จังหวะ ระบบห้ามล้อ ด้านหน้าแบบจาน ด้านหลังแบบดุม มีระบบเซอร์โวช่วย ความเร็วสูงสุด 170 กม./ชม.

 

เอาดี 100 คูเป เอส
4 สูบ 1,871 ซีซี 112 แรงม้า ที่ 5,600 รตน. แรงบิดสูงสุด 16.3 กก.-ม. ที่ 3,500 รตน. เกียร์ซินโครเมช 4 จังหวะ ห้ามล้อ ด้านหน้าแบบจาน หลังแบบดุม ความเร็วสูงสุด 190 กม./ชม.

 

ฮิลล์แมน อเวนเจอร์
4 สูบ 1,500 ซีซี เกียร์ กระปุก 5 เกียร์ หรืออัตโนมัติ ห้ามล้อแบบจาน ความเร็วสูงสุด 160 กม./ชม.

 

เรอโนลต์ 17
4 สูบ 1,565 ซีซี ที่ 102 แรงม้า 5,500 รตน. เกียร์ซินโครเมช 4 จังหวะ ระบบห้ามล้อ ด้านหน้าแบบจาน ด้านหลังแบบดุม ความสิ้นเปลืองน้ำมัน 1 ลิตร/9 กม. ความเร็วสูงสุด 168 กม./ชม.

 

โฮลเดน เบลมอนท์
6 สูบ แนวตรง 3,310 ซีซี 135 แรงม้า ที่ 4,400 รตน. แรงบิดสูงสุด 26.8 กก.-ม. ที่ 2,000 รตน. เกียร์ซินโครเมช 3 จังหวะ ระบบห้ามล้อ แยก 2 วงจร ทำงานด้วยไฮดรอลิคมีหม้อลมช่วย ความเร็วสูงสุด 150กม./ชม.

 

โฮลเดน พรีเมียร์
6 สูบ แนวตรง 3,310 ซีซี 135 แรงม้า ที่ 4,400 รตน. แรงบิดสูงสุด 26.8 กก.-ม. ที่ 2,000 รตน. เกียร์กระปุก เดินหน้า 4 จังหวะ ซินโครเมชทั้งหมด ระบบห้ามล้อด้านหน้าแบบจาน หลังแบบดุม ใช้ระบบเซอร์โวช่วย ความเร็วสูงสุด 160กม./ชม.

 

มิตซูบิชิ แลนเซอร์
4 สูบ 1,400 ซีซี 92 แรงม้า ที่ 6,300 รตน. เกียร์กระปุก 4 จังหวะ ระบบห้ามล้อ ด้านหน้าแบบจาน หลังแบบดุม
ความสิ้นเปลืองน้ำมัน 1 ลิตร/15 กม. ความเร็วสูงสุด 165 กม./ชม.

 

สมัยนั้นมีข้อน่าสังเกตก็คือ รถเล็กหรือรถขนาดกลางส่วนใหญ่เป็นรถที่มีกระจกหูช้าง สำหรับเปิดรับลมที่ประตูหน้าทั้งซ้ายและขวา ทั้งนี้ก็เนื่องจากไม่มีแอร์ติดมากับรถ ถ้าจะติดแอร์เองก็ต้องซื้อใส่ต่างหาก ซึ่งต่างกับปัจจุบันซึ่งบริษัทติดแอร์มากับตัวรถเสร็จ สมัยนั้นถ้าไม่ติดแอร์ เจ้าของรถบางคันก็ใช้ติดพัดลม ซึ่งก็มีราคาถูกกว่าแอร์ แต่คุณภาพไม่เย็นเท่าแอร์

 

ข้อดีที่ไม่มีแอร์ก็คือ เครื่องยนต์ไม่ทำงานหนักและไม่ต้องเสียค่าน้ำมันเพิ่มขึ้น

 

อีกประการหนึ่งก็คือ ในสมัยนั้นไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้แอร์ เนื่องจากรถวิ่งตามท้องถนนได้ตลอดเวลา รถไม่ติดสามารถรับลมเย็นจากหูช้างและจากหน้าต่างรถได้เป็นอย่างดี

 

ปัจจุบันรถในท้องถนนมีมากขึ้นตามประชากรที่เพิ่มขึ้น รถที่วิ่งตามถนนในกรุงเทพ ฯ โดยเฉพาะตามชุมชนรถจึงติดกันมากในตอนเช้าและเย็น และบางถนนก็ติดแทบจะตลอดทั้งวันเลยทีเดียว ซึ่งถ้าไม่มีแอร์ ก็แทบจะทนความอบอ้าวในรถไม่ไหว

 

อนึ่ง ค่าน้ำมันรถในสมัยนั้น น้ำมันเบนซินซูเพอร์ราคาเพียงลิตรละ 2.10 บาท ส่วนน้ำมันโซลาราคาเพียง 1บาทเท่านั้น



------------------------------
เรื่องโดย : เทพชู ทับทอง
ภาพโดย : -
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ธันวาคม ปี 2545
คอลัมน์ : ย้อนอดีตรถยนต์ไทย
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/SaTkE
อัพเดทล่าสุด
23 Sep 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,549,000
3.
1,749,000
4.
2,249,000
5.
4,590,000
6.
1,999,000
7.
3,990,000
8.
3,065,000
9.
2,790,000
10.
5,490,000
11.
1,354,000
12.
3,399,000
13.
750,000
14.
1,129,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th