บทความ

ขับปลอดภัย


ใกล้เทศกาลกันอีกครั้งหนึ่งแล้ว คุณเป็นอีกท่านหนึ่งใช่ไหม ที่เรียนรู้การขับขี่อย่างปลอดภัย เพื่อป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของท่าน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่มีการเดินทางกันอย่างมโหฬาร

 

ก็ขอเตือนกันเหมือนกับโครงการหาร 2 นั่นแหละ ว่าควรมีการเตรียมการล่วงหน้า ทั้งตรวจสอบสภาพรถยนต์ของท่านที่จะใช้เดินทาง เตรียมแผนล่วงหน้าแต่เนิ่นๆ ว่าจะไปไหน ทำอะไรนอกจากสภาพรถแล้ว เสบียงกรังในรถก็ควรต้องเตรียมให้พร้อม น้ำดื่ม ยาประจำตัว อย่าคิดว่าจะไปตายเอาดาบหน้า เพราะคนอื่นก็คิดอย่างท่านเหมือนกัน

 

คณะกรรมการป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ หรือในชื่อย่อว่า กปอ. ท่านได้กรุณาออกมาตรการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติภัยในช่วงเทศกาลอย่างที่ว่า
โดยเฉพาะความเสี่ยงในการใช้รถจักรยานยนต์ ที่จะต้องควบคุมให้มีการสวมหมวกนิรภัยเพื่อลดความรุนแรงเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เป็นเรื่องแรก

 

เรื่องที่สอง คือเรื่องความเสี่ยงในการใช้รถพิคอัพ หรือกระบะบรรทุกผู้โดยสารที่เราเห็นกันจนชินตา ในช่วงเทศกาล ที่จะต้องขนกันไปเต็มทั้งกระบะ ทั้งคน ทั้งกระเป๋าเสื้อผ้า สมบัตินานาชนิดยัดเยียดกันอยู่ในกระบะท้าย แถมบางคันยังมีเครื่องดื่มประเภทบำรุงขวัญและกำลังใจอีก

 

ท่านวางแผนเอาไว้ว่า จะให้ผู้ขับขี่ยานพาหนะที่ทำผิดกฎจราจร หรือตัวต้นเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ต้องได้รับการอบรม เพิ่มพูนความรู้และทักษะการขับขี่ปลอดภัย พร้อมกับตรวจสภาพรถให้สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันให้ประชาชน ใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย อีกทั้งยังเป็นเงื่อนไขให้ผู้ขับขี่เกิดความระมัดระวัง ไม่กระทำผิดซ้ำอีก เพราะจะทำให้เสียเวลา

 

ดูในทางทฤษฎี เวลาท่านนั่งประชุมกันในห้องแอร์น่ะ เขียนอะไรออกมาก็ดูดีไปหมด แต่กระผมก็เพิ่งชะโงกหน้าต่างออกไปข้างล่างนี่เอง เห็นมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ซ้อนผู้โดยสารอีกสองคน คนขับน่ะใส่หมวกกันนอคดีอยู่หรอก แต่คนซ้อนท้ายอีกสองคนนี่สิ ผมปลิวไสวเชียว

 

ข้อที่ท่านเขียนว่า ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง ไม่ทราบว่าท่านจะเขียนให้ใครอ่านกันแน่

 

การขับขี่รถจักรยานยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ เป็นปัญหาที่มีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตสูงกว่ารถยนต์ถึง 16 เท่า แต่ก็เป็นยานพาหนะที่หาซื้อง่าย ยิ่งเดี๋ยวนี้ราคาเหลือแค่ไม่ถึง 30,000 บาท ซื้อมาแล้วหาหมวกอะไรใส่เข้าหน่อย หมวกก่อสร้างก็ได้ ตำรวจก็ไม่กวน

 

แล้วจะให้คนเบี้ยน้อยหอยน้อย ไปซื้อรถเก๋งราคาแพง เอาอย่างถูกที่สุดเดี๋ยวนี้ก็ 400,000 บาทเข้าไปแล้ว แล้วยังค่าป้ายวงกลม ค่าประกันภัยบุคคลที่สาม ค่าประกันภัยชั้นหนึ่ง กำเงินมา 30,000 บาท ยังออกรถไม่ได้เลยครับ เอาไปซื้อมอเตอร์ไซค์ ดีกว่า

 

ยิ่งเงินล้นแบงค์อยู่อย่างนี้ สินเชื่อรายย่อยส่วนบุคคลเฟื่องฟูลอยเหมือนกระเบื้อง เดินผ่านหน้าร้านเห็นป้ายราคาแล้วรู้สึกยังกับเดินหน้าตลาดสด มีเงินไม่กี่บาท มีแค่บัตรประชาชน กับเครดิทคาร์ดก็ถอยมอเตอร์ไซค์ได้แล้ว

 

แต่ความปลอดภัยอยู่ตรงไหน ใครจะตอบได้

 

ไปเรื่องอื่นที่ปลอดภัยอุ่นใจดีกว่า

 

หนนี้มีเรื่องของกรมทางหลวงมาฝาก เป็นงานที่ได้รับความช่วยเหลือจากกรมทางหลวงเดนมาร์กเพื่อวิจัยในการนำเทคโนโลยีการออกแบบโครงสร้างถนน
โดยวิธีเชิงวิเคราะห์และการตรวจสอบความแข็งแรงโครงสร้างถนนโดยใช้เครื่องมือ FED (FALLING WEIGHT DEFLECTOMETER) มาใช้งานในประเทศไทย โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก ยูเอนดีพี

 

เจ้าเครื่องที่ว่านี่ นำมาใช้ในด้านการบริหารจัดการงานบำรุงทาง ทำให้กรมทางหลวงสามารถนำวิธีการตรวจสอบประเมินสภาพความแข็งแรงของถนนด้วยเครื่องมือ FWD ที่ควบคุมการทำงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งเครื่อง FWD ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพดีขึ้น

 

โครงการนี้เริ่มกันมาตั้งแต่ปี 2537 เพื่อเพิ่มความสามารถในการประเมินสภาพความแข็งแรงของโครงสร้างถนน ในถนนสายหลักตามภาคต่างๆ โดยประเมินได้ทั้งผิวทางแอสฟัลท์คอนกรีท และผิวทางพอร์ทแลนด์ซีเมนท์คอนกรีทได้

 

สาเหตุที่เริ่มกันมานานหลายปีแล้วยังไม่สรุป ก็เพราะต้องศึกษาหาค่าการปรับแก้ผลของอุณหภูมิในการทดสอบ เนื่องจากบ้านเราเป็นเมืองร้อน แถมด้วยสายทางภาคใต้ก็มีฝนตลอดปีรวมทั้งต้องหาความแปรปรวนของความสามารถในการรับน้ำหนักของถนน ตลอดความยาวถนน เพราะบ้านเรารถกระบะยังบันทุกตั้งสองตัน

 

นี่ยังไม่พูดเรื่องความหนาแน่นของชั้นยางนะครับ ขนาดยางรถเก๋งยังวิ่งแล้วหอนเสียงดังเลยยางรถกระบะจะขนาดไหน

 

เอ๊ะ มันจะเกี่ยวกับเรื่องพื้นถนนไหมเนี่ย

 

แต่ก่อนนั้น กรมทางหลวง ทำการตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้างถนน ได้ครอบคลุมถนนเป็นระยะทางประมาณ 5,000 กม./ปี เพียงด้านเดียว ซึ่งเป็นส่วนน้อยของถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบ เพราะรับผิดชอบทั้งหมด 53,436 กม.

 

ข้อเสียอีกอย่างคือ ทำให้ไม่สามารถทดสอบกับถนนที่มีปริมาณจราจรสูงได้ เพราะจะทำให้กีดขวางทางจราจร เลยต้องใช้วิธีโปะหน้า เสริมผิวทางหนาทีละ 50 มม. ซึ่งก็ใช้ได้อีกแค่ 1 หรือ 2 ปีเท่านั้น

 

เจ้าเครื่องใหม่ที่ว่านี่เริ่มใช้งานแล้ว เพราะได้มาใหม่รวมเป็น 5 ชุด จะตรวจประเมินสภาพถนนได้ถึงเดือนละ 4,000 กม. สามารถประเมินความแข็งแรงของโครงสร้างถนน ได้ถูกต้อง รวดเร็ว ปลอดภัยมากขึ้นทำให้สามารถทำการตรวจสอบบนถนนที่มีปริมาณการจราจรสูงได้

 

เรียกง่ายๆ ว่าใช้เจ้าเครื่องนี้แล้ว จะทำให้ประหยัดได้หลายอย่าง ทั้งค่าบำรุงรักษางบประมาณในการออกแบบโครงสร้างถนน เพราะสามารถออกแบบแล้วก่อสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

ก็เรียนฝากท่านอธิบดีไว้ตรงนี้ด้วยว่า ทำอย่างไรให้มีการตรวจสอบสภาพถนนในเขตเมืองบ้าง อย่าให้เป็นผิวทางขนมครกมากนัก จะซ่อมจะปะอย่างไร ก็ให้มันเรียบหน่อย เพราะกระผมซ่อมช่วงล่างแต่ละครั้ง เกินหมื่นทุกทีเลยครับ

 

คนสตางค์น้อย ต้องทนใช้รถเก่า ก็ต้องทนซ่อมไป อันนี้ก็พอเข้าใจนะครับ

 

แต่เวลาท่านเก็บภาษีจากเงินเดือนของกระผม ท่านเล่นเต็มเลยเชียว แถมเวลาผมซ่อมรถ ยังโดนแวทอีก ช่วยทอนคืนเป็นความสะดวกสบายของผู้เสียภาษีสักเล็กน้อยก็ยังดี

 

กราบงามๆ ตรงนี้เลยละครับ



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
ภาพโดย : -
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ธันวาคม ปี 2545
คอลัมน์ : โค้งอันตราย
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/hf4oa

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
26 Sep 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,549,000
3.
1,749,000
4.
2,249,000
5.
4,590,000
6.
1,999,000
7.
3,990,000
8.
3,065,000
9.
2,790,000
10.
5,490,000
11.
1,354,000
12.
3,399,000
13.
750,000
14.
1,129,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th