บทความ

ต้นแบบ บีเอมดับเบิลยู เซด 4 / ต้นแบบ เมร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาสส์ แวเรียนท์


ต้นแบบ บีเอมดับเบิลยู เซด 4

หลังจากที่ไม่ประสบความสำเร็จกับ “โรเวอร์” ผู้บริหาร บีเอมดับเบิลยู ก็หันกลับมาสู่หลักการเดิมที่ว่า “แข็งแกร่งก้าวร้าว มั่นใจ คู่แข่งไม่สามารถคาดเดาได้” เพื่อตอบโต้บรรดารถชั้นนำในตลาดรวมทั้งเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ที่เป็นอยู่โดยอาศัยการออกแบบที่ล้ำสมัยจากทีมงาน คริส แบนเกล (CHRISBANGLE) และ บวร์คฮาร์ด เกอเชล (BURKHARD GOESCHEL) ซึ่งเริ่มต้นขึ้นในปี 1996

หนึ่งในบรรดาแนวคิดที่ก้าวหน้าได้ก่อกำเนิด บีเอมดับเบิลยู เอกซ์-คูเป ที่นำออกแสดงที่ มหกรรมยานยนต์ ดีทรอยท์2001 แต่เป็นแค่รถแนวคิดไม่ได้ผลิตออกจำหน่าย

รถที่ผลิตตามแนวคิดนี้เป็นรุ่นแรกคือ บีเอม ฯ เซด 4 ซึ่งมีมิติใหญ่ขึ้นกว่า เซด 3 ในทุกส่วน รวมทั้งความสวยงามเนื้อที่ใช้สอยภายในห้องโดยสาร และราคาที่เพิ่มขึ้น

คู่แข่งในตลาดของ บีเอมดับเบิลยู เซด 3 ในอดีต ได้แก่ มาซดา เอมเอกซ์ 5 แต่สำหรับ เซด 4ได้ยกระดับแนวรบไปสู่สปอร์ทชั้นสูง เช่น โพร์เช บอกซ์สเตอร์/เอาดี ทีที/ฮอนดา เอส 2000 ฯลฯ

เซด 4 คาดว่าจะวางเครื่องยนต์ซึ่งมีทั้ง 4 สูบ และ 6 สูบ ที่ให้กำลังเริ่มตั้งแต่ 140 แรงม้าพร้อมแชสซีส์ตัวใหม่ที่ขับสนุก เร้าใจกว่า เซด 3 โดยมี ระบบ ดีเอสซีที่จะควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน โดยรุ่นสูงสุดคือ เอม-โรดสเตอร์ศักดิ์ศรีเทียบได้กับ โพร์เช บอกสเตอร์ เอส และ เมร์เซเดส-เบนซ์ เอสแอลเค 32 เอเอมจี จะติดตั้งเครื่องยนต์ 6 สูบเรียงขนาด 3.2 ลิตร 343 แรงม้า ที่นำมาจาก เอม 3

ภาพนี้แอบถ่ายโดยตากล้องสมัครเล่นซึ่งเป็นนักศึกษาในแคลิฟอร์เนียขณะเดินทางไปสอบ แต่ภาพยังไม่ได้มุมต่างๆของ เซด 4 ที่ชัดเจนนัก ซึ่งที่จริงแล้วควรจอดเฝ้ารอเพื่อบันทึกภาพรถทั้งคันแต่ถ้าทำเช่นนั้นเขาอาจจะชวดการรับปริญญาจากมหาวิทยาลัยก็เป็นไปได้

ต้นแบบ เมร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาสส์ แวเรียนท์

เบนซ์ ได้เตรียม อี-คลาสส์ ใหม่ อีก 2 รุ่น คือ อี 55 เอเอมจี ที่มีพลังมากกว่า 354 แรงม้า ของ อี- คลาสส์ รุ่นที่แล้วด้วยการติดตั้งเครื่องยนต์ใหม่แบบ วี 8 สูบ พร้อม ซูเพอร์ชาร์จ ที่สามารถปั่นม้าได้ถึง 476 ตัวทำให้รถรุ่นนี้กลายเป็นซาลูนที่ให้กำลังมากที่สุดที่ เบนซ์ เคยผลิตออกมา อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาต่ำกว่า 5วินาที ความเร็วสูงสุดถูกจำกัดอยู่ที่ 250 กม./ชม. ภายนอกตกแต่งด้วยกันชนหน้า/หลัง ในรูปทรงที่แตกต่างกันพร้อมวงล้อขนาด 18 นิ้ว และท่อไอเสียแฝด 2 คู่ ที่จะบ่งบอกถึงความไม่ธรรมดา

อี-คลาสส์ 5 ประตู ตรวจการณ์ รุ่น แวเรียนท์ จะเผยโฉมในช่วงปลายปีนี้รวมทั้งรุ่นลีมูซีนที่ได้เพิ่มเนื้อที่วางขาด้วยการยืดตัวถังเพิ่มขึ้นจากเดิมอีก 50 ซม.โดยเบาะหลังสามารถปรับระดับได้รวมทั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ ติดตั้งมาให้อย่างเพียบพร้อม

ถ้าต้องการห้องเก็บสัมภาระที่มีขนาดใหญ่ขึ้น คงต้องรอถึงปี 2003 ในรุ่น เอสเตทเบาะหลังจะสามารถพับลงได้เพื่อเพิ่มเนื้อที่บรรทุก เครื่องยนต์มีหลายรุ่นเช่นเดียวกับซาลูนและยังมีเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 1.8 ลิตร 4 สูบ จีดีไอ ติดตั้งทั้งในรุ่น แวเรียนท์ และเอสเตท

ส่วนในรุ่น ซีแอลเค และ ซีแอล ซึ่งเป็นสปอร์ทขนาดกลางนั้น ยังไม่มีคำตอบจากชตุทท์การ์ทแต่รูปแบบรถคูเปขนาดกลาง อาจจะมีประตูขนาดเล็กสำหรับคนนั่งด้านหลังซึ่งเรียกว่า SUICIDE DOORถ้าความคิดฝันนี้เป็นความจริง เราจะได้พบรถรุ่นนี้ในปลายปี 2005 หรือ ต้นปี 2006



------------------------------
เรื่องโดย : อัฐฒา นายเรือ
ภาพโดย : -
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2545
คอลัมน์ : จากเลนส์สายลับ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/Imhd9

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
19 Oct 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
489,000
2.
1,199,000
4.
2,490,000
5.
479,000
6.
939,000
7.
24,500,000
8.
34,000,000
9.
23,795,000
12.
18,900,000
13.
18,999,000
14.
3,199,000
15.
3,399,000
16.
2,549,000
17.
4,499,000
18.
2,299,000
19.
3,199,000
20.
3,299,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th