บทความ

ฤาจะเป็น “ไฟไหม้ฟาง” ?


หลังจากที่ทางการได้ “จัดระเบียบการจราจร” ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา การใช้รถใช้ถนนในบ้านเราแลดู “เข้าที่เข้าทาง”ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน ผู้ใช้รถเคารพกฎจราจรมากขึ้น ทุกอย่างเริ่มอยู่ในกรอบจนในช่วงนั้นหลายคนเห็นว่าเจ้าหน้าที่เข้มงวดเกินไปเสียด้วยซ้ำ (ราวกับต้องทำ “เป้า” ตามที่ผู้ใหญ่กำหนดไว้) เช่นแค่ทับเส้นขาวที่กำหนดให้เป็นเขตรอสัญญาณไฟ ก็ถูกจับแล้วทั้งๆ ที่ไม่ได้มีเจตนาจะฝ่าฝืนสัญญาณไฟ ฯลฯคนขับรถประเภทเห็นแก่ตัว เช่น พวกที่ชอบแซงซ้ายแล้วไปปาดผู้ที่ “เข้าแถว” รอสัญญาณไฟ หรือ รอขึ้นสะพานลดลงไปถนัดตา ผู้ที่ใช้รถตามกฎจราจรเริ่มมีความหวังที่จะขับรถได้อย่างสบายใจและปลอดภัยไม่ต้องไปผจญกับการขับรถที่ไร้มารยาท เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

แต่พอมาถึงวันนี้ สิ่งดีๆ ที่เราคาดหวังว่าจะเกิดขึ้นบนท้องถนนในเมืองไทยโดยเฉพาะที่ กทม.เริ่มมีสภาพกลับมาเหมือนเดิม การขับรถแบบเห็นแก่ตัว ฝ่าฝืนกฎจราจร ปาดซ้าย/ขวา แซงรถในที่คับขัน”รถตู้มหาภัย” ก็ยังคงเป็นเจ้าถนนไม่มีใครแตะต้องได้ ฯลฯ เกิดขึ้นบ่อยครั้งโดยที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ให้ความสนใจบางครั้งเกิดขึ้นต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ก็เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นคงมีวิธีเดียวในปัจจุบันที่จะลดปัญหาดังกล่าวคือ การจับกุมอย่างเคร่งครัดจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเพราะหวังการอบรมสร้างจิตสำนึกให้กับผู้ใช้รถคงจะไม่ทันการณ์เสียแล้ว เพราะคนที่เคยขับรถดีเริ่มหันไปขับแซงปาดชาวบ้านที่ขับเรียงแถวกันมาแล้ว เพราะรวดเร็วกว่าและไม่มีใครจับมาลงโทษโดยมีตัวอย่างผู้กระทำผิดให้พบเห็นอยู่ตลอดเวลา จนเป็นเรื่องปกติธรรมดาในการขับรถทุกวันนี้

มีผู้เสนอวิธีการใหม่โดยใช้อุปกรณ์กล้องถ่ายภาพที่ทันสมัยทำหน้าที่นี้ โดยไม่ต้องอาศัยเจ้าหน้าที่คอยจับกุมกล้องดังกล่าวจะถูกติดตั้งไว้ตามที่ต่างๆรถที่ใช้ความเร็วสูงเกินกฎหมายกำหนดจะถูกบันทึกภาพรวมทั้งป้ายทะเบียนโดยอัตโนมัติแล้วเจ้าหน้าที่ก็จะใช้รูปเป็นหลักฐานนี้ไปค้นทะเบียนประวัติเพื่อส่งใบปรับลงโทษไปยังที่อยู่ตามแจ้งไว้เจ้าของรถจะเป็นผู้รับผิดชอบความผิดที่เกิดขึ้น วิธีการนี้ประเทศเพื่อนบ้านเราใช้อยู่ในปัจจุบันและได้ผลดีมากผู้ขับจะใช้ความเร็วตามที่กำหนด เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไรจะถูกดักถ่ายภาพ และต้องจ่ายค่าปรับที่สูงเอาการ เมื่อขับรถช้าลงอุบัติเหตุก็ลดลงตามไปด้วย ที่ประเทศมาเลเซียตั้งแต่ใช้วิธีการนี้ปรากฏว่าเป็นที่ถูกใจบริษัทประกันภัยมากเพราะอุบัติเหตุลดลงกว่าครึ่งจากการที่ผู้ใช้รถใช้ความเร็วตามที่ทางการกำหนดสำหรับในเมืองไทยก็มีผู้เสนอความคิดนี้ แต่มาติดปัญหาเรื่องงบประมาณในการซื้อกล้องไฮ-เทคนี้ที่ต้องใช้เงินหลายสิบล้านบาท คงต้องพิจารณาความเหมาะสมและแก้ปัญหานี้ต่อไป

ผมอยากให้การจัดระเบียบจราจรยังคงดำเนินต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องการให้เป็น “ไฟไหม้ฟาง”เหมือนกับที่หลายฝ่ายปรามาสไว้ในช่วงเริ่มโครงการ ถ้าต้องการความช่วยเหลือด้านการประชาสัมพันธ์แจ้งข้อมูลข่าวสาร คิดว่าสื่อทุกสื่อยินดีให้ความร่วมมือเพื่อสังคมที่ดีและปลอดภัยยิ่งขึ้น



------------------------------
เรื่องโดย : อัฐฒา นายเรือ
ภาพโดย : -
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2545
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/hxbK2

บทความที่เกี่ยวข้อง

มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
อัพเดทล่าสุด
20 Aug 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
609,000
2.
469,000
3.
469,000
5.
1,239,000
6.
1,399,000
7.
640,000
8.
3,090,000
9.
2,160,000
10.
2,120,000
11.
2,269,000
12.
2,980,000
13.
2,318,000
14.
6,899,000
15.
4,299,000
16.
3,629,000
17.
3,429,000
18.
2,229,000
19.
12,399,000
20.
8,399,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th