บทความ

จัดระเบียบจราจรเพื่อใคร ?


โครงการจัดระเบียบจราจร ที่รัฐบาลได้มีนโยบายจัดทำขึ้น เริ่มใช้ตั้งแต่ 16 มกราคม 2545โดยมีวัตถุประสงค์เป้าหมายสำคัญก็เพื่อจะลดปัญหาการจราจรที่ติดขัดจากความไม่มีระเบียบของผู้ใช้รถใช้ถนนจนเกิดเป็นอุบัติเหตุจากการที่รถเฉี่ยวชนกัน และเพิ่มปัญหารถติดขึ้นเป็นทวีคูณจึงส่งผลต่อเนื่องไปถึงการเกิดมลพิษมลภาวะทั้งทางเสียง ฝุ่นละอองและอากาศเป็นพิษจากรถตามมาโครงการนี้โดยหลักการและเหตุผลแล้วต้องถือว่าเป็นโครงการที่ดีน่าให้การสนับสนุนส่งเสริมยิ่งนัก

แกนนำหลักของโครงการก็คือกองบัญชาการตำรวจนครบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการจัดมาตรการรองรับคือการกวดขันจับกุมผู้ขับขี่ที่กระทำความผิด 16 ฐานความผิดโดยการลงโทษตามลำดับความรุนแรงของความผิดทั้งนี้โดยอาศัยอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการจราจรทางบก ปี 2535 (แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 4) มาตรา 161 ที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ตำรวจดังนี้

” ในกรณีที่ผู้ขับขี่ผู้ใดได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ผู้บัญชาการตำรวจภูธรผู้บัญชาการตำรวจจราจร ผู้บังคับการตำรวจทางหลวงหรือผู้ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวมีอำนาจสั่งยึดใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมีกำหนดครั้งละไม่เกิน 60 วัน

ผู้สั่งยึดใบอนุญาตขับขี่ ตามวรรค 1 อาจบันทึกการยึดและคะแนนไว้ด้านหลังใบอนุญาตขับขี่ที่ถูกยึดและดำเนินการอบรมทดสอบผูขับขี่ที่กระทำความผิดซ้ำ ตั้งแต่ 2 ครั้ง ภายใน 1 ปีรวมทั้งสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ที่เสียคะแนนมากของผู้ขับขี่นั้นมีกำหนดครั้งละ ไม่เกิน 90 วัน

การดำเนินการบันทึกคะแนนอบรมทดสอบผู้ขับขี่ที่กระทำความผิดและการพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ให้เป็นไปตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ผู้ขับขี่ซึ่งถูกสั่งยึดใบอนุญาตขับขี่ ตามวรรค 1 หรือถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ ตามวรรค 2มีสิทธิ์อุทธรณ์คำสั่งต่ออธิบดีภายใน 15 วันนับแต่วันที่ถูกสั่งยึดหรือสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ให้อธิบดีวินิจฉัยอุทธรณ์ตามวรรค 4 ภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับคำอุทธรณ์ ถ้าไม่ได้วินิจฉัยชี้ขาดภายในเวลาดังกล่าวให้ถือว่าอธิบดีวินิจฉัยไม่ให้ยึดใบอนุญาตขับขี่ หรือไม่พักใช้ใบอนุญาตขับขี่ตามคำอุทธรณ์ของผู้ขับขี่คำวินิจฉัยของอธิบดีให้เป็นที่สุด

วิธีการบันทึกคะแนน

เจ้าหน้าที่จะบันทึกตามระเบียบที่กำหนด คือบันทึกไว้ด้านหลังใบขับขี่และหรือบันทึกในเครื่องบันทึกข้อมูล(คอมพิวเตอร์) โดยบันทึกคะแนนเมื่อพนักงานสอบสอนได้เปรียบเทียบปรับ หรือ คดีถึงที่สุดแล้ว

การอบรมทดสอบผู้กระทำผิด

การที่จะได้รับใบอนุญาตคืนหลังจากที่ถูกบันทึกการกระทำความผิดข้อหาใดข้อหาหนึ่งใน 16 ข้อหา ซ้ำ 2ครั้งในข้อหาเดียวกันภายใน 1 ปี นับจากทำความผิดครั้งแรกผู้ขับขี่ผู้ทำความผิดนั้นต้องเข้ารับการอบรมและทดสอบก่อน ซึ่งการอบรมจะใช้เวลา 3 ชั่วโมงในเนื้อหาวิชาต่างๆ
ดังนี้
1. กฎหมายเกี่ยวกับการจราจร
2. สาเหตุและการป้องกันอุบัติเหตุจากการจราจร
3. ความรับผิดชอบของผู้ขับขี่ในทางแพ่งและอาญา
4. มารยาท คุณธรรม และความมีน้ำใจในการขับขี่รถ
5. อื่นๆ ที่จำเป็นต่อปัญหาจราจร

เมื่ออบรมแล้วเสร้จก็จะต้องทดสอบความรู้ความเข้าใจตามแบบทดสอบให้ได้คะแนนมากกว่า 50 คะแนน ถ้าทดสอบไม่ผ่านก็จะต้องทดสอบใหม่จนกว่าจะผ่าน จึงจะได้รับใบอนุญาตคืน

การพักใช้ใบอนุญาตขับขี่

หมายถึงผู้ขับขี่ถูกจำกัดสิทธิ์ในการขับขี่รถตามระยะเวลาที่ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ กล่าวคือผู้ขับขี่จะไม่สามารถขับรถได้ หากฝ่าฝืนก็มีความผิดตามกฎหมาย

หากพบว่าผู้ขับขี่กระทำความผิดและถูกบันทึกคะแนนไว้รวมกันเกินกว่า 60 คะแนน ผู้มีอำนาจตามกฎหมายดังกล่าวก็จะสั่งพักการใช้ใบอนุญาตขับขี่ไม่เกิน 90 วัน/ครั้ง แต่หากกระทำความผิดซ้ำในข้อหาเดียวกัน 2 ครั้งใน 1ปี และมีคะแนนรวมกันเกิน 60 คะแนน ก็จะต้องทำการอบรมและทดสอบด้วยก่อนรับใบอนุญาตคืน

จะเห็นได้ว่า โครงการจัดระเบียบจราจรนี้มีส่วนดีมากมายถ้าสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพเชื่อว่าปัญหารถติด มลภาวะเป็นพิษและอุบัติเหตุจะลดลงไปเป็นอันมากเพราะผู้ขับขี่ที่ไม่มีความรับผิดชอบจะถูกสั่งพักขับขี่กันไปหมดแต่เกรงจะเป็นไฟไหม้ฟางเหมือนโครงการทั้งหลายที่ทำดีได้เพียงไม่กี่วันต่อจากนั้นก็เป็นช่องทางทำมาหากินโดยมิชอบด้วยกฎหมายของผู้เกี่ยวข้องที่เห็นแก่เงินค่าบุหรี่กระทิงแดงมากกว่าการแก้ปัญหาที่แท้จริงโดยมักกล่าวอ้างว่ามีกำลังไม่พอ มีงานในหน้าที่อื่นต้องดูแลอีกมากมาย

โครงการนี้มีชาวบ้านประชาชนเป็นส่วนร่วมที่สำคัญอย่างยิ่ง จึงขอวอนผู้เกี่ยวข้องร่วมรณรงค์กันอย่างจริงจังและอยากให้บริษัทประกันภัยได้จับเอาประเด็นนี้มาเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัยด้วยโดยการให้รางวัลกับผู้ขับขี่รถดี ลดเบี้ยประกันพิเศษเป็นการจูงใจและลงโทษผู้ขับขี่ที่ทำผิดบ่อยโดยเพิ่มเบี้ยประกันหรือเก็บเงื่อนไขความเสียหายส่วนแรกเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ
เพื่อสังคมของเราจะได้ขึ้นเห็นด้วยไหมครับ



------------------------------
เรื่องโดย : กฤชกมล นิติธรรมโกศล
ภาพโดย : -
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2545
คอลัมน์ : ประกันภัย
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/ibiZA
อัพเดทล่าสุด
21 Oct 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
489,000
2.
1,199,000
4.
2,490,000
5.
479,000
6.
939,000
7.
24,500,000
8.
34,000,000
9.
23,795,000
12.
18,900,000
13.
18,999,000
14.
3,199,000
15.
3,399,000
16.
2,549,000
17.
4,499,000
18.
2,299,000
19.
3,199,000
20.
3,299,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th