บทความ

หลบลี้หนีร้อนไปแอ่วเหนือ


สัมผัสหนาวอยู่ได้ไม่นาน ก็ย่างเข้าสู่ฤดูร้อนกันอีกแล้ว และยิ่งถ้าอยู่กรุงเทพ ฯ
แล้วไม่ต้องพูดถึงส่วนตัวผมเองมีความรู้สึกว่าอึดอัด ร้อนรนกลุ้มใจมากทีเดียว
ผมจึงไม่รีรอช้าที่จะชวนเพื่อนฝูงไปแอ่วเหนือเที่ยว จังหวัด เชียงราย กันดีกว่า

เมื่อนัดแนะและเตรียมตัวกันเรียบร้อย ก็ขับรถคู่ใจมุ่งหน้าสู่จังหวัด เชียงราย ที่อยู่เหนือสุดของประเทศ ไทย กันเลย
ระยะทางจากกรุงเทพ ฯ ถึง จังหวัด เชียงราย ประมาณกว่า 800 กิโลเมตร
เป็นเส้นทางที่สามารถแวะเวียนเที่ยวตามทางในจังหวัดต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย

เส้นทางที่จะไป เชียงราย นั้น เราสามารถเดินทางเป็นวงรอบได้โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 11 จากอำเภอ อินทร์บุรี
จังหวัด สิงห์บุรี ผ่าน ตากฟ้า-วังทอง-พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-เด่นชัย-แพร่-ร้องกวาง แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 103
ไปอำเภอ งาว แยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 1 ผ่าน พะเยา ไปจังหวัด เชียงราย มีระยะทางประมาณ 785 กิโลเมตร

ส่วนขากลับ ถ้าไม่ต้องการกลับเส้นทางเดิม คุณก็สามารถใช้เส้นทาง เชียงราย-เชียงใหม่ ผ่านอำเภอ แม่สรวย-
เวียงป่าเป้า-แม่กระจาน-ดอยสะเก็ด ซึ่งทิวทัศน์สองข้างทางก็สวยงามไม่แพ้เส้นทางแรก และเมื่อเดินทางมาถึงจังหวัด
เชียงใหม่ ก็จะมีทางหลวงหมายเลข 11 ผ่าน ลำพูนมา ลำปาง บรรจบกับทางหลวงหมายเลข 1
เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพ ฯ ได้อย่างสะดวกสบาย

เรามาถึงตัวเมืองจังหวัด เชียงราย ในเช้าตรู่ของอีกวัน ซึ่งอากาศไม่หนาวเย็นสักเท่าไรนัก
หลังจากที่รับประทานอาหารเช้ากันเรียบร้อยแล้ว เราก็ตะลุยเที่ยวใน เขตอำเภอ เมือง กันก่อน

สถานที่ที่น่าสนใจในเขตอำเภอ เมือง ก็คือ เราแวะไปสักการะ อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช
ที่ตั้งอยู่บริเวณทางแยกที่จะไปอำเภอ แม่จัน

พ่อขุนเม็งราย เป็นกษัตริย์องค์ที่ 25 แห่งราชวงศ์ลวะ เป็นโอรสของพญาลาวเม็ง และพระนางเทพคำขยาย
หรือพระนางอั้วมิ่งจอมเมือง ซึ่งหลังจากที่พระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์ได้ 1 ปี พระองค์ทรงสร้างเมือง เชียงราย
เป็นเมืองหลวงแทนหิรัญนครเงินยาง และเสด็จสวรรคตในปีพุทธศักราช 1860

ต่อจากนั้นไปชมธรรมชาติที่ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ฯ อยู่ห่างจากตัวเมืองออกไปประมาณ 8 กิโลเมตร
เข้าไปทางด้านหลังสถาบันราชภัฏ เชียงรายภายในสวนมีทัศนียภาพสวยงาม บรรยากาศร่มรื่น มี หนองบัว ที่กว้างถึง
223 ไร่ เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เพราะน้ำในหนองบัวใสเย็นและเต็มเปี่ยมตลอดปี
และบนพื้นที่รอบหนองบัวก็มีศาลาสำหรับนั่งพักผ่อน และมีสวนปาล์ม สวนไผ่อยู่บนที่ลาดเนินเขา
ให้นักท่องเที่ยวสามารถรื่นรมย์กันได้เต็มที่

ห่างจากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 1211 ประมาณ 18 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าไป 11 กิโลเมตร
ตามทางหลวงหมายเลข 1208 หรือไปตามทางหลวงหมายเลข 1 สาย เชียงราย-พะเยา ประมาณ 15 กิโลเมตร
จะมีป้ายแยกขวาไปอีก 17 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการ วนอุทยานน้ำตกขุนกรณ์ แล้วเดินเท้าไปอีกประมาณ 30 นาที
คุณก็จะได้พบกับน้ำตกสวยที่สูงที่สุดของจังหวัด เชียงราย ชาวบ้านเรียกกันว่า “น้ำตกตาดหมอก” มีความสูง 70
เมตร สองข้างทางที่ไปสู่น้ำตกนั้นสวยงามตามธรรมชาติ ซึ่งคุณสามารถพักผ่อนรับไอเย็นจากน้ำตกได้อย่างชุ่มชื่น
สบายใจก่อนที่จะเดินทางไปเที่ยวต่อที่อื่น

ถ้าอยากชมวิถีชีวิตชาวเขาเผ่าต่างๆ คุณก็สามารถเช่าเรือจากท่าเรือริมแม่น้ำกกเพื่อ ล่องแม่น้ำกก เที่ยวชมธรรมชาติ
และแวะชมชาวเขา เผ่าอีก้อ ลีซอ กะเหรี่ยง หรือจะแวะไปปางช้างเพื่อนั่งช้างท่องไพรกันก็ได้

ออกจากอำเภอเมืองก็เข้าสู่ อำเภอแม่จัน ไปเที่ยวชม ลานทองวิลเลจ ซึ่งห่างออกไปประมาณ 36 กิโลเมตร
มีเนื้อที่กว่า 400 ไร่ จัดเป็นหมู่บ้านวัฒนธรรม เพื่อแสดงถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนบริเวณลุ่มแม่น้ำโขง
ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นหุบเขา และลำห้วย มีอุทยานไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์ ห้อมล้อมด้วยไร่ชา
และสวนดอกท้อ

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น ขี่ช้าง นั่งเกวียน มีการแสดงช้าง การสาธิตทำเครื่องเงิน เครื่องจักสาน
การทำกระดาษสา การปั่นฝ้าย ทอผ้า และงานเย็บปักถักร้อยของชาวเขาเผ่าต่างๆ
การแสดงศิลปวัฒนธรรมจากประเทศไทย ลาว จีน (ตอนใต้) พม่า เวียดนาม และกัมพูชา
ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถสนุกสนานได้อย่างเต็มที่

เดินทางต่อไปยัง อำเภอแม่ฟ้าหลวง ไปเที่ยว ดอยแม่สลอง กัน ซึ่งดอยนี้เป็นที่ตั้งของ
หมู่บ้านสันติคีรีที่อยู่อาศัยของผู้อพยพจากกองพล 93 ที่มาจากประเทศ พม่า
ที่ดอยนี้ถ้าหากคุณมาในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ จะได้เห็น ดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือ ซากุระดอย
สีชมพูอมขาวบานสะพรั่งตลอดแนวทางขึ้นดอยแม่สลอง และบนดอยนี้ก็จะมีสินค้าพื้นเมืองจำหน่ายให้ขาชอพ ฯ
ได้บริหารเงินกันอย่างไม่เบื่อหน่าย

สถานที่ที่น่าสนใจมากที่สุดในอำเภอนี้ก็คือ พระตำหนักดอยตุง และ สวนแม่ฟ้าหลวง ที่มีความสวยงามมาก
และเป็นที่รู้จักสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ
พระตำหนักดอยตุงเคยเป็นที่ประทับแปรพระราชฐานเพื่อทรงงานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
รูปทรงของพระตำหนักผสมผสานระหว่างศิลปะล้านนากับ ชาเลย์ ของ สวิส และมีการแกะสลักไม้ตามกาแล
เชิงชายและขอบหน้าต่าง ส่วนสวนแม่ฟ้าหลวงนั้นมีเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ เป็นสวนไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์
มีดอกไม้เมืองหนาวมากมาย

ถ้ามีเวลาเหลือพอก็ขอแนะนำให้ขึ้นไปนมัสการ พระธาตุดอยตุง กันก่อน
เพราะที่นี่เป็นที่บรรจุพระรากขวัญเบื้องซ้าย (กระดูกไหปลาร้า) ของพระพุทธเจ้าที่นำมาจากมัธยมประเทศ
นับเป็นครั้งแรกที่พระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ได้มาประดิษฐานที่ล้านนาไทย
เมื่อก่อสร้างพระสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุนี้ได้ทำธงตะขาบ (ภาษาพื้นเมืองเรียกว่า ตุง)
ขนาดใหญ่ยาวถึงพันวา ปักไว้บนยอดดอย จึงเป็นที่มาของชื่อดอยนี้ และก็เป็นที่เคารพนับถือของคนทั่วไป

และถ้าคุณอยากช็อปปิ้งกันให้จุใจก็แวะไปที่ อำเภอแม่ สาย ที่ติดกับจังหวัดท่าขี้เหล็กของ พม่า
มีแม่น้ำแม่สายเป็นพรมแดน มีสะพานเชื่อมเมืองทั้งสองเข้าด้วยกัน
และก็มีสินค้าทั้งของไทยและพม่ามาวางจำหน่ายมากมาย

หรือถ้าใครที่อยากผจญภัยกับธรรมชาติแสนสวยก็ขอเชิญได้ที่ ภูชี้ฟ้า อยู่ในเขต อำเภอ เทิง
ภูชี้ฟ้า มีลักษณะเป็นยอดเขาที่แหลมชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า เป็นส่วนหนึ่งของดอยผาหม่น
อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,628 เมตร โดยมีหน้าผาเป็นแนวยาวยื่นไปทางฝั่งประเทศ ลาว
นับได้ว่าเป็นจุดชมวิวทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงาม บนยอดภูเป็นทุ่งหญ้ากว้าง สวยงาม
ยิ่งถ้าเป็นฤดูหนาวด้วยแล้ว อากาศบนนี้ก็หนาวจับใจ รวมทั้งสวยประทับใจแทบทุกจุดเลยก็ว่าได้

เลยจากจุดนี้ไปไม่ไกลนักก็เข้าไปที่ ดอยผาหม่น เพื่อไปชม ศูนย์ส่งเสริมการเกษตรที่สูงดอยผาหม่น
บ้านร่มโพธิ์ไทย ห่างจากตัวอำเภอ เทิง ประมาณ 30 กิโลเมตร ซึ่งมีคำขวัญว่า “ชมทะเลหมอก อาบลม ห่มหนาว
นอนนับดาวที่ภูชี้ฟ้า ทิวลิพละลานตา ตะวันลับฟ้าที่ ดอยผาหม่น” ดอยผาหม่น อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง
1,030 เมตร มีชาวไทยภูเขาอาศัยอยู่ 4 เผ่า คือ เผ่าม้ง/เผ่าเย้า/เผ่าอาข่า และจีนฮ่อ มีทั้งหมด 20 หมู่บ้าน

ศูนย์ส่งเสริมการเกษตรที่สูงแห่งนี้ เป็นสถานที่ส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มดำเนินกิจกรรมปลูกไม้ดอก ไม้ผล
และพืชผักเมืองหนาว โดยเฉพาะไม้ดอกเมืองหนาวที่มีชื่อเสียง คือ ทิวลิพ และลิลลี
ซึ่งจะบานในช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์

เราได้มีโอกาสเห็นดอกทิวลิพ และดอกลิลลีบานพอดี จึงได้เก็บภาพมาฝากคุณผู้อ่าน
แต่ถ้าคุณอยากเห็นบรรยากาศสวยๆ เช่นนี้โดยที่ไม่ต้องไปไกลถึงสวนเคอเคนฮอฟ ประเทศ เนเธอร์แลนด์โน่น
ก็แวะมาชมกันได้ที่นี่ครับ

ความสวยงามของทั้งดอกทิวลิพ และดอกลิลลี นั้นสร้างความประทับใจแก่ผู้มาชมทุกคน ไม่เพียงแต่ชื่นชมเท่านั้น
เรายังได้เก็บภาพไว้เป็นที่ระลึกอีกด้วย

นอกจากนี้ ภายในศูนย์ก็ยังมีการอบรม
และแนะนำให้เกษตรกรได้มีส่วนช่วยในการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชนให้เป็นแหล่งท่องเ
ที่ยวเกษตรเชิงอนุรักษ์แบบยั่งยืน
และส่งเสริมให้มีรายได้จากการบริการนักท่องเที่ยวทั้งด้านที่พักและจุดท่องเที่ยวต่างๆ
การท่องเที่ยวลักษณะนี้เป็นการสนับสนุนโครงการไทยเที่ยวไทย และเที่ยวทั่วไทย ไปได้ทุกเดือน
ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศ ไทย หรือ สามารถสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการท่องเที่ยวได้ที่โทร 1155
จำเบอร์เดียว เที่ยวทั่วไทย

และฤดูร้อนปีนี้ ถ้ายังคิดไม่ออกว่าจะไปคลายร้อนกันที่ไหน ผมก็ขอแนะนำจังหวัดเชียงรายนี่แหละครับ
ที่จะทำให้คุณได้สนุกสนาน และมีประสบการณ์ที่ดีๆ กลับไปทุกคน



------------------------------
เรื่องโดย : ยีราฟ
ภาพโดย : -
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2545
คอลัมน์ : บทความ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/ySDaZ

Follow autoinfo.co.th