บทความ

บทเข้มประเดิมปี 45


นโยบายการจัดระเบียบสังคม ตลอดจนการปฏิบัติอย่างเข้มของ มท. 1 หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รตอ.
ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ดูเหมือนว่าจะได้รับการขานรับ ตอบรับ
และยอมรับอย่างเป็นรูปธรรมค่อนข้างจะชัดเจนในเชิงบวกจากประชาชนโดยส่วนใหญ่

เป็นผลงานและเป็นเครดิทที่รัฐมนตรีมหาดไทยผู้นี้จะต้องได้รับไปเต็มๆ เหนือกว่ารัฐมนตรีมหาดไทยคนอื่นๆ
ที่เคยมีมา

ไม่น่าเลยที่จะไปตั้งฉายาให้ท่านว่า “มือปราบสายเดี่ยว”
ฟังแล้วไม่ค่อยจะรื่นหูและสอดคล้องกับเจตนารมย์ของท่านเท่าไรนัก

จะอย่างไรก็ตาม ผลงานของรัฐมนตรีมหาดไทยผู้นี้ก็ได้กลายเป็นแม่แบบให้กับคนอื่นๆ ตามมาอีก

ปรากฏการณ์ครั้งใหม่ที่เกิดขึ้นบนท้องถนนเมื่อวันที่ 16 มกราคม 45 ภายใต้ชื่อ “การจัดระเบียบการจราจร”
ในมาดเข้มกว่าทุกครั้งที่เคยมีมาแต่กาลก่อน

คงต้องแปลกใจกันบ้างพอสมควร ตรงที่มาตรการ “การจัดระเบียบการจราจร”
คราวนี้มิได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีมหาดไทยเจ้าของตำรับ “การจัดระเบียบ”
แต่ไปปรากฏเป็นงานกำกับดูแลและไอเดียของรองนายกรัฐมนตรีคนที่ชื่อ พิทักษ์ อินทรวิทยนันท์ เสียนี่

ความขลังและการคาดหมายหวังผลอาจจะขาดความหนักแน่นลงไปสักหน่อยตรงที่ไม่สามารถการันตีฝีมือหรือผ่านกา
รรับรองระดับ ไอเอสโอ อย่างรัฐมนตรีมหาดไทย รตอ. ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์

แต่รองนายก ฯ พิทักษ์ ก็ฝากฝีมือให้เห็นมาแล้วกับโครงการ “7 มหัศจรรย์บนถนนสีลม”
ที่สร้างสีสันใหม่ให้กับถนนสายนี้ในทุกวันอาทิตย์และประการสำคัญที่สุดย่อมจะเป็นการไม่ให้เครดิทกับท่านเป็นที่สุ
ดถ้าจะไม่มอบโครงการ “จัดระเบียบจราจร” ให้อยู่ในมือของท่าน ในเมื่อท่านมีหน้าที่โดยตรงที่ต้องกำกับดูแล สจร.
หรือสำนักงานจัดระบบการจราจรแห่งชาติอยู่ด้วย

ก็ต้องมาติดตามประเมินผล “การจัดระเบียบ” กันต่อไปสักระยะเวลาหนึ่งเพื่อวัดฝีมือกันว่าระหว่าง
“มือปราบสายเดี่ยว” กับ “7 มหัศจรรย์” ใครจะเจ๋งกว่ากัน

การจัดระเบียบจราจรครั้งใหม่ ไม่ใช่การสร้างกฎสร้างเกณฑ์สร้างข้อบังคับทางการจราจรขึ้นมาใหม่
ของพวกนี้มีอยู่เดิมครบถ้วนขบวนการอยู่แล้ว

แต่มุ่งไปที่ การยกเครื่องในเชิงปฏิบัติใหม่ให้เข้มข้นเต็มพิกัด

ด้านผู้ปฏิบัติควบคุมดูแลการจราจรให้เป็นไปตามกฎข้อบังคับ ซึ่งก็คือ
เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรและกรมการขนส่งทางบกจะต้องถูกไขลานให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด ไม่มีความย่อหย่อน
หรือกระทำการในลักษณะไฟไหม้ฟางเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาอย่างเด็ดขาด ใครไม่สนองตอบคงต้องเจอดี

ทางด้านผู้ใช้รถใช้ถนน ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ยานพาหนะหรือคนเดินถนนก็จะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎตามเกณฑ์
ตามข้อบังคับอย่างครบถ้วน มีกฎมีระเบียบอยู่กี่ร้อยกี่พันกฎก็ต้องปฏิบัติตามโดยครบถ้วน จะมาอ้างไม่รู้ไม่เห็น
ไม่เข้าใจ และไม่นึกว่าจะมีตำรวจมาคอยจับผิดอยู่ไม่ได้อย่างเด็ดขาด

ทำผิดเป็นโดนดีถ้วนหน้า หนักเบาแล้วแต่ว่าจะกำหนดโทษเอาไว้อย่างไร และหมดโอกาสที่จะใช้วิธีการขออนุโลม
หรือขอจ่ายเงินเป็นการตัดรำคาญข้างถนนอย่างแต่ก่อนอีกแล้ว

มาตรการของโครงการนี้ จะไม่มีการ “ตักเตือนว่ากล่าว” หรือยอมให้มีการจ่ายค่าปรับกันข้างถนนกันอย่างเด็ดขาด

ปรับกันที่โรงพักที่เดียวและปรับเต็มพิกัดด้วย

ที่สำคัญและเป็นมาตรการใหม่ที่มีการนำมาใช้ในบ้านเมืองเราเป็นครั้งแรกก็คือ
“การตัดคะแนนผู้กระทำผิดบันทึกเอาไว้ในใบขับขี่”

คะแนนที่จะถูกตัดและถูกบันทึกเอาไว้ในใบขับขี่มากน้อยขึ้นอยู่กับประเภทความผิดที่เกิดขึ้น ไม่ใช่บันทึกเอาไว้เฉยๆ
แต่ยังมีมาตรการตามมาอีก

นอกจากจะกำหนดขั้นตอนความยุ่งยากในการที่จะต้องถูกปรับถูกบันทึกคะแนนแล้ว
ยังกำหนดโทษจากคะแนนที่บันทึกสะสมเอาไว้ด้วย อันนี้แหละค่อนข้างจะหนักหนาสาหัสเอาการ

เมื่อคะแนนถึงระดับที่กำหนดไว้ในขั้นหนึ่ง
อาจจะต้องถูกเรียกตัวไปเข้ารับการอบรมบ่มนิสัยทางการจราจรเป็นเวลายาวนานเป็นชั่วโมงๆ
หรือครั้งละครึ่งค่อนวันแล้วแต่จะกำหนด

เอาตัวไปสอบทำใบขับขี่ใหม่ พักการใช้ใบขับขี่ หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่แล้วแต่กรณี

นอกจากโทษทัณฑ์ด้วยการปรับเป็นเงินจำนวนเท่านั้นเท่านี้แล้ว ยังจะกำหนดโทษแบบใหม่ให้ได้รับด้วย

เอาตัวไปทำประโยชน์ให้กับสังคม เป็นต้นว่า ไปกวาดถนนหรือลอกท่อล้างท่อระบายน้ำอะไรทำนองนี้

โทษทัณฑ์อะไรๆ ก็พอจะยอมรับกันได้ แต่ถ้าถึงขั้นจะต้องถูกลงโทษด้วยการไปกวาดถนน ไปล้างท่อลอกท่อ
เห็นทีคนใช้รถใช้ถนนจะรับสภาพไม่ได้แน่ๆ

มาตรการสุดท้ายที่ว่านี่แหละ ทำกันให้จริงๆ จังๆ ไม่เห็นแก่หน้าไม่เห็นแก่เขาแก่เรา น่าจะเป็นผลดีอย่างชะงัดกับ
“การจัดระเบียบการจราจร” อย่างแน่นอน

แต่ก็ไม่แน่เหมือนกันนะ จำได้หรือเปล่า
ครั้งหนึ่งเคยมีมาตรการจับคนข้ามถนนโดยไม่ใช้สะพานลอยข้ามหรือข้ามตรงทางม้าลาย
เอามาจับปรับและยืนประจานตากหน้าอยู่ข้างถนนมาแล้ว แต่คนก็ยังไม่เข็ดไม่หลาบกัน ข้ามถนนกันสบายใจเฉิบ
ไม่เลือกที่เลือกทางเหมือนเดิม

ทั้งนี้ทั้งนั้น อย่าไปโทษคนทำผิดเลย ตราบใดที่ตำรวจยังมีพฤติกรรมในแบบเดิมๆ อยู่ ทำในแบบไฟไหม้ฟาง
และก็ยังคงมีการแบมือรับเงินค่าปรับนอกระบบอยู่อย่างเดิม



------------------------------
เรื่องโดย : "หลวงเลียบเมือง"
ภาพโดย : -
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2545
คอลัมน์ : บทความ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/ZwAuj

Follow autoinfo.co.th