บทความ

ศึก ดาการ์ แรลลี ครั้งที่ 24


บนเส้นทางไล่ล่าแชมพ์ ของบรรดานักแข่งที่ขึ้นชื่อว่า “สิงห์ทะเลทราย” นั้น ศึกแรลลีหฤโหดรายการ ดาการ์ แรลลี
เป็นรายการแข่งขันที่ท้าทายมากที่สุดรายการหนึ่งของโลก
เส้นทางการแข่งขันที่พาดผ่านลัดเลาะไปตามท้องทะเลทรายอันเวิ้งว้าง ท่ามกลางอากาศร้อนจัดในเวลากลางวัน ตก

กลางคืนอากาศหนาวเย็นยะเยือก กับการเดินทางกว่าครึ่งเดือนบนท้องทวีป แอฟริกา ผ่านพบอุปสรรคนานัปการ
ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ตามธรรมชาติที่แปรเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา หรือเหตุการณ์ที่บังเกิดขึ้นอย่างคาดไม่ถึงเบื้องหน้า
อาทิ น้ำท่วม พายุทะเลทราย กองโจรแบ่งแยกดินแดน ที่เคยลงมือโจมตีขบวนการคาราวานแรลลีรายการนี้
ทั้งที่จงใจและเข้าใจผิดคิดว่าเป็นฝ่ายตรงข้าม เหล่าบรรดานักแข่งและทีมงานต้องเสี่ยงชีวิตกับศึก ดาการ์ แรลลี เกือบทุ
กปีที่ผ่านมาจนขึ้นชื่อว่า “แรลลีแห่งความตาย”

ของประศึก ดาการ์ แรลลี ปีนี้ มีการปรับเปลี่ยนเส้นทางเล็กน้อย โดยออกสตาร์ทกันทางตอนเหนือเทศ ฝรั่งเศส ที่เมือง
อาร์ราส (ARRAS) และได้ให้ชื่อรายการนี้ว่า ARRAS-MADRID-DAKAR จัดการแข่งขันเป็นครั้งที่ 24
รวมการแข่งขันทั้งหมดรวม 17 วัน รถแข่งเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 117 คัน มอเตอร์ไซค์ 167 คัน รถบรรทุก 31 คัน
และรถบรรทุกสัมภาระต่าง ๆ รวมทั้งรถเซอร์วิศอีก 107 คัน เพื่อคอยให้ความช่วยเหลือ ทั้งหมดมาจาก 34 ประเทศ

วันที่ 26-27 ธันวาคม 2544 ทำการตรวจสภาพรถแข่งทุกคัน ก่อนไปออกสตาร์ทกันในช่วงเย็นของวันศุกร์ที่ 28
ธันวาคม จาก PLACE DES HEROS เมือง อาร์ราส ลงสู่ทางตอนใต้ของ ฝรั่งเศส สู่ชายแดน สเปน 2 วันแรก
ขบวนคาราวาน ดาการ์ วิ่งในตอนกลางคืนเพื่อความปลอดภัย ก่อนไปลุยโคลนกันที่กรุง แมดริด เมืองหลวงของ สเปน
เป็นการประเดิมศึก ดาการ์ แรลลี 2002 และเป็นการปิดท้ายโดยจัดงานฉลองปีใหม่กันที่ข้างสนามฟุตบอลของทีม รีล
แมดริด วันรุ่งขึ้นจึงเริ่มแข่งขันกันจริงๆ ที่ โมรอคโค

แทบทุกปีที่ผ่านมา มักจะมีรายชื่อ คนดังลงแข่งในรายการนี้อยู่เสมอ อาทิ เจ้าชาย อัลเบิร์ต-เจ้าหญิงแคโรลีน แห่ง
โมนาโค มาร์ค แธทเชอร์ บุตรชายของอดีตนายกรัฐมนตรี หญิงเหล็กแห่ง อังกฤษ นางมาร์กาเรท แธทเชอร์ หรือ
แจคกี อิกซ์ ราชา ฟอร์มูลา วัน เคยคว้าแชมพ์ได้ในรายการนี้เมื่อปี คศ. 1983 ปีนี้ จอห์นนี ฮอลลิเดย์
นักดนตรีรอคดังของ ฝรั่งเศส ร่วมแข่งขันในรายการนี้เป็นครั้งแรก โดยใช้รถ นิสสัน รุ่น เอกซ์-ทแรล
ก่อนออกสตาร์ท ได้เปิดให้สัมภาษณ์ที่โรงแรม เมอร์เคียวร์ (MERCURE) ใกล้กับจุดสตาร์ท
พร้อมกับนักล่าลายเซ็นที่บริเวณทางเข้าโรงแรม และลอบบี ท่ามกลางฝูงชนราว 12,000 คน ขณะอากาศหนาวเย็น
ขับผ่านช่วงครึ่งทางแรกไปได้สำเร็จและไปล้อหลุดในวันแรกของครึ่งหลัง จอดซ่อมและขับต่อไปได้
ส่วนแชมพ์โลกสกี ลงเขา ลุค อัลฟานด์ (LUC ALPHAND) ลงแข่งในรายการนี้ ขับรถ มิตซูบิชิ เข้าเส้นชัยอันดับ 7

ฮิโรชิ มาซูโอกะ นักแข่งวัย 42 ปี ชาว ญี่ปุ่น รองแชมพ์เมื่อปีที่แล้ว
สามารถคว้าแชมพ์ประจำปีนี้ไปครองเป็นผลสำเร็จของการลงแข่งในรายการนี้ มาตั้งแต่ปี 1990 เป็นต้นมา
ไม่ได้ลงแข่งในปี 1993 เพียงปีเดียวเท่านั้น โดยทำเวลาทิ้งห่าง จุททา ไคล์นชมิดท์ หญิงเหล็กชาว เยอรมัน อดีตแชมพ์
ดาการ์ หญิงคนแรกของโลก ที่เข้าเส้นชัยอันดับ 2 ถึง 22 นาที ตามมาด้วย เคนจิโร ชิโนซูกะ/ชอง-ปีแอร์ ฟนเตเนย์
และการีอส โซอูซา นักแข่งระดับหัวแถวสังกัดทีม มิตซูบิชิ ทั้งหมดโดยปีนี้ทีม มิตซูบิชิ เรียงแถวเข้าป้าย คว้า 8
อันดับแรก โอเวอร์ออลล์ไปครองแบบไร้คู่แข่งหลังจากเข้าจุดฟินิชที่กรุง ดาการ์

ฟาบริตซีโอ เมโอนี แชมพ์ประเภทมอเตอร์ไซค์ ชาวอิตาเลียน เมื่อปีที่แล้ว ออกสตาร์ทนำไปเป็นคันแรกเมื่อเวลา
20.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยขับมอเตอร์ไซค์ KTM 950 ซีซี 2 สูบ ผลิตจาก ออสเตรีย และท้ายที่สุด เมโอนิ
สามารถคว้าชัยชนะในปีนี้ได้อีกครั้ง หลังเข้าจุดฟินิชที่ ดาการ์ และทีม KTM ทยอยเข้าผ่านเส้นชัย คว้า 11
อันดับแรกไปครองได้ทั้งหมดในบั้นปลาย

จุททา ไคล์นชมิดท์ แชมพ์ปีที่แล้ว กล่าวว่า “แรลลีปีนี้ มีความแตกต่าง
นักแข่งทุกคนจะต้องมีจิตใจที่เข้มแข็งสำหรับเส้นทางช่วงสเตจที่ยาวไกลขึ้น
เป็นสิ่งที่ดีเยี่ยมสำหรับผู้ที่ยังไม่มีประสบการณ์ ช่วงผ่านประเทศ มอริทาเนีย จะเป็นช่วงตื่นเต้น เร้าใจ
และการแข่งขันจะแพ้หรือชนะ อยู่ที่นั่น

ชอง-หลุยส์ ชเลสแซร์ อดีตแชมพ์ปี 1999 และ 2000 กล่าวว่า
“การคว้าชัยชนะด้วยเครื่องยนต์ดีเซลนั้นเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา
รถของผมแม้ว่าเครื่องยนต์จะมีกำลังน้อย แต่น้ำหนักเบาช่างเทคนิคของ เรอโนลต์ ปฏิบัติงานได้สมบูรณ์มาก
และผมหวังว่าจะสามารถขึ้นโพเดียมใน ดาการ์ได้

ชเลสแซร์ ปีนี้ลงแข่งในรถ บักกี โดยใช้เครื่องยนต์ดีเซล แต่ไม่จบการแข่งขัน
เนื่องจากต่อหัวฉีดน้ำมันไปสัมผัสกับเครื่องยนต์ จนเกิดไฟลุกไหม้ขึ้น ต้องทิ้งรถ หลังจากวิ่งมาได้ 40 กิโลเมตร
ในช่วงสเตจที่ 6 ใน โมรอคโค วันที่ 2 ของการแข่งขันใน แอฟริกา เท่านั้น เขากล่าวว่าปีหน้าจะลงแข่งใหม่
ในเครื่องดีเซลเช่นเดิม ก่อนเกิดไฟไหม้เขาได้กลิ่นไหม้ และมีควันเข้ามาในห้องโดยสาร
ขณะที่กำลังทำความเร็วไล่ตาม ชิโนซูกะอยู่ และได้จอดรถเพื่อสำรวจดู จนกระทั่งไฟเกิดลุกไหม้รถหมดทั้งคัน

ก่อนการแข่งขัน ชเลสแซร์ กล่าวว่าการใช้เครื่องดีเซลลงแข่งครั้งนี้ เป็นการทดสอบครั้งสำคัญ
และหากคว้าแชมพ์ได้จะเป็นครั้งแรกในประวัติการ์ของเครื่องยนต์ดีเซล ทีม นิสสัน ปีนี้ลงแข่งมีมือดีประจำทีม 2
รายคือ กเรโกอีเร เด เมวีอุส อดีตแชมพ์ กรุพ เอน ใช้รถพิคอัพรุ่นใหม่ และ ชเตฟาเน เพเทร์ฮันเซล
เจ้าของสถิติคว้าแชมพ์สูงสุดประเภทมอเตอร์ไซค์ (แชมป์ปี 1991/1992/1993/1995/1997 และ 1999) ลงแข่งโดยใช้รุ่น
เทอร์ราโน ปีที่แล้ว
ปีเตอร์ฮัลเซล คว้าแชมพ์ในรุ่น T1

ท้ายที่สุด ทีม นิสสัน ทำได้ดีที่สุดติดอันดับ 10 โอเวอร์ออลล์ ส่วน เมวีอุส ซึ่งออกนำมาตั้งแต่ช่วงแรก
โชคร้ายรถไปติดเนินต้องใช้รถบรรทุกลากออกมาเสียเวลาไปมาก และเครื่องยนต์ทำงานเพียง 5 สูบ
แม้ในช่วงท้ายจะสามารถทำความเร็วเข้าอันดับ 1 ในบางสเตจก็ตาม เวลารวมเข้าป้ายอันดับ 27

ทีม ฟอร์ด ลงแข่งด้วยรถพิคอัพรุ่น เรนเจอร์ ขับโดยนักแข่งรุ่นเก่า บรูโน ซาบี อดีตแชมพ์เมื่อปี 1993

การแข่งขันในปีนี้แบ่งออกเป็น 14 สเตจ แข่งขันในยุโรปจาก ฝรั่งเศส ถึง สเปน 4 สเตจ ใน แอฟริกา อีก 10 สเตจ
เริ่มต้นที่เมือง ราบัท (RABAT) ประเทศ โมรอคโค ในวันที่ 1 มกราคม 2545 และหยุดพัก วันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม
ที่เมือง อาทาร์ (ATAR) ประเทศ มอริทาเนีย 1 วัน ช่วงครึ่งทางและไปสิ้นสุดที่เมือง ดาการ์ ในวันที่ 13 มกราคม
รวมระยะทางช่วงทดสอบพิเศษ 4,026 กิโลเมตร

ทีม มิตซูบิชิ เป็นทีมที่ค่อนข้างมีความพร้อมสมบูรณ์มากที่สุดในการแข่งขันปีนี้ การคว้าแชมพ์ในปีนี้
นอกจากเป็นการป้องกันแชมพ์ได้สำเร็จแล้ว ยังสร้างสถิติใหม่ด้วยการคว้าแชมพ์สูงสุดรวม 7 ครั้ง ปาเจโร
รุ่นใหม่นี้มีน้ำหนักเบากว่าเดิม 100 กิโลเมตร ระบบระบายความร้อนและระบบเบรคปรับปรุงใหม่ เป็นแบบ 6
สูบด้านหน้า

หลังจากเข้าสู่ แอฟริกา ฮิโรชิ มาซูโอกะ ทำเวลานำมาตั้งแต่สเตจที่ 5 เป็นต้นไป จนกระทั่งจบการแข่งขัน ฮิโนซูกะ
ตามมาเป็นอันดับ 2 ในช่วงแรก และ เดอ เมเรียส ทีม นิสสัน อยู่อันดับ 3 ใน
สเตจที่ 9 ก่อนหยุดพักครึ่ง เมวีอุส โชคร้ายเครื่องยนต์เดินเพียง 5 สูบ รถไปติดเนินทราย ใช้รถบรรทุกลากออกมา
แล้วกลับไปยังจุดสตาร์ทเพื่อซ่อมเครื่องยนต์ ทำให้อันดับหล่นไปอยู่ท้ายแถว ไคล์นชมิดท์ ขยับขึ้นที่ 3 แทน
ขณะที่รถมีปัญหาเรื่องระบบเกียร์

ช่วงสเตจที่ 11 เหลือรถแข่งออกสตาร์ทเพียง 74 คัน นิสสัน ของ จอห์นนี ฮอลลิเดย์ ยังวิ่งมาได้
จนกระทั่งมีปัญหาระบบเกียร์ จอดซ่อมอีกครั้ง

สเตจที่ 12 จุดเปลี่ยนสำคัญของ ชิโนซูกะ เมื่อรถหล่นไปติดเนิน เสียเวลาไปกว่า 10-15 นาที ที่กิโลเมตร 364
เขาได้รายงานเข้าวิทยุสื่อสารว่าเขาอยู่ในจุดที่ย่ำแย่ หลังจบสเตจนี้ ไคล์นชมิดท์ ขยับขึ้นที่ 2 แทน
แต่มาในสภาพยางแบน

สาเหตุที่รถของ ชิโนซูกะ หล่นลงติดเนินทราย เนื่องจากเขาเป็นรถคันแรกที่ยอมเสี่ยงข้ามเนินสูง และช่วงลงยาวมาก
ขณะที่ มาซูโอกะ และไคล์นชมิดท์ จอด ชิโนซูกะ คาดว่าน่าจะผ่านไปได้
สเตจต่อมา ชิโนซูกะ ทำเวลาไล่ขึ้นมาอยู่อันดับ 2 อีกครั้ง จนกระทั่งสเตจที่ 14 รถไปยางแตกถึง 2 ครั้ง ทำให้
ไคล์นชมิดท์ ขึ้นที่ 2 แทน จนจบการแข่งขัน ส่วน ฟนเตเนย์ อยู่อันดับ 4 มาโดยตลอด ตามมาด้วยรถพิคอัพ แอล 200
ที่ขับโดย โซอูซา

หลังจบการแข่งขันที่ดักการ์ มีรถแข่งเข้าเส้นชัยเพียง 45 คัน รถมอเตอร์ไซค์ 53 คัน และรถบรรทุก 15 คันเท่านั้น

ศึก ดาการ์ แรลลี ปีนี้ จบสิ้นลงไปด้วยการคว้าแชมพ์ของ มาซูโอกะ และทีม มิตซูบิชิ แต่การแข่งขันปีนี้ ถึงแม้ทีม
มิตซูบิชิ จะเข้าเส้นชัยแบบไร้คู่แข่งก็ตาม จะประมาทคู่ปรับอย่างทีม เรอโนลต์ ที่มี ชอง-หลุยส์ ชเลสแซร์ไม่ได้
หากเขาไม่มีปัญหาในเรื่องของเครื่องยนต์ดีเซลที่เกิดลุกไหม้ขึ้นเนื่องจากสายส่งน้ำมันไปยังระบบหัวฉีดไปสัมผัสเครื่
องยนต์จนเกิดลุกไหม้ขึ้นเสียก่อนหรือทีม นิสสัน ที่ปีนี้เริ่มลงลุยศึกในรายการนี้ ทั้ง เด เมวีอุส และ เพเทร์ฮันเซล
มีโอกาสลุ้นแชมพ์ในรายการนี้ด้วยกันทั้งคู่ จากการสะสมประสบการณ์ค่อนข้างมาก
หากไม่ไปเสียเวลาจากการที่เครื่องยนต์เดินไม่ครบสูงของ เด เมวีอุส
จนต้องกลับไปยังจุดสตาร์ทใหม่อีกครั้งก็มีสิทธิ์ขึ้นโพเดียมเช่นกัน ขณะที่ เพเทร์ฮันเซล ขอถอนตัว
ไม่ออกสตาร์ทในสเตจที่ 13 อดีตแชมพ์รุ่น T1 ปีที่แล้ว คงทำเวลาไล่ไม่ทันจึงตัดสินใจดังกล่าว

การแข่งขันในปีนี้ แม้ว่าจะไม่มีผู้เสียชีวิตก็ตาม
แต่ปัญหาก็เกิดขึ้นเกือบตลอดเส้นทางไม่ว่าจะเป็นรถหลงทางเนื่องจากผู้นำทางคำนวณพลาด
ระบบนำร่องผ่านดาวเทียมที่ติดตั้งในมอเตอร์ไซค์เสียหายมาก

หลังการคว้าชัยชนะครั้งนี้ของ มาซูโอกะ เขากล่าวถึงความสำเร็จในครั้งนี้ว่า “ตอนเริ่มแรกผมมีปัญหาเรื่องของภาษา
ผมต้องสื่อสารด้วยภาษา ฝรั่งเศส กับช่างเทคนิค เป็นเวลากว่า 2 ปีครึ่ง
ที่ผมกำลังทำงานอย่างหนักในอู่ซ่อมร่วมกับช่างเทคนิค ทั้งเหนื่อยและหนัก ขณะนี้ผมมีความสุขมากที่คว้าชัยชนะใน
ดาการ์ แรลลี ผมขออุทิศชัยชนะครั้งนี้ใหักับ บเรห์เมร์ ผู้ซึ่งช่วยเหลือผมมาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น
และผมมั่นใจว่าขณะเขากำลังเฝ้ามองผมอยู่” อุลริค บเรห์เมร์ (ULRICH BREHMER) อดีตผู้จัดการทีม มิตซูบิชิ
ได้เสียชีวิตลงไปเมื่อต้นปีที่แล้ว)

มาซูโอกะ เป็นนักแข่งชาว ญี่ปุ่น คนที่ 2 ที่มาคว้าแชมพ์ในศึกแรลลีหฤโหดรายการนี้ได้
คนแรกที่มาคว้าแชมพ์ไปเมื่อปี 1997 ชื่อ เคนจิโร ชิโนซูกะ

ปีหน้าพบกันใหม่ ไคล์นชมิดท์ ต้องการกลับมาทวงแชมพ์คืน และคว้าแชมพ์ เป็นครั้งที่ 2
ชเลสแซร์ ต้องการสร้างประวัติศาสตร์ให้กับเครื่องยนต์ดีเซล นิสสัน ต้องการแชมพ์รายการโหดทีมเซอัต ส่งรุ่น
โคร์โดบา ดาการ์ ลงปีแรก ผ่านครึ่งทางไปด้วยเวลาที่ดี โตโยต้า เข้าเส้นชัยไปไม่น้อย คันแรกอันดับ 9 รองจาก 8
คันแรกของ มิตซูบิชิ ที่กวาดไปทั้งหมด ส่วน เมร์เซเดส-เบนซ์ เข้าที่ 10 ส่วนปรเภทมอเตอร์ไซค์ หารายอื่นมาโค่นทีม
KTM ได้ยาก

 

สรุปผลการแข่งขัน ดาการ์ แรลลี 2002
ประเภทรถยนต์
อันดับ ผู้ขับ ทีม เวลารวม
1 ฮิโรชิ มาซูโอกะ มิตซูบิชิ 46 ชั่วโมง 11 นาที 30.0 วินาที
2 จุททา ไคล์นชมิดท์ มิตซูบิชิ 46 ชั่วโมง 33 นาที 31.0 วินาที
3 เคนจิโร ชิโนซูกะ มิตซูบิชิ 46 ชั่วโมง 46 นาที 45.0 วินาที
4 ชอง-ปีแอร์ ฟนเตเนย์ มิตซูบิชิ 47 ชั่วโมง 49 นาที 00.0 วินาที
5 การีอส โซอูซา มิตซูบิชิ 51 ชั่วโมง 32 นาที 27.0 วินาที
6 ซาเอด อัล-ฮัจรี มิตซูบิชิ 54 ชั่วโมง 36 นาที 21.0 วินาที

 



------------------------------
เรื่องโดย : ไททาเนียม
ภาพโดย : -
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2545
คอลัมน์ : เจาะสนามแข่งต่างประเทศ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/LEsOX

Follow autoinfo.co.th