บทความ

เศรษฐกิจไทยเริ่มแจ่มใส


สวัสดีจะปีม้ากันอีกครั้ง คงยังไม่สายไปหน่อยนะครับ เพราะวันขึ้นปีใหม่ของคนจีน เพิ่งผ่านพ้นไป ส่วนวันขึ้นปีใหม๋่ไทย
ก็ยังเหลืออีกเดือนกว่า

รื่นเริงสุขสำราญรับปี 2545 ด้วยตัวเลขสวยสดงดงาม พอให้นักการตลาดหายใจได้คล่องคอขึ้น แต่ปีนี้ก็คงต้องทำงานกันหนัก
ขึ้นอีก เพราะการแข่งขันยิ่งเพิ่มมากขึ้นทุกวัน เปิดทำงานปีใหม่มา ก็เจอแคมเปญกระหน่ำกันสนุกสนาน เจอค่ายใหญ่สองเจ้า
เข้า ค่ายเล็กค่ายน้อยเลยต้องปรับกระบวนกันยกใหญ่

นึกว่าปีใหม่จะได้หายใจคล่องสักเดือน ที่ไหนได้ เจอแคมเปญทันทีที่เปิดงาน

ใครจะซื้อรถราคาถูกก็เล็งจังหวะกันให้ดีก็แล้วกัน ขอแนะนำว่าอย่าเพิ่งผลีผลาม ตัดสินใจทันทีทันควัน ศึกษารถที่คุณต้องการ
ให้ดี ดูจังหวะว่าปีที่แล้ว รถยี่ห้อนี้จะมีแคมเปญกันตอนไหน รับรองคุณภาพได้ว่า แคมเปญปีนี้ ดุเดือดเลือดพล่านแน่นอน
ขอรับ ท่านผู้ชม

เข้าเรื่องสัพเพเหระ ที่นักการตลาดต้องขวนขวายหาความรู้ใส่ตัว จนท่วมหัวกันอยู่ทุกค่าย

เริ่มด้วยเรื่องแรก สรุปออกมาแล้วว่า อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ พื้นฐานของผู้ใช้แรงงาน จะได้รับกันคนละ 133 บาท/วัน ทั้งนี้ เริ่ม
บังคับใช้ตั้งแต่วันปีใหม่ที่ผ่านมา

จังหวัดที่ค่าจ้างขั้นต่ำสูงที่สุด คือ ภูเก็ต ได้รับ 168 บาท/วัน จังหวัดอื่นก็มี กทม./นครปฐม/นนทบุรี/ปทุมธานี/สมุทรปราการ
และสมุทรสาคร ได้คนละ 165 บาท/วัน

ชลบุรี ได้ 146 บาท/เชียงใหม่/นครราชสีมา/พังงา/ระนอง/สระบุรี ได้คนละ 143 บาท อ่างทอง ได้138 บาท ฉะเชิงเทรา 137
บาท นราธิวาส กับ สิงห์บุรี ได้คนละ 135 บาท ส่วนจังหวัดที่เหลือคนละ 133 บาทรวด

นี่คืออัตราขั้นต่ำ ส่วนที่เคยจนกันอยู่อย่างไร ก็จนกันไปตามปกติเหมือนเดิม

บรรดาตัวเลขนานาประดามี ทั้งหลายทั้งปวงนี่แหละ ที่ทำให้นักการตลาดเวียนหัวกันมานักต่อนัก ว่าทำไมท่านใช้วิธีคิด
แบบไหน จังหวัดนั้นจังหวัดนี้ ถึงได้รับไม่เท่ากัน คนอยู่ภูเก็ต ทำไมค่าแรงสูงกว่าเพื่อน ขอเวลากลับไปเข้าโรงเรียน
เศรษฐศาสตร์อีกรอบนะครับ เพราะความรู้ของเก่า คืออาจารย์ไปหมดแล้ว ถ้าพอจะไล่เลียงได้ จะกลับมาเล่าสู่กันฟัง

แต่เรื่องที่เกี่ยวพันกับวงการรถยนต์ตรง ๆ ก็คงไม่มีอะไรฮือฮาเท่ากับรายการอุ้มยักษ์ ในเขตส่งเสริมการลงทุน เขต 1
งานนี้บอกได้คำเดียวว่า…อายครับ…อายความอยากได้เงินลงทุนหมื่นกว่าล้าน เลยลดภาษีให้เสียสะใจ

เอ๊ะ ช่างเขาปะไร มาคุยเรื่องของเราดีกว่า

เรื่องถัดไปเกี่ยวเนื่องกับข้อบังคับ มาตรฐานของรัฐ ที่ท่านได้กรุณาขยายเวลาบังคับใช้ ข้อกำหนดกระจกกันลม และ
ส่วนประกอบของตัวถังรถยนต์ที่เป็นกระจก ต้องเป็นกระจกนิรภัย ประเภทหลายชั้น ลามิเนท กลาสส์ (LAMINATED
GLASS) ที่ต้องผ่านมาตรฐานความปลอดภัย ไปเป็นเริ่มบังคับวันที่ 1 มกราคม 2546 เพื่อให้ผู้ผลิตได้มีการปรับตัว
ส่วนรถที่จดทะเบียนก่อนวันบังคับใช้ ให้ใช้แบบเดิมไปก่อนได้

เรื่องนี้ เมืองนอกเมืองนาเขากำหนดมานมนากาเล บ้านเราเพิ่งจะรู้สึก ปัญหาไปตกอยู่ที่ว่า รถบางแบบประกอบเสร็จแล้ว
กว่าจะขายได้ บางคันเกือบสองปี อย่างพวกสิบล้อ หัวลาก อะไรประเภทนี้ ขึ้นอยู่กับว่า ผู้ผลิตต้องรีบปรับตัวเอาไว้ก่อน
ไม่ใช่พอประกาศบังคับใช้แล้ว มาร้องโวยวายเอาอีก

คุยถึงเรื่องมาตรฐานบังคับผลิตภัณฑ์ รถยนต์แต่ละคันมีชิ้นส่วนที่มาประกอบขึ้นมาเป็นคัน ประมาณ สองหมื่นชิ้น ที่ว่านี่
หมายถึงนับหมดทุกอย่าง ชี้โดนอะไรนับหนึ่งหมด แต่เรื่องแปลกแต่จริงสำหรับเมืองสารขัณฑ์ เรามีมาตรฐานบังคับ
ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ทั้งสิ้น 8 อย่าง ที่จริงควรเรียก 8 ชนิด แต่บังเอิญมีชนิดที่ซ้ำกันอยู่

เริ่มด้วยชนิดแรก กระจก มีสามอย่าง กระจกนิรภัยสำหรับรถยนต์ : กระจกหลายชั้น กระจกเทมเพอร์ และ กระจกโซน
เทมเพอร์

ชนิดที่สอง ถังแกสปิโตรเลียมเหลวสำหรับเครื่องยนต์ สันดาปภายใน ชนิดที่สาม เข็มขัดนิรภัยสำหรับรถยนต์ ชนิดที่สี่
สารมลพิษจากเครื่องยนต์ : รถยนต์ขนาดใหญ่ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล สารมลพิษจากเครื่องยนต์ระดับที่ 3 รถยนต์ขนาดเล็ก
ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล สารมลพิษจากเครื่องยนต์ระดับที่ 5 และ รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน สารมลพิษจากเครื่องยนต์
ระดับที่ 6

รถทั้งคัน ชิ้นส่วนเป็นหมื่น มีมาตรฐานอยู่แค่นี้แหละครับ ท่านสารวัตร ดังนั้น ถ้ารถของท่านมีปัญหาใดๆ ที่ไม่เกี่ยวข้อง
กับมาตรฐานเหล่านี้ โปรดใช้วิจารณญาณในการฟ้องร้องเอาเอง

ส่วนท่านที่กำลังฟ้องร้องอยู่กับบริษัทรถยนต์ แต่กลับนำเอารถคันเจ้าปัญหา มาติดป้ายประจานทั่วเมืองอยู่นั่น กรุณาระมัด
ระวังคดีหมิ่นประมาทศาลนะครับ คอยให้มีคำพิพากษาก่อน ที่จะตัดสนใจทำอย่างไรต่อไป

ขอกราบเรียนมาด้วยความหวังดี

เรื่องถัดไป ก็คงรับทราบจากข่าวประชาสัมพันธ์กันเรียบร้อยแล้ว แต่ตรงนี้อยากบันทึกไว้เป็นเกียรติประวัติ ว่าท่านก็มี
นโยบาย หางานทำอยู่เหมือนกัน ส่วนจะช้า นาน หรือเหมือนไฟไหม้ฟาง ก็กรุณาติดตามตอนต่อไปนะครับ

เรื่องที่ว่าคือโครงการในฝันชิ้นใหม่ โครงการจัดระเบียบจราจร ที่ขอความร่วมมือจากประชาชน ให้ช่วยดูแลสอดส่อง
และแจ้งปัญหาที่เกี่ยวข้อง 3 อย่าง คือ

อย่างแรก รถที่ปล่อยมลภาวะ หรือควันดำนั่นแหละ อย่างที่สอง ผู้ที่ขับรถผิดวินัย ที่เป็นอันตรายก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ฝ่าฝืน
สัญญาณไฟจราจร แซงรถด้านซ้าย ขับรถโดยประมาท และขับรถขณะเมาสุรา

อย่างที่สาม ป้ายบอกทาง หรือสัญลักษณ์การจราจรไม่ชัดเจน

โดยทุกท่านสามารถแจ้งปัญหาได้ที่ บก. 02

แถมด้วยมาตรการเสริม เพื่อควบคุมวินัยจราจร โดยมีการบันทึกคะแนนเมื่อทำผิด และหากเสียคะแนนเกินกว่า 60 คะแนน
จะพักใช้ใบขับขี่ ไม่เกิน 90 วัน

แต่มาตรการสุดท้ายที่ขอยกมือสนับสนุนมากที่สุด คือ มาตรการเพิ่มเบี้ยประกันภัยสำหรับผู้กระทำผิด แต่มาตรการนี้เชื่อ
ขนมโก๋รับทานได้ว่า จะเลือนหายไปจากความทรงจำของผู้ขับขี่โดยเร็ว

พอลงมือทำแล้ว ก็ต้องมีการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน โดยศูนย์วิจัย กรุงเทพโพล ม.กรุงเทพ ที่สรุปออกมาว่า
ประชาชน เห็นด้วย 93.1% ไม่เห็นด้วย 2.8 % และไม่มีความเห็น 4.1%

ส่วนความเห็นของที่นี่ บอกได้คำเดียวครับ

ไฟไหม้ฟาง



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
ภาพโดย : -
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2545
คอลัมน์ : โค้งอันตราย
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/Ap4nQ

Follow autoinfo.co.th