บทความ

สถานการณ์ตลาดรถปี 2545


สถานการณ์รถยนต์ในประเทศไทยที่เพิ่งผ่านพ้นไป ในปี 2544 เริ่มฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ไม่ถึงกับดีนัก ยอดขายรวม ทำ
ได้เพียงเกือบ 300,000 คัน จากที่ตั้งเป้าไว้ 320,000 คัน

อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญในวงการรถยนต์ต่างหวังกันว่ายอดขายรวมน่าจะผ่าน 320,000 คัน ไปได้ในปีนี้ ถ้าไม่เกิดอุบัติเหตุ
ทางเศรษฐกิจชนิดคาดไม่ถึงเสียก่อน

เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพชัดเจน “ฟอร์มูลา” จึงตระเวณถามคำภามเดียวกันว่า “ตลาดรถยนต์ในปี 2545 จะเป็นอย่างไร” กับ ผู้
บริหารบริษัทรถยนต์หลายแห่งต่อไปนี้ คือ คำตอบจากพวกเขา

รุ้ง บุนนาค
กรรมการบริหาร บริษัท ยนตรกิจโอโตโมบิลส์ จำกัด

“ปีนี้เศรษฐกิจคงจะไม่ดีขึ้นในช่วงครึ่งปีแรก แต่คาดว่าในช่วงไตรมาสสุดท้ายจะดีขึ้น ผนวกกับราคารถจะมีการปรับขึ้น น่า
จะส่งผลกับรถในระดับล่าง ส่วนรถในระดับพรีเมียมจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เพราะคนในกลุ่มนี้มีเงินมาก ได้ผลตอบ
แทนจากดอกเบี้ยไม่น่าพอใจ จึงนำเงินออกมาใช้จ่ายหาความสุขใส่ตัว จึงเป็นสาเหตุให้รถระดับพรีเมียมมี มาร์เก็ตแชร์เพิ่ม
ขึ้น ส่วนรถระดับล่างจะต้องพยายามรักษามาร์เก็ตแชร์

ในด้านยอดขายรวมของรถในปีนี้คาดว่าจะเท่ากับปีที่แล้ว เพราะมองดูแล้วคงจะไม่เติบโตไปมากกว่านี้ อีกอย่างหนึ่งใน ขณะ
นี้การเมืองก็ยังไม่มีความแน่นอน ดังนั้นจึงต้องมองในแง่ร้ายไว้ก่อน เพื่อขวนขวายทำให้ดี ส่วนด้านยอดขายของบริษัท ปีนี้
ตั้งเป้าไว้ที่ 500 คัน สำหรับรถทั้งสองรุ่น คือ เซอัต อาฮัมบรา และโทเรโด”

กิตติ มาไพศาลสิน
กรรมการบริหาร บริษัท ไทยยานยนตร์ จำกัด

“สถานการณ์ของอุตสาหกรรมรถยนต์โดยรวมนั้นขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจของประเทศเป็นสำคัญ ซึ่งมองว่าไม่ขยายมากนัก โดย
เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2544 คาดว่าจะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 และสำหรับรถเก๋งนั้นก็คาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ
10 เช่นกัน สำหรับในด้านการแข่งขันนั้นจะรุนแรงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา

ส่วนสถานการณ์ของรถยนต์ เอาดี นั้นปีนี้เตรียมความพร้อมไว้อย่างมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเครือข่ายภาพพจน์ของสินค้า
ตั้งเป้าว่าปีนี้เอาดีจะมีการขยายตัวถึงร้อยละ 30 รวมถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ในเดือนมีนาคมเป็น เอาดี เอ4 ขนาด เครื่อง
ยนต์ 2.4 ลิตร และในไตรมาสที่ 2 จะมีรุ่นใหม่อีก 2-3 รุ่น ”

สาโรช เกียรติเฟื่องฟู
ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอ็มเอ็มซี สิทธิผล จำกัด

“สถานการณ์อุตสาหกรรมรถยนต์ในปี 2545 หลายฝ่ายคาดว่าจะมีปริมาณ 320,000 คัน แต่ในความคิดของผมนั้นคงจะได้
ประมาณ 310,000 คัน ตลาดที่คึกคักน่าจะเป็นในส่วนของรถพิคอัพ เพราะปีนี้หลายค่ายมีการปรับตัวกันมาก ไม่ว่าจะเป็น อีซู
ซุ ฟอร์ด มาซดา พร้อมทั้ง โตโยตา ก็คงจะไม่นิ่งเฉย อาจจะมีเครื่องยนต์คอมมอนเรล 3,000 ซีซี.

นอกจากนี้ตลาดรถพิคอัพดัดแปลง หรือ พีพีวี ก็จะมีการเติบโตเพิ่มขึ้นอีก และรถเอสยูวีก็มีรุ่นใหม่เพิ่มขึ้น ซึ่งปีนี้จะเห็น
ฮอนดา ซีอาร์วี ใหม่ แลนด์โรเวอร์ มาซดา ทีบิว ฟอร์ด เอสเคฟ จุดนี้ ซึ่งจะช่วยให้ตลาดคึกคักได้แต่จะเป็นในช่วงครึ่งปีหลัง
สำหรับตลาดรถเก๋งนั้นคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนักเนื่องจากปีที่แล้วมีรุ่นใหม่ออกสู่ตลาดหลายยี่ห้อ

ส่วนของมิตซูบิชินั้นปีนี้ตั้งเป้ายอดขายไว้ทั้งสิ้น 33,000 คัน แบ่งเป็นรถเก๋ง 7,000 คัน พิคอัพ 24,000 คัน ที่เหลือ 1,500 คัน
เป็นรถบรรทุก ในส่วนรถใหม่ปีนี้คงจะไม่มี เนื่องจากปลายปี 2544 ได้เปิดตัวรถแลนด์เซอร์ใหม่ และจี-แวกอน ไปแล้ว ยก
เว้นสตราดา จะมีการปรับปรุงเครื่องยนต์โดยใส่เทอร์โบเพิ่มเข้าไปอีก เนื่องจากมีลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องการความแรง”

คอลิน แอนดรูส์
กรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์โรเวอร์ ประเทศไทย จำกัด

“สถานการณ์อุตสาหกรรมรถยนต์โดยรวมในปี 2545 ค่อนข้างดูยาก เนื่องจากในอเมริกายังไม่สงบ และตลาดยังอยู่ในภาวะ
ปรวนแปร คนยังไม่ต้องการใช้เงินเท่าไร แต่เชื่อว่าถ้ามีไอเดียใหม่ๆ ในตลาด มากระตุ้นก็น่าจะมีโอกาสค้าขายได้พอสมควร
อย่างไรก็ตามในกลุ่มลูกค้าของแลนด์โรเวอร์ไม่น่าจะมีปัญหาในเรื่องนี้

นอกจากนี้ในเดือนเมษายน บริษัท จะเปิดตัว เรจโรเวอร์ใหม่ ที่เป็นรถโมเดลใหม่ล่าสุด และไทยก็จะเป็นประเทศแรกใน เอ
เชียที่เปิดตัว

สำหรับปริมาณโดยรวมในปีนี้อยากให้ถึง 300,000 คัน แต่คงจะยาก ซึ่งถ้าได้เท่ากับปีที่แล้วก็นับว่าดี ส่วนบริษัทนั้นตั้งเป้า
ยอดขาย 14 เดือน (พย.44-ธค.45)ไว้ที่900 คัน”

พรเทพ พรประภา
กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามกลการและนิสสันเซลส์ จำกัด

“ยอดจำหน่ายของตลาดรถยนต์โดยรวมในปีนี้ คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วเล็กน้อย โดยน่าจะอยู่ที่ 300,000 คัน หรืออย่าง
มากคงไม่เกิน 310,000คัน

ตลาดรถยนต์ต่อไปในอนาคตจะมีการแข่งขันอยู่ 9 ยี่ห้อหลัก ๆ คือ ในกลุ่มรถเก๋งก็จะเป็น ฮอนดา โตโยตา นิสสัน รถพิคอัพ
อีซูซุ โตโยตา นิสสัน และรถยุโรปบีเอมดับเบิลยู เมร์เซเดส-เบนซ์ และโวลโว ซึ่งรูปแบบการแข่งขันจะเน้นไปที่การบริการ
แคมเปญส่งเสริมการขาย

สำหรับในเรื่องของรถใหม่ในปีนี้คงจะมีไม่มีเนื่องจากในปีที่แล้วได้มีการเปิดตัวรถใหม่ออกไปในทุกเซกเมนท์ แต่จะมีการ
ไมเนอร์เชนจ์ นิสสันซันนีจะปรับเปลี่ยนอุปกรณ์บางจุด ให้หรูหราทันสมัยมากยิ่งขึ้น และจะมีเวอร์ชันพิเศษเพิ่มความเป็น
สปอร์ทมากขึ้น คือ SPEC V ส่วนเป้าหมายการขายในปีนี้ตั้งไว้ที่ 37,320 คัน”

เรียวอิจิ ซาซากิ
กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด

“สถานการณ์ตตลาดรถยนต์ปีนี้คาดการณ์ว่าจะมียอดขาย 320,000 คัน โดยบริษัทตั้งเป้าการขายไว้ที่ 95,000 คัน หรือครอง
ส่วนแบ่งการตลาด 29.7%

ปัจจัยที่มีผลต่อการเติบโตของตลาดรถได้แก่ การคาดการณ์ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวอยู่ที่ระดับ 1.8-2.0% ซึ่งสูงกว่าปีที่แล้ว ในขณะที่ค่ายรถยนต์ต่างๆ มีแนวโน้มแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่
ๆ เข้าสู่ตลาดมากยิ่งขึ้น แนวโน้มการฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จากมาตรการฟื้นฟูของภาครัฐ อัตราดอกเบี้ยเงินฝากใน
ธนาคารพาณิชย์ที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง การมีเสถียรภาพของระดับราคาน้ำมัน วัฎจักรการซื้อรถยนต์ใหม่ เพื่อทดแทน
รถเก่า ปัจจัยภายนอก ซึ่งมีแนวโน้มว่า เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาจะฟื้นตัวในครึ่งปีหลังของปีนี้ การปรับตัวของเศรษฐกิจใน
ภูมิภาคไปสุ่การเปิดเสรีการค้าและการลงทุน”

ปนัดดา เจณณวาสิน
กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด

“ตลาดรถยนต์โดยรวมในปีนี้อีซูซุคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณ 320,000 คัน แม้ว่าการคาดการณ์สภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของ
ประเทศจากข้อมูลหลายแห่งจะมีความแตกต่างกันบ้างเล็กน้อยในแง่ตัวเลย แต่ในภาพรวมจะเห็นว่มีความสอดคล้องกัน ใน
เรื่องแนวโน้มเศรษฐกิจที่จะทรงตัวหรือกระเตื้องขึ้นบ้างเล็กน้อย เนื่องจากคาดกันว่าเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกามีแนวโน้ม จะดี
ขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจของญี่ปุ่นซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก นั้นยังคงอยู่ในภาวะผันผวน และจะส่งผลกระทบโดยตรง
ต่อเศรษฐกิจของโลกและภูมิภาคเอเชีย ดังนั้นเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ตามการคาดการณ์ของคณะกรรมการพัฒนา
เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จะมีแนวโน้มขยายตัวเพียง 2 % เมื่อเทียบจากปี 2544

สำหรับอีซูซุในปีนี้ตั้งเป้ายอดขายไว้ 73,000 คัน ส่วนในด้านผลิตภัณฑ์นั้นมีการปรังปรุงทุกปี และในปีนี้จะแนะนำ รถ
บรรทุกขนาดใหญ่ พร้อมกับมีการปรับปรุงรถรุ่นอื่น ๆ ด้วย”

คาร์ล โยฮัน ซานเดสโย
ประธาน บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด

“สถานการณ์ตลาดรถในส่วนของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลจะมีปริมาณ 108,000 คัน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 5% จากปีที่แล้วที่
ปริมาณ 102,000 คัน โดยตลาดรถหรูจะมีปริมาณ 100,000 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 6% ทั้งนี้มีปัจจัยจากที่ผ่านมาในปี 2541
สภาพเศรษฐกิจเริ่มตก และเริ่มเติบโตเพิ่มขึ้นในปี 2542 อันมีผลมาจากคนที่ซื้อรถหรูนั้นไม่ค่อยสนใจสภาพเศรษฐกิจ จึงไม่
เกิดผลกระทบมากนัก

แต่อย่างไรก็ตามในปีนี้มีการคาดการณ์ว่าสภาพเศรษฐกิจโดยรวมจะโตเพิ่มขึ้น 2% แต่ตลาดรถยนต์โดยรวมก็จะไม่โตมากนัก
ตลาดส่งออก ตลาดหุ้น กระทบ คนว่างงานมากขึ้น รัฐควรเข้ามาดูแลในจุดนี้ เพราะความจริงแล้วประเทศไทยมีศักยภาพ นัก
ลงทุนสนใจเข้ามาลงทุนมากเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น

สำหรับโวลโวในปีนี้จะเน้นในเรื่องการขาย แต่รถรุ่นใหม่ในปีนี้จะไม่มี แต่จะมีโมเดลเชนจ์ในแต่ละรุ่น นอกจากนี้ก็จะมี
รถ เอส 60 ที 5 จำหน่ายราคา 3.55 ล้านบาท”

คาร์สเตน เอนเกล
ประธาน บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด

“ตลาดรถยนต์โดยรวมเติบโตอย่างรวดเร็วมั่นคงในปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยโดยรวมนั้น แตกต่างไปจากเศรษกิจของ
ประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเดียวกัน คือ ไม่ประสพปัญหาเศรษฐกิจถดถอย ดังนั้นในปีนี้เชื่อว่าแนวโน้มการพัฒนาตองตลาดรถ
ยนต์ยังคงจะเป็นบวกต่อไป และคาดการณ์ว่าตลาดรถโดยรวมปีนี้น่าจะถึง 330,000 คัน หรือเติบโตประมาณร้อยละ 11

สำหรับบีเอมดับเบิลยูปีที่แล้วสามารถเติบโตได้ดี รวดเร็วกว่าตลาดโดยรวมอย่างมาก เมื่อเทียบกับตลาดโดยรวมที่เติบโตร้อย
ละ 13.35 บีเอมดับเบิลยูเติบโตร้อยละ 33 โดยในปีนี้บริษัทก็คาดหวังว่าจะเติบโตเกินร้อยละ 10 ส่วนสินค้าใหม่ในปีนี้จะมี
ซีรส์ 3 ซีรีส์ 5 รุ่นพิเศษ และซีรีส์ 7″

เดวิด ดับบลิว โฮวาร์ด
รองประธานฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เดมเลอร์ไครสเลอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

“ตลาดรวมในปีนี้น่าจะได้ประมาณ 323,000 ึคัน โดยจะแบ่งเป็นรถลักชัวรี่ประมาณ 12,000 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่มี
ยอดขาย 10,000 คัน โดยบริษัทตั้งเป้ายอดขายเมร์เซเดส-เบนซ์ ไว้ 3,600 คัน จิพ 500 คัน ส่วนรถตู้และรถเชิงพาณิชย์อีก
ประมาณ 800 คัน

สำหรับรถรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาทำตลาดเพ่มจะมีทั้ง เอสแอลใหม่ ซีแอลเค ซี-คลาสส์ แวกอน เอมแอล ส่วนจิพจะมี LIBERTY
รถรุ่นใหม่ที่จะมาแทนเชโรกี”

บุญฤทธิ์ ผ่องเมฆินทร์
กรรมการบริหาร บริษัท ยนตรกิจเกียมอเตอร์ จำกัด

“สถานการณ์ตลาดรถปี 2545 คาดว่าตลาดรวมจะมีปริมาณ 320,000 คัน โดยปัจจัยที่จะส่งผลให้ตลาดเติบโตนั้นน่าจะมาจาก
ตลาดรถลักซัวรีเพราะปีนี้แต่ละค่ายจะมีรถใหม่มาทำตลาด และแข่งขันกันอย่างรรุนแรง โดยเฉพาะบีเอมดับเบิลยู เมร์เซเดส-
เบนซ์ และโวลโว ก็จะกลับมา ส่วนโฟล์ค และเอาดีก็คงจะสู้เต็มที่เช่นกัน และรถเก๋งที่ราคาต่ำกว่าล้านมีโอกาสขยายตัวค่อน
ข้างน้อย เนื่องจากไม่มีรถใหม่

ส่วนของเกียเองปีนี้ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 2,000 คัน โดยแบ่งเป็นยอดขายเกีย คานิวัล และเกียปเรโจ นอกจากนี้ในช่วงปลายปี
จะมีรถใหม่เกีย SORENTO ซึ่งจะเป็นรถโฟว์วีลขนาดใหญ่เหมือนกับเอฟ 5 พร้อมกันนี้ยังสนใจในส่วนของรถเก๋งคาร์เรน
ซึ่งหากมีความเป็นไปได้อาจจะมีการผลิตรุ่นนี้ในประเทศไทย แต่ในช่วงแรกอยากที่จะนำมาทดลองตลาดก่อน



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2545
คอลัมน์ : บทความ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/EL926

Follow autoinfo.co.th