บทความ

พีเอสเอ กับ การคิดค้นเซลล์เชื้อเพลิง


บริษัท พีเอสเอ เปอโฌต์ ซีตรอง (PSA PEUGEOT CITROEN) ได้เซ็นสัญญาข้อตกลงทางยุทธศาสตร์
จำนวน 2 ฉบับร่วมกับศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์แห่งชาติฝรั่งเศส (CNRS: CENTRE NATIONAL DE LA
RECHERCHE SCIENTIFIQUE) และคณะกรรมาธิการพลังงานปรมาณู (CEA : COMMISSARIAT A I
ENERGIE ATOMIQUE) โดยมีวัตถุประสงค์หลักในเรื่องการใช้เซลล์เชื้อเพลิงในรถยนต์

ในร่างสัญญาข้อตกลงทั้ง 2 ฉบับนี้ กลุ่มบริษัท PSA เปอโฌต์ ซีตรองได้เพิ่มความพยายามในการศึกษา
วิจัยเพื่อการออกแบบคิดค้นเซลล์เชื้อเพลิงในรถยนต์ รวมทั้งแหล่งพลังงานทดแทนใหม่ เพื่อการพัฒนาที่
ยั่งยืนและถาวร โดยอาศัยความช่วยเหลือด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีจากผู้ร่วมวิจัยทั้ง 2 ราย

กลุ่มบริษัท PSA เปอโฌต์ ซีตรอง จะเข้าร่วมในโครงการเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อออกแบบและการผลิต
เครื่องยนต์ที่ไร้มลพิษ เครื่องเร่งปฏิกิริยาในเครื่องยนต์แบบผสม และเซลล์เชื้อเพลิงในรถยนต์แบบใหม่ๆ
ที่อาจใช้ปฏิกิริยาเคมีไฟฟ้า สารเร่งปฏิกิริยา วัสดุอุทกพลวัต ความร้อน และอื่นๆ

ร่างสัญญาข้อตกลงที่ทำขึ้นกับ CNRS มีส่วนช่วยกระชับความร่วมมือในสัญญาก่อนหน้านี้ และช่วยเพิ่ม
การประสานงานระหว่างเครือข่ายของห้องปฏิบัติการต่างๆ ที่ระดมนักวิจัยนับร้อยคนที่มีความเชี่ยวชาญ
ตามแต่ละลักษณะเนื้อหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการเผาไหม้และการลดมลพิษในเครื่องยนต์ให้สะอาด
และประหยัดค่าใช้จ่าย การออกแบบโครงสร้างที่มีน้ำหนักเบา รวมทั้งการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ การ
คิดค้นวัสดุขั้วไฟฟ้าแบบใหม่และแบทเตอรีที่ทรงประสิทธิภาพสูง การป้องกันการลักขโมย รวมทั้งการศึกษา
ผลกระทบของระบบขนส่งมวลชนที่มีต่อสังคม

การขยายความร่วมมือดังกล่าวจะนำมาซึ่งการแลกเปลี่ยนบุคลากรทางวิทยาศาสตร์ โดยในเบื้องต้นนั้น
นักวิทยาศาสตร์ของ CNRS จะเป็นพี่เลี้ยงให้กับทีมศึกษาวิจัยและคิดค้นนวัตกรรมของกลุ่มบริษัท PSA
เปอโฌต์ ซีตรอง

ร่างสัญญาข้อตกลงระหว่างกลุ่มบริษัท PSA เปอโฌต์ ซีตรอง กับ CEA ได้เปิดสู่ลู่ทางแห่งความร่วมมือครั้ง
ใหม่ แก่นสำคัญของความร่วมมือในครั้งนี้คือการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับขั้นตอนการใช้ไฮโดรเจน (นับตั้งแต่
การผลิต การเปลี่ยนรูป การจัดเก็บ และการรักษาความปลอดภัย) รวมทั้งเซลล์เชื้อเพลิง CEA ใน
โครงการนี้ได้รับการคุ้มครองจากสิทธิบัตรราว 20 ประเภท และในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะมีการขอสิทธิบัตร
เพิ่มขึ้นอีกมากมาย

นอกจากนี้ จะมีการใช้เทคโนโลยีการให้ข้อมูลและการสื่อสาร รวมทั้งศาสตร์ด้านวัสดุภัณฑ์ ซึ่งถือเป็น
สารัตถะในงานวิจัยที่ CEA เพื่อใช้ปรับปรุงและพัฒนาตัวเซนเซอร์ การใช้ระบบอีเลคทรอนิคส์ที่ทรง
ประสิทธิภาพสูงแบบใหม่ รวมทั้งเพื่อใช้ทดสอบสภาพปลอดอันตราย และการร่วมออกแบบเซลล์เชื้อเพลิงมี
บทบาทสำคัญในด้านแผนยุทธศาสตร์เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมของกลุ่มบริษัท PSA เปอโฌต์ ซีตรอง ในปัจจุบัน
เทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิงยังมีราคาค่อนข้างแพง แต่มีประสิทธิภาพการทำงานที่ดีเยี่ยม อย่างไรก็ตาม
หากจะนำเซลล์เชื้อเพลิงมาใช้ในรถยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น จะต้องลดราคา ขนาด และน้ำหนักลง
อีกราว 1 ใน 5 ส่วน ด้วยเหตุนี้เอง บริษัท ฯ จึงเชื่อมั่นว่าเซลล์เชื้อเพลิงจะได้รับความนิยมอย่างแพร่
หลายนับตั้งแต่ ปี 2553 เป็นต้นไป

ดังนั้น กลุ่มบริษัท PSA เปอโฌต์ ซีตรอง กำลังทำการศึกษาวิจัยทั้งในระยะเวลาปานกลางและในระยะ
ยาว เพื่อสามารถนำเทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิงมาใช้ในรถยนต์ในราคาที่เป็นที่ยอมรับได้

ในงานวิจัยในครั้งนี้ กลุ่มบริษัท ฯ ได้แบ่งแยกการใช้ประโยชน์จากเซลล์เชื้อเพลิงออกเป็น 2 รูปแบบ
ดังนี้

รูปแบบแรก: ใช้เป็นแหล่งพลังงานปฐมภูมิในกรอบโครงการความร่วมมือ “HYDRO-GEN” ของ ยุโรป
ซึ่งกลุ่มบริษัท PSA เปอโฌต์ ซีตรอง เป็นผู้ประสานงานโครงการ HYDRO-GEN นี้ได้บรรลุผลด้วยการ
คิดค้นชุดจ่ายไฟฟ้าที่ใช้ในรถยนต์พลังงานไฟฟ้า “เปอโฌต์ พาร์ทเนอร์” ซึ่งประกอบด้วยเซลล์เชื้อเพลิง
ประเภท PEM (PROTON EXCHANGE ME<BRANE) ที่ใช้กำลังไฟ 30 กิโลวัตต์

รูปแบบที่สอง : ใช้เป็นแหล่งพลังงานทุติยภูมิเพื่อจ่ายไฟให้กับแบทเตอรี ดังจะเห็นได้จากตัวอย่างที่ใช้ ในรถยนต์ เปอโฌต์ พาร์ทเนอร์ รุ่น TAXI PAC ในขณะนี้

รถยนต์ของ เปอโฌต์ พาร์ทเนอร์ รุ่น TAXI PAC เป็นรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า ซึ่งติดตั้งเซลล์เชื้อ เพลิงที่ใช้กำลังไฟ 5.5 กิโลวัตต์ ถังเก็บไฮโดรเจนออกแบบไว้เป็นลักษณะโครงที่ถอดเปลี่ยนได้ และใช้ เติมได้นอกตัวรถยนต์ ซึ่งทำให้ไม่ต้องมีข้อจำกัดด้านเวลา ดังนั้น TAXI PAC จึงสามารถวิ่งได้นานถึง 200-300 กม.



------------------------------
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการ
ภาพโดย : -
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มกราคม ปี 2545
คอลัมน์ : บทความ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/w4bL3

Follow autoinfo.co.th