บทความ

เบี้ยประกัน พรบ. (ใหม่)


ยุติปัญหาการแข่งขันที่เสรีแต่ไม่เป็นธรรม สำหรับการประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ
หรือประกันภัยตาม พรบ. ซึ่งที่ผ่านมาเป็นที่ทราบกันดีว่า มีการรณรงค์ขายกรมธรรม์ประกันภัยตาม พรบ.
ของบริษัทต่างๆ กันอย่างคึกคักมาก
โดยอาศัยนโยบายของกรมการประกันภัยที่ต้องการบังคับให้มีการทำประกันภัยตาม พรบ. เต็ม 100 %
และกำหนดมาตรการลงโทษตามกฎหมาย คือ ใครที่เป็นเจ้าของรถยนต์แล้วไม่ทำประกันภัยตาม พรบ. จะถูกจับปรับ
10,000 บาท พร้อมกับถูกห้ามไม่ให้ใช้รถคันนั้นจนกว่าจะมีการทำประกันภัยตาม พรบ. ให้เรียบร้อย

นโยบายของกรมการประกันภัยที่ออกมาก็เพื่อมุ่งหวังให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน
และคนโดยทั่วไปได้รับความคุ้มครองจากการทำประกันภัยตาม พรบ. ดังกล่าว หากต้องมาประสบภัยจากรถ
และเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย

ส่วนการรณรงค์ขายกรมธรรม์ประกันภัยตาม พรบ. ของบรรดาบริษัทประกันภัยทั้งหลาย
มิใช่เพียงเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและนโยบายของกรมการประกันภัยเท่านั้น แต่เป้าหมายที่แท้จริง คือ
การทำกำไรที่งดงามให้บริษัท

ทำไมจึงบอกว่าการณรงค์ขายกรมธรรม์ประกันภัยตาม พรบ. ของบริษัทประกันภัยก็เพื่อการทำกำไรที่งดงาม
เนื่องจากการขายประกันภัยตาม พรบ. ขายง่าย ได้เงินสดๆ ไม่ต้องมีบริการใดๆ ไม่ทำก็ถูกตำรวจจับปรับ
เรียกว่าเจ้าของถูกบังคับให้ต้องซื้อ ในขณะเดียวกันการเคลมค่าสินไหมทดแทนก็ไม่มาก
เพราะถ้ามีการเกิดอุบัติเหตุและต้องเบิกค่าสินไหมทดแทนก็จะต้องมีเงื่อนไขหลายประการ ทั้งเอกสารหลักฐานครบ
ทั้งใบเสร็จรับเงิน บันทึกประจำวันของเจ้าหน้าที่ตำรวจ นั่นก็แสดงว่าแทบทุกเรื่องจะต้องถึงตำรวจ ทำให้ผู้เสียหาย
หรือผู้ประสบภัยโดยเฉพาะคนขับรถไม่ชอบเพราะยุ่งยากมากขั้นตอน จึงหันไปเบิกจากส่วนที่ตนมีสิทธิ์มากกว่า เช่น
จากประกันสังคม ประกันสุขภาพ ประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล หรือกองทุนเงินทดแทน
มิฉะนั้นก็เป็นสวัสดิการของหน่วยงานตนเอง เว้นแต่คนที่ไม่มีทางเลือกอื่นจึงจะมาเบิกตามกรมธรรม์ประกันภัยตาม
พรบ. และมีส่วนมากยอมจ่ายเงินนั้นเอง โดยไม่ไปเบิกจากบริษัทประกันภัย

จากเหตุผลดังกล่าว จึงทำให้ยอดการจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ พรบ. ต่ำเพียง 30-40 %
ของเบี้ยประกันภัยรับ/ปีเท่านั้น ส่วนที่เหลือคือกำไรของบริษัทประกันภัย ดังนั้นบริษัทประกันภัยจึงโหมทำการตลาด
ขยายการขายประกันตาม พรบ. กันอย่างรุนแรง มีการแย่งลูกค้าด้วยวิธีการทุ่มตลาดกระหน่ำราคาเบี้ยประกัน
จ่ายค่าตอบแทนให้ตัวแทนสูง แย่งกันทั้งลูกค้าและตัวแทน เพื่อให้ได้ยอดขายที่สูง ซึ่งมาพร้อมกับกำไรนั่งเอง
แต่สิ่งที่ตามมาก็คือความวุ่นวาย ขาย พรบ. ปลอม
ซื้อประกันแล้วเบิกเคลมค่าสินไหมบริษัทประกันภัยไม่รับผิดชอบบอกไม่มีเลขกรมธรรม์ฉบับดังกล่าว
และส่วนใหญ่ก็จะเป็นกรมธรรม์ที่ขายในอัตราเบี้ยถูกๆ เพราะราคาคือตัวล่อให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อ
ทุกบริษัทจึงสร้างกลไกแห่งราคามาต่อสู้ห้ำหั่นกัน จนไม่รู้ว่าเป็นการทำประกันภัยภาคบังคับหรือภาคอะไรกันแน่

ในที่สุดกรมการประกันภัยต้องยุติปัญหาดังกล่าวด้วยการออกประกาศให้ทุกบริษัทประกันภัยขายกรมธรรมประกันภั
ยตาม พรบ. ในอัตราเดียวกัน จะขายสูงหรือต่ำจากที่กำหนดตามพิกัดไม่ได้
นี่ต้องถือเป็นความกล้าหาญของกรมการประกันภัยที่ควรปฏิบัติมาต้องนานแล้ว
เนื่องจากเหตุผลว่าการประกันภัยตาม พรบ. เป็นการประกันภัยภาคบังคับ ควรขายในอัตราเบี้ยประกันภัยเดียวกัน
และควรให้ทุกบริษัทแข่งขันกันที่การให้บริการหรือการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้าผู้ซื้อประกันให้ได้รับมากกว่ากรมธ
รรม์

สิ่งที่น่าชมเชยอีกเรื่องคือการที่ท่านรัฐมนตรีที่ดูแลรับผิดชอบกรมการประกันภัย
ได้ออกมาแถลงว่าจะปรับความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยตาม พรบ. จากเดิมเสียชีวิตจ่าย 80,000 บาท เป็น
200,000 บาท และค่าเสียหายเบื้องต้นจาก 15,000 บาท เป็น 25,000 บาท
ซึ่งเรื่องนี้ผู้เขียนได้พยายามนำเสนอตลอดมา เนื่องจากเห็นว่าชีวิตคนไทยที่ต้องประสบภัยจากรถมีค่าเพียง 80,000
บาท เท่านั้นมันต่ำมาก ถ้ารัฐมนตรีทำเรื่องนี้ให้สำเร็จได้จริงจะทำให้ภาพลักษณ์ของประกันภัยดีขึ้น
ทั้งในแง่ของบริษัทประกันภัยและกรมการประกันภัย ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยด้วย
อันจะทำให้สังคมไทยดียิ่งขึ้น ชีวิตคนไทยมีคุณภาพยิ่งขึ้น

หวังเป็นอย่างยิ่งสิ่งที่ท่านรัฐมนตรีแถลงจะเกิดขึ้นโดยเร็ววันนี้นะครับ สำหรับพิกัดอัตราเบี้ยประกันภัยตาม พรบ.
ที่ประกาศใหม่นั้นได้นำมาแสดงให้ท่านได้ทราบตามตารางข้างท้าย

อัตราเบี้ยประกันภัย รวมภาษีอากร
สำหรับการประกันภัยรถตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พศ. 2535
สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยที่คุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2545 เป็นต้นไป
ลำดับที่ ประเภทและขนาดรถยนต์ ส่วนบุคคล (บาท/ปี)
รับจ้าง/ให้เช่า (บาท/ปี)
รหัส เบี้ยประกัน อากร ภาษี 7% เบี้ยรวม รหัส เบี้ยประกัน
อากร ภาษี 7% เบี้ยรวม
1 รถจักรยานยนต์ 1.30 2.30/3.30
1.1 ไม่เกิน 75 ซีซี A 150.00 1.00 10.57 161.57 A 150.00 1.00
10.57 161.57
1.2 เกิน 75 ซีซี ถึง 125 ซีซี B 200.00 1.00 14.07 251.07 B 200.00 1.00
14.07 215.07
1.3 เกิน 125 ซีซี ถึง 150 ซีซี C 400.00 2.00 28.14 430.14 C 400.00 7.00
28.14 430.14
1.4 เกิน 150 ซีซี D 600.00 3.00 42.21 645.21 D 600.00 3.00
42.21 645.21
2 รถสามล้อเครื่อง 1.70 2.70/3.70
2.1 ในเขตกรุงเทพ ฯ A 720.00 3.00 50.61 773.61 A
1,440.00 6.00 101.22 1,574.22
2.2 นอกเขตกรุงเทพ ฯ B 400.00 2.00 28.14 430.14 B 400.00
2.00 28.14 430.14
3 รถยนต์สามล้อที่แปรสภาพ 1.71 400.00 2.00 28.14 430.14 2.71/3.71 400.00
2.00 28.14 430.14
มาจากรถจักรยานยนต์ (สกายเลพ)
4 รถยนต์นั่งไม่เกิน 7 คน 1.10 800.00 4.00 56.28 860.28 2.10/3.10
1,900.00 8.00 133.56 2,041.56
5 รถยนต์นั่งไม่เกิน 7 คน ขนาดที่นั่ง 1.20 2.20/3.20
5.1 ไม่เกิน 15 ที่นั่ง A 1,200.00 5.00 84.35 1,289.35 A
2,320.00 10.00 163.10 2,493.10
5.2 เกิน 15 ที่นั่ง ถึง 20 ที่นั่ง B 2,050.00 9.00 144.13 2,203.13 B
3,480.00 14.00 244.58 3,738.58
5.3 เกิน 20 ที่นั่ง ถึง 40 ที่นั่ง C 3,200.00 13.00 224.91 2,437.91 C
6,560.00 27.00 468.09 7,155.09
5.4 เกิน 40 ที่นั่ง
รถยนต์โดยสารหมวด 4
(วิ่งระหว่างอำเภอกับอำเภอในจังหวัด)
5.5 ไม่เกิน 15 ที่นั่ง E 1,580.00 7.00
111.09 1,598.09
5.6 เกิน 15 ที่นั่ง ถึง 20 ที่นั่ง F 2,260.00 10.00
158.90 2,428.90
5.7 เกิน 20 ที่นั่ง ถึง 40 ที่นั่ง G 3,810.00 16.00
267.82 4,093.82
5.8 เกิน 40 ที่นั่ง H 4,630.00 19.00
325.43 4,974.43
6 รถยนต์บรรทุกขนาดน้ำหนักรวม 1.40 2.40/3.40
6.1 ไม่เกิน 3 ตัน A 1,100.00 5.00 77.35 1,182.35 A
1,760.00 8.00 123.76 1,891.76
6.2 เกิน 3 ตัน ถึง 6 ตัน B 1,220.00 5.00 85.75 1,310.75 B
1,830.00 8.00 128.66 1,966.66
6.3 เกิน 6 ตัน ถึง 12 ตัน C 1,310.00 6.00 92.12 1,408.12 C
1,980.00 8.00 139.16 2,127.16
6.4 เกิน 12 ตัน D 1,700.00 7.00 119.49 1,826.49 D
2,530.00 11.00 177.87 2,718.87
7 รถยนต์บรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิงแกส 1.42 2.42/3.42
หรือกรด ขนาดน้ำหนักรวม
7.1 ไม่เกิน 12 ตัน A 1,580.00 7.00 118.09 1,805.00 A
1,980.00 8.00 139.16 2,127.16
7.2 เกิน 12 ตัน B 2,320.00 10.00 163.10 2,493.10 B
3,060.00 13.00 215.11 3,288.11
8 หัวลากจูง 1.50 2,370.00 10.00 166.60 2,546.60
2.50/3.50 3,160.00 13.00 222.11 3,395.11
9 รถพ่วง 1.60 600.00 3.00 42.21 645.21 2.60/3.60
600.00 3.00 42.21 645.21
10 รถยนต์ป้ายแดง (การค้ารถยนต์) 4.01 1,530.00 7.00 107.59 1,644.59 4.04
1,530.00 7.00 107.59 1,644.59
11 รถยนต์ที่ใช้ในการเกษตร 4.06 90.00 1.00 6.37 97.37 4.06 90.00 1.00 6.37
97.37
12 รถยนต์ประเภทอื่น 4.07 770.00 4.00 54.18 828.18 4.07
770.00 4.00 54.18 828.18
หมายเหตุ : รถที่จดทะเบียนในต่างประเทศและนำเข้ามาใช้ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว อัตราเบี้ยประกันภัยให้ใช้
อัตราเบี้ยประกันภัยระยะสั้นหรือไม่เต็มปีตามพิกัดอัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์ พศ. 2542



------------------------------
เรื่องโดย : กฤชกมล นิติธรรมโกศล
ภาพโดย : -
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2545
คอลัมน์ : ประกันภัย
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/tooXM
อัพเดทล่าสุด
26 Sep 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,549,000
3.
1,749,000
4.
2,249,000
5.
4,590,000
6.
1,999,000
7.
3,990,000
8.
3,065,000
9.
2,790,000
10.
5,490,000
11.
1,354,000
12.
3,399,000
13.
750,000
14.
1,129,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th