บทความ

ยิ้มไตรมาสแรก


ชุ่มฉ่ำฉลองสงกรานต์กันเป็นอันดีนะครับ เพราะตัวเลขการขายรถยนต์ในไตรมาสแรกที่ผ่านมา เพิ่มสูงถึง 35.5 %พาให้นักการตลาดค่ายรถยนต์สนุกสนานกับตัวเลขยอดขาย 83,661 คันยิ้มแย้มแจ่มใสเล่นสงกรานต์กันอย่างสนุกสนาน

ค่ายญี่ปุ่นแต่ละเจ้า บุกตลาดกันสนุกสนาน แถมแคมเปญเยอะแยะ อีกหน่อยเวลาซื้อรถญี่ปุ่น มองในแง่ผู้บริโภคกรุณาศึกษาช่วงระยะเวลา และแคมเปญของแต่ละเจ้าให้ดีก่อนนะครับอย่ามานั่งเสียใจทีหลังว่าซื้อวันนี้นึกว่าราคาถูกแล้ว พอรุ่งขึ้น อ้าว โฆษณาแคมเปญออกทีวีเสียแล้ว ลดอีกตั้งเยอะ

ส่วนรถยุโรปน่ะเป็นเรื่องลางเนื้อชอบลางยา รักใครชอบใครยี่ห้อไหน ตัดสินใจไปได้เลยเพราะผู้แทนจำหน่ายลดกันสนั่นหวั่นไหวอยู่แล้ว

ไม่แน่ใจถามมาที่นี่ก็ได้นะครับ พอจะให้คำแนะนำได้บ้างตามสมควร

เข้าเรื่องสัพเพเหระกันดีกว่า

เรื่องแรกนี่ปล่อยกันมานมนานกาเล พอตั้งสติได้ว่าจะห้ามใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับขี่รถยนต์กะว่าจะให้ใช้แบบแฮนด์ฟรี ไม่ต้องใช้มือถือโทรศัพท์ เอาแค่ลำโพงเสียบหูแทนท่านผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ท่านเกิดไม่ยอมขึ้นมา จะไม่ให้ใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่เลยเพราะท่านอ้างว่าจะทำให้เสียสมาธิในการขับขี่ สมองจะถูกใช้งานในการพูดคุยกันทางโทรศัพท์และจะเหลือสมาธิในการขับขี่เพียง 10 %

ท่านผู้พิทักษ์สันติราษฎร์จะลองออกข้อบังคับอย่างที่ว่ามาดูก็ได้ ดูว่าก้อนอิฐที่ท่านจะได้รับรอบนี้นั้นมันมากมายมหาศาลแค่ไหน

เดี๋ยวนี้เวลาขับรถตามคันไหน แล้วรู้สึกว่ารถคันนั้นขับช้ากว่าปกติน่ะ ลองแซงขึ้นไปดูเกือบทุกคันกำลังพูดโทรศัพท์มือถืออยู่ แต่ก็เห็นแค่เอามือมาอยู่ข้างแก้มเท่านั้นเอง เพราะมือถือเดี๋ยวนี้อันนิดเดียวฝ่ามือบังมิดแล้ว แล้วข้อบังคับที่ท่านจะออกมา ใครจะตัดสินได้ว่ากำลังพูดโทรศัพท์มือถืออยู่แค่ศรีธนญชัยเอามือถือยัดเข้าไปใต้เบาะ แล้วก็เถียงหน้าดำหน้าแดง ว่าไม่ได้ใช้ ไม่มีมือถือ ท่านจะว่าอย่างไรดี ?

อีกหน่อยท่านคงห้ามคนในรถคุยกัน ห้ามเปิดวิทยุ ห้ามพูด ห้ามกระดุกกระดิก นั่งตัวตรงตามองไปข้างหน้าแต่อย่างเดียว

ขอให้จำเริญเถิดนะพ่อคุณ

กลับมาเข้าเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับรถยนต์สักเล็กน้อย คงพอทราบกันดีว่าเดี๋ยวนี้น่ะ อุปกรณ์อีเลคทรอนิคส์ในรถยนต์แต่ละคัน มีมากมายหลายเรื่อง ตั้งแต่ระบบจุดระเบิด ระบบสูบฉีดน้ำมันระบบปรับความดันไฮดรอลิค นานาจิปาถะ พอดีไปเห็นข่าวดีชิ้นนี้เข้า ก็เลยต้องเอามาฝากกันสักเล็กน้อย

ผลพวงจากการที่นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์มาเยือนเมืองไทย จากผลการประชุมชุดใหญ่ ทั้งสองฝ่ายต่างเล็งเห็นว่าการพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรมอีเลคทรอนิคส์ยานยนต์ เป็นกลุ่มสาขาที่มีศักยภาพสูง และจะร่วมมือกันจัดตั้ง JOINTSTUDY GROUP โดยมีภาคเอกชนเป็นแกนนำ เพื่อแสวงหาลู่ทางในการขยายความร่วมมือในสาขาอุตสาหกรรมนี้

ขอเชียร์เต็มที่เลยครับงานนี้ แต่ติงนิดเดียวว่า งานนี้ต้องเร็วจี๋ทีเดียว เพราะตอนนี้องค์การการค้าโลกรับเอาประเทศจีนเข้าเป็นสมาชิก ถ้าเราไม่รีบลงมือเสียก่อน เดี๋ยวเจ้าอุปกรณ์ตัวเล็กตัวน้อยนี่แหละจะหลุดมือเราไปเข้าเท้าใครบางคนเข้า แถมจะพลอยพาเอาเรื่องอื่นไปด้วยอีกแล้ว จะยุ่งกันใหญ่

คงไม่ต้องลงในรายละเอียดหรอกนะครับ ว่าอะไรบ้าง เพราะจะยิ่งตีแผ่กันมากเกินเหตุ

ลองดูโครงการที่ขยับแล้วขยับอีก แต่ไม่ค่อยได้เดินไปถึงไหน แถมบางทีก็ให้เป็นงงว่าเป็นงานของใครกันแน่ดูสักโครงการไหมครับ

โครงการขยายเลขหมายรองรับความต้องการโทรศัพท์พื้นฐาน ของกระทรวงคมนาคมโดยองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ดำเนินการในส่วนภูมิภาค 137,584 เลขหมาย โดยใช้เงินงบประมาณ 1,100ล้านบาท เป็นเงินที่มาจากรายได้ขององค์การเอง เพื่อบรรเทาปัญหาความขาดแคลนโทรศัพท์พื้นฐาน

โครงการนี้แบ่งเป็นภาคต่างๆ ภาคกลางรวม 13 จังหวัด งบประมาณ 12.928 ล้าน ภาคอีสาน 19 จังหวัด งบ24.483 ล้าน ภาคเหนือ 18 จังหวัด งบ 58.752 ล้าน ภาคใต้ 14 จังหวัด งบ 20.685 ล้าน และภาคตะวันตก 8จังหวัด งบ 20.736 ล้านบาท โดยมีกำหนดแล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ 2545

พอมองเห็นอะไรบางอย่างกันมั่งไหมครับ

นักการตลาดค่ายรถยนต์น่ะมองเห็นแน่ ว่าต้องใช้ยานพาหนะกันอีกเยอะ ทีนี้ก็วิ่งล่ารายละเอียดกันสนุกสนานผลเป็นประการใดคงไม่ต้องนำมาเล่าหรอก เพราะยังอีกนานกว่าจะรู้เรื่อง

ส่วนเรื่องรถช่วยรบที่เคยเป็นข่าวฮือฮา ว่าค่ายรถลุยกันสามสี่เจ้า ตอนนี้ก็ได้แค่เจ้าแรก เป็นรถต้นแบบไปไม่กี่ร้อยคันแต่เต็มตามโครงการที่เหลืออีกสามพันกว่าคันน่ะ ฝุ่นตลบกันเรียบร้อย แถมมีรายการลอคสเปคกันอีกจนป่านนี้กองทัพยังไม่กล้าตัดสินใจเลยครับ เพราะค่ายรถมาแต่ละสายเส้นก๋วยจั๊บกันทั้งนั้น คงคอยให้ท่าน ผบ. ทบ.เปลี่ยนคนก่อนค่อยลงมือ

นี่ไม่ได้ฟ้องนะครับ แค่เรื่องลอคสเปคก็น่าเกลียดพอแล้ว ทำเป็นเหมือนรถตำรวจสี่ประตู
ที่อ้างกันว่าประตูหลังต้องกว้างพิเศษ เพราะตำรวจท่านพกปืน ต้องทำให้เข้าออกสะดวกไม่อย่างนั้นอาจเกิดอันตรายได้

ทำอะไรกันระมัดระวังกันหน่อยนะครับ เพราะตอนนี้ พรบ. ข้อมูลข่าวสาร มีผลบังคับใช้เต็มที่การตรวจสอบด้านสื่อมวลชนเริ่มรู้ทิศทางว่าจะทำอย่างไรกันแล้ว มีอะไรเป็นข่าวใหญ่พาดหัวไม้เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือนไม่ได้นะครับ

แต่บังเอิญว่า “ฟอร์มูลา” เป็นเพียงนิตยสารรายเดือนที่มีสาระสะใจคนรักรถเท่านั้นข่าวอย่างที่ว่าคงต้องหาอ่านเอาจากหนังสือพิมพ์เอง เล่าให้ฟังเสียหมดเดี๋ยวจะขาดอรรถรสในการอ่านหนังสือพิมพ์ไปเสียก่อน



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
ภาพโดย : -
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2545
คอลัมน์ : โค้งอันตราย
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/k1Prq

Follow autoinfo.co.th