บทความ

ตำนานหน้าใหม่บนสังเวียน เอฟ 1


ความร้อนแรงของ มิคาเอล ชูมาเคร์ บนสังเวียน ฟอร์มูลา วัน เกินกว่านักขับคนใดจะฉุดรั้งไว้อยู่ เมื่อ F 2002รหัสล่าสุดของทีมม้าป่าลำพองสีแดงเพลิง ทะยานผ่านธงตราหมากรุกเป็นคันแรกถึง 8 สนาม จาก 11 สนามที่ผ่านมากวาดแต้มสะสมรวม 96 แต้ม คว้าแชมพ์โลกประจำปี 2002 ไปครองเป็นที่เรียบร้อย ทำคะแนนทิ้งห่างฮูอัน ปาบโลมนโตยา ที่อยู่อันดับ 2 ถึง 62 แต้ม ขณะที่เหลือการแข่งขันอีกเพียง 6 สนามเท่านั้น

การคว้าแชมพ์โลกของ มิคาเอล ในปีนี้ต้องยอมรับว่าเป็นการครองตำแหน่งแชมพ์โลกได้เร็วที่สุด ซึ่ง ไนเจลแมนเซลล์ เคยทำเอาไว้เมื่อปี 1992 ด้วยการคว้าแชมพ์โลกได้ในสนามที่ 11 เช่นกัน แต่การแข่งขันในปีนั้นมีเพียง 16สนาม เท่านั้น

ความเร้าใจของการแข่งขันอีก 6 สนามที่เหลือ จึงเป็นการลุ้นตำแหน่งรองแชมพ์โลกของนักขับหัวแถว 4 รายจาก 3ทีมยักษ์ใหญ่ที่มีคะแนนสูสีกันอยู่ในขณะนี้ แม้ว่าแชมพ์โลกประเภททีมผู้ผลิตยังมีโอกาสสำหรับทีมวิลเลียมส์ และแมคลาเรน แต่ความเป็นไปได้เหลือริบหรี่เต็มที แฟร์รารี จะคว้าดับเบิลแชมพ์ 4 สมัยซ้อนก่อนปิดฉากสนามสุดท้ายที่ ซูซูกะ เซอร์กิท ได้อีกครั้ง

มิคาเอล ชูมาเคร์ คว้าชัยชนะเป็นครั้งที่ 61 ในชีวิตการแข่งขันรถยนต์สูตรหนึ่ง หลังจากแข่งขันครบ 72 รอบสนามมานญี กูรส์ เซอร์กิท พร้อมๆ กับการคว้าแชมพ์โลกประจำฤดูกาลปี 2002 ไปครอง เป็นการคว้าแชมพ์โลก 3สมัยซ้อน และคว้าแชมพ์โลก 5 สมัยเทียบเท่า ฮูอัน มานูเอล ฟันโจ อดีตตำนาน ฟอร์มูลา วันสายเลือดผสมอาร์เจนตินา-อิตาลี ที่ทำเอาไว้เมื่อปี 1957

ฟันโจ เคยทำสถิติการคว้าแชมพ์โลก 5 สมัย และเป็นการคว้าแชมพ์โลก 4 สมัยติดต่อกัน ในระหว่างปี 1954- 1957ในขณะนี้ซึ่งเป็นสถิติที่ มิคาเอล ยังทำไม่ได้ เช่นเดียวกับสถิติการคว้าโพลโพสิชันสูงสุดที่อาร์ยทัน เชนนา ทำไว้ได้ทั้งหมดรวม 65 ครั้ง มิคาเอล ทำได้รวม 46 ครั้ง อยู่อันดับ 2 ส่วนสถิติขึ้นโพเดียมมิคาเอล ครองเจ้าของสถิติสูงสุดเช่นกัน ตั้งแต่รายการ อังกฤษ กรองด์ปรีซ์ โดย อแลง ปรอสต์ เคยทำไว้ได้106 ครั้ง ขณะที่สถิตินี้ถูกทำลายลงอีกครั้ง มิคาเอล ทำได้ทั้งหมดรวม 108 ครั้ง หลังจบรายการ ฝรั่งเศส
กรองด์ปรีซ์

มิคาเอล ลงแข่งขันทั้งหมดรวม 173 สนาม เก็บแต้มได้สูงสุดรวม 897 แต้ม และ ทีม แฟร์รารีเป็นทีมที่คว้าแชมพ์ประเภททีมผู้ผลิตสูงสุดรวม 12 ครั้ง ทีม วิลเลียมส์ รั้งอันดับ 2 รวม 9 ครั้ง และทีม แมคลาเรน 8ครั้ง

ทีม แฟร์รารี หวนคืนสู่ยุครุ่งเรืองอีกครั้งในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา หลังจากที่ โจดี เชคเตอร์ นักแข่งชาว แอฟริกาใต้คว้าแชมพ์ให้กับ แฟร์รารี เมื่อปี 1979 โดยได้ดับเบิลแชมพ์ไปครองหลังจากนั้นตำแหน่งแชมพ์โลกประเภทผู้ขับไม่เคยตกเป็นของทีมม้าป่าลำพองจาก มาราเนลโล ตลอดระยะเวลา 20ปีที่ผ่านมา จนกระทั่ง มิคาเอล มาคว้าแชมพ์ได้อีกครั้งเมื่อปี 2000

อังกฤษ กรองด์ปรีซ์

สนามนี้ถือได้ว่าเป็นรังของ แมคลาเรน ในช่วงตลอด 3 ปีที่ผ่านมา มี รอน เดนนิส เป็นหัวเรือใหญ่กวาดแชมพ์ไปทั้งหมด บนสังเวียน ซิลเวอร์สโตน เซอร์กิท ระหว่างปี 1999-2001 โดย เดวิด คุลธาร์ด คว้าชัยชนะไป2 ปีซ้อนในปี 1999 และ 2000 มิคา ฮัคคิเนน คว้าแชมพ์ไปเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งในปีนี้พักการแข่งขันไว้ชั่วคราวการแข่งขันในปีนี้จึงขาดผู้ป้องกันแชมพ์ไป

ศึก อังกฤษ กรองด์ปรีซ์ ถูกจัดเข้าเป็นสนามที่ 10 ของตารางการแข่งขัน ใช้ ซิลเวอร์สโตน เซอร์กิทเป็นสังเวียนประลองความเร็วเช่นเดิม แข่งขันรวม 60 รอบสนาม ระยะทางรวม 308.289 กม. ทีม แฟร์รารีเรียงแถวเข้าเส้นชัยใน 2 อันดับแรกอีกครั้ง โดย มิคาเอล ชูมาเคร์ เข้าเส้นชัยไปเป็นคันแรกเป็นการคว้าแชมพ์ในรายการนี้ของ มิคาเอล เป็นครั้งที่ 2 หลังจากคว้าแชมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1998

ส่วน มนโตยา คว้าตำแหน่งโพลโพสิชัน เป็นสนามที่ 4 ติดต่อกัน ขึ้นโพเดียมรับอันดับ 3เป็นรางวัลปลอบใจ หลังจาก 3 สนามก่อนหน้านี้ ไม่จบการแข่งขันเลยแม้แต่สนามเดียว

ก่อนการแข่งขัน คุลธาร์ด นักแข่งสายเลือดสกอท ที่มีแฟนๆ ชาวสหราชอาณาจักร เข้ามาเชียร์มากกว่านักแข่งชาวอังกฤษขนานแท้ ที่ลงแข่งในปีนี้ อย่างดาวรุ่ง เจนสัน บัททัน จากทีม เรอโนลต์ และอัลลัน แมคนิช ทีม โตโยตา

คุลธาร์ด ออกมากล่าวยอมรับว่า การแข่งขันในปีนี้ รถของ แฟร์รารี และวิลเลียมส์ เร็วกว่ารถของ แมคลาเรนแม้ว่าจะเป็นการลงแข่งใน ซิลเวอร์สโตน ก็ตาม

ชากส์ วิลล์เนิฟ เป็น 1 ใน 3 นักแข่งที่ลงแข่งอยู่ในปัจจุบันที่เคยมาคว้าแชมพ์ในรายการนี้ถึง 2 ปีซ้อน ในปี 1996-1997 ขณะนั้นสังกัดทีม วิลเลียมส์-เรอโนลต์ แต่ในปีนี้เขาลงแข่งภายใต้สังกัดทีม บาร์ ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งทีมขึ้นมาในศึกครั้งนี้ วิลล์เนิฟ เก็บแต้มแรกของฤดูกาลให้กับทีม บาร์ ได้ด้วยการเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 4 ตามมาด้วยออลีวีแอร์ ปานีส เพื่อนร่วมทีมเข้าป้ายที่ 5 ได้เวลาฉลองชัยของทีม บาร์ ที่มีฐานใหญ่ซึ่งอยู่ห่างจากสนามซิลเวอร์สโตน เพียง 7 ไมล์ เท่านั้น หลังจากรอคอยมานานถึง 10 สนาม ทีม บาร์ เป็นทีมสุดท้ายที่เก็บแต้มแรกได้

ทีม บาร์ ได้รับการสนับสนุนด้านเครื่องยนต์ จาก ฮอนดา โดยนำเครื่องยนต์ใหม่มาติดตั้งในรถแข่งรหัส BAR 004ทำให้ผลงานของทีมเริ่มดีขึ้น ส่วนนักแข่งของทีมในปีหน้าจะมีการเปลี่ยนแปลงโดย เจนสัน บัททัน จะย้ายจากทีมเรอโนลต์ มาขับแทน ออลีวีแอร์ ปานีส และนักขับทดสอบของทีม เรอโนลต์ คือ เแฟร์นันโด อาลนโซขยับขึ้นมาเป็นตัวจริง

รูเบนส์ บาร์ริเชลโล มือสองของ แฟร์รารี โชว์ฟอร์มได้สุดสวยกว่าใคร หลังจากได้ตำแหน่งออกสตาร์ทในอันดับ 2แต่ F 2002 ของ รูบินโญ ทำพิษมีปัญหาจอดสงบนิ่งอยู่ที่จุดสตาร์ท ต้องไปออกสตาร์ทจากท้ายแถวแต่สามารถไล่แซงรถคันแล้วคันเล่าจนเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 2 ส่วน อเลกซ์ ยัง นักขับชาวมาเลเซีย ทีมมินาร์ดีไม่ได้ลงแข่งขันเนื่องจากทำเวลาไม่ผ่านในรอบควอลิฟาย

ศึก อังกฤษ กรองด์ปรีซ์ ปีนี้ที่มีฝนตกลงมาตั้งแต่ช่วงแรกของการแข่งขัน เรื่องของยางจึงเป็นปัจจัยที่มีความหมายต่อการทำความเร็ว หลังเสร็จศึกครั้งนี้ ค่ายยางดัง มิเชอแลง ถูกวิจารณ์อย่างหนักถึงคุณภาพของยางหลังจากมีฝนตกลงมา มนโตยา ออกมากล่าวว่า “ลองดู 6 อันดับแรกมีผมเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ใช้ยาง มิเชอแลง ส่วนคันอื่นรองลงมาคือ ราล์ฟ เพื่อนร่วมทีมของผมอยู่ถึงอันดับ 8″

มิคาเอล เป็นนักขับที่มีความชำนาญในการขับบนแทรคในขณะฝนตก จนเคยได้รับสมญานามว่า”เจ้าชายแห่งสายฝน” และช่วงที่ฝนหยุดตก ทางทีมเซอร์วิศค่อนข้างวุ่นวายกับการเปลี่ยนยางและการจัดคิวของรถในการเข้าพิท

มิคาเอล เข้าเส้นชัยไปเป็นคันแรกแบบไร้คู่แข่ง ทำเวลาทิ้งห่าง รูเบนส์ ถึง 14 วินาที และทิ้งห่าง มนโตยา ถึง 31 วินาที

 

ผลการแข่งขัน อังกฤษ กรองด์ปรีซ์
อันดับ ผู้ขับ ทีม เวลารวม
1 มิคาเอล ชูมาเคร์ แฟร์รารี 1 ชั่วโมง 31 นาที 45.015 วินาที
2 รูเบนส์ บาร์ริเชลโล แฟร์รารี + 14.578 วินาที
3 ฮูอัน ปาบโล มนโตยา วิลเลียมส์ + 31.661 วินาที
4 ชากส์ วิลล์เนิฟ บาร์ + 1 รอบ
5 ออลีวีแอร์ ปานีส บาร์ + 1 รอบ

ฝรั่งเศส กรองด์ปรีซ์

มานญี-กูรส์ เซอร์กิท ถูกจัดเป็นสังเวียนประชันความเร็วในศึก ฝรั่งเศส กรองด์ปรีซ์ ครั้งที่ 52 สนามที่ 11 ของปี
2002 เซอร์กิทแห่งนี้ตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศฝรั่งเศส ห่างจากกรุงปารีส ไปทางตอนใต้ราว 250 กิโลเมตร
เริ่มจัดการแข่งขันเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1991 ไนเจล แมนเซลล์
เป็นนักขับคนแรกที่คว้าแชมพ์ไปจากสนามแห่งนี้ให้กับทีม วิลเลียมส์ หลังจากขับเคี่ยวกับ อแลง ปรอสต์
อย่างสนุกเร้าใจ

มิคาเอล ชูมาเคร์ คว้าแชมพ์ในรายการนี้ได้เป็นครั้งที่ 6 หลังจาก คีมี ไรค์โคเนน ไปพลาดท่ารถหลุดโค้ง
ขณะที่นำอยู่หัวแถวในรอบที่ 68 ซึ่งเหลือการแข่งขันอีกเพียง 4 รอบสุดท้ายเท่านั้น แชมพ์แรกในชีวิต ฟอร์มูลา วันของ
ไรค์โคเนน หลุดลอยไปทันที มิคาเอล ที่ตามมาเป็นอันดับ 2 แซงขึ้นไปรับแชมพ์ครั้งที่ 61 ส่วน คุลธาร์ด เพื่อนร่วมทีม
แมคลาเรน เข้าที่ 3

มนโตยา ซึ่งออกสตาร์ทจากโพลโพสิชัน เป็นสนามที่ 5 ติดต่อกัน เข้าเส้นชัยอันดับ 4
ตามมาด้วย ราล์ฟ ชูมาเคร์ และ เจนสัน บัททัน

หลังจบการแข่งขัน ทีม แมคลาเรน ได้ออกมาประท้วงว่า ไรค์โคเนน ถูก มิคาเอล แซงขณะที่มีสัญญาณธงเหลือง
ซึ่งนักขับจะต้องใช้ความเร็วที่จำกัด และห้ามแซงสัญญาณธงเหลือง เนื่องจากรถของ อัลลัน แมคนิช
มีปัญหารถหมุน จนเป็นผลให้รถของ ไรค์โคเนน หลุดโค้ง ADELAIDE ซึ่งเป็นโค้งหักศอก
เนื่องจากมีน้ำมันจากรถของแมคนิช หกอยู่ เรื่องนี้ทาง FIA คงต้องมีการพิจารณากันอีกนาน

ฝรั่งเศส กรองด์ปรีซ์ มีรถออกสตาร์ทเพียง 19 คันเท่านั้น รูเบนส์ บาร์ริเชลโล รถมีปัญหาเช่นเดิม แต่ครั้งนี้รถของ
บาร์ริเชลโล มีปัญหาที่ด้านหน้าของรถ จอดสงบนิ่งหลังจากสัญญาณไฟออกสตาร์ท ออกจากการแข่งขันไปในที่สุด
เหลือรถในสนามเพียง 18 คัน

ทีมแอร์โรวส์ ทำเวลาไม่ผ่านรอบควอลิฟายทั้ง ไฮนซ์-ฮารัลด์ ฟเรนท์เซน จากเยอรมนี และ เอนริก แบร์โนลดี
จากบราซิล ส่วน จานการ์โล ฟิซิเกลลา ทีม จอร์แดน
ประสบอุบัติเหตุรถพุ่งชนกำแพงยางด้วยความเร็วสูงในรอบควอลิฟาย ทางแพทย์ประจำทีม คือ นายแพทย์ ซิด
วัทกิน ตัดสินใจให้ ฟิซิเกลลา วัย 29 ปี ถอนตัวออกจากการแข่งขันครั้งนี้ นายแพทย์ผู้นี้เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงจัดงาน
ฟอร์มูลา วัน พาร์ทีขึ้นก่อนเปิดฤดูกาลแข่งขันเป็นปีที่สองติดต่อกัน เพื่อหารายได้สมทบทุนช่วยเหลือมูลนิธิสมอง
และกระดูกสันหลัง

ชัยชนะครั้งนี้ของ มิคาเอล เป็นผลส่วนหนึ่งจากโชคช่วย ที่ ไรค์โคเนน แหกโค้ง และ มิคาเอล ก็มีปัญหาถูกทำโทษ
หลังจากช่วงเข้าพิท รถของเขาวิ่งไปทับเส้นทึบก่อนออกจากพิท ทำให้เขาต้องเข้าพิทในครั้งนี้ถึง 3 ครั้ง

สถิติต่อไปในปีหน้า กับการคว้าแชมพ์ 4 สมัยซ้อน เทียบเท่า ฟันโจ นั้น มิคาเอล กล่าวหลังรับแชมพ์ครั้งนี้ว่า
“ผมถูกถามถึงเรื่องเหล่านี้มาก ผมขอโทษที่ไม่สามารถตอบได้ เพราะความรู้สึกของผม ฟันโจ
ประสบความสำเร็จในยุคก่อน ซึ่งต่างกับยุคใหม่ไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้ในวันนี้”

ในด้านความปลอดภัยของนักแข่ง ทาง FIA ได้ออกมาประกาศยืนยันแล้วว่า จะนำระบบป้องกันศีรษะ และคอ
มาใช้ใน ฟอร์มูลา วัน ปีหน้าตั้งแต่ 1 มกราคม 2003 เป็นต้นไป โดยอุปกรณ์ชิ้นนี้เรียกว่า HANS ทาง FIA ได้ให้ทาง
ไดมเลร์ ไครสเลอร์ เป็นผู้ผลิต และพัฒนาขึ้น ก่อนหน้านี้ระบบดังกล่าวได้บังคับใช้ในกีฬาแข่งรถ CART ในสหรัฐ
และ DTM ในเยอรมนี FIA

สนามหน้าศึก เยอรมนี กรองด์ปรีซ์ บ้านเกิดของ มิคาเอล รอลุ้นการทำสถิติคว้าแชมพ์สูงสุดใน
หนึ่งฤดูกาลเทียบเท่า ไนเจล แมนเซลล์ ที่ทำไว้ 9 สนาม กับอีก 6 สนามที่เหลือ หาก มิคาเอล คว้าแชมพ์ได้เพียง 2
สนามจะเป็นสถิติล่าสุด ในประวัติศาสตร์อีกสถิติหนึ่งที่เขามีโอกาสทำได้สูงมาก

 

ผลการแข่งขัน ฝรั่งเศส กรองด์ปรีซ์
อันดับ ผู้ขับ ทีม เวลารวม
1 มิคาเอล ชูมาเคร์ แฟร์รารี 1 ชั่วโมง 32 นาที 9.837 วินาที
2 คีมี ไรค์โคเนน แฟร์รารี + 1.105 วินาที
3 เดวิด คุลธาร์ด แมคลาเรน + 31.976 วินาที
4 ฮูอัน ปาบโล มนโตยา วิลเลียมส์ + 40.676 วินาที
5 ราล์ฟ ชูมาเคร์ วิลเลียมส์ + 41.733 วินาที
สรุปคะแนนสะสมรวม 11 สนาม
ประเภทผู้ขับ
อันดับ ผู้ขับ ทีม คะแนนรวม
1 มิคาเอล ชูมาเคร์ แฟร์รารี 96
2 ฮูอัน ปาบโล มนโตยา วิลเลียมส์ 34
3 รูเบนส์ บาร์ริเชลโล แฟร์รารี 32
4 ราล์ฟ ชูมาเคร์ วิลเลียมส์ 32
ประเภททีม
อันดับ ทีม คะแนนรวม
1 แฟร์รารี 128
2 วิลเลียมส์ 66
3 แมคลาเรน 47
4 เรอโนลต์ 15
5 เซาเบอร์ 10

 



------------------------------
เรื่องโดย : ไททาเนียม
ภาพโดย : -
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กันยายน ปี 2545
คอลัมน์ : เจาะสนามแข่งต่างประเทศ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/LJms3
อัพเดทล่าสุด
24 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
21,900,000
2.
11,530,000
3.
14,900,000
4.
3,699,000
5.
2,930,000
6.
679,000
7.
1,290,000
8.
21,890,000
9.
3,090,000
10.
75,000,000
12.
1,545,000
13.
1,465,000
14.
2,390,000
15.
489,000
16.
1,199,000
18.
2,490,000
19.
479,000
20.
939,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th