บทความ

หรูเลิศ


จบหกเดือน ครึ่งปีแรกกันอย่างหรูเลิศ ด้วยตัวเลขอัตราการเจริญเติบโตถึง 29.7 %ยอดการขายรถทั้งตลาดได้ 181,660 คัน ยิ้มแย้มแจ่มใสกันถ้วนหน้า

ตามมาด้วยการประกาศนโยบายการตลาดครึ่งปีหลังกันหลายค่าย เพื่อผลงานทางด้านประชาสัมพันธ์บางค่ายก็พอฟังได้ บางค่ายก็มีแมงโม้บินว่อนขอตัวว่าไม่วิจารณ์เรื่องนี้เพราะเดี๋ยวแผนกประชาสัมพันธ์ท่านจะไม่ค่อยสบอารมณ์ เกิดรายการคาใจกันอีก

ที่นี่พูดคุยกันธรรมดาก็ได้นะครับ ไม่ต้องถึงกับทำเป็นจดหมายอย่างเป็นทางการ มาถึง บก. หรอกนะครับไม่ได้ว่าใครนะฮ้า

มาแกว่งปากกาดูวิมานในอากาศที่วาดฝันกันสักเรื่องดีไหมครับ

แผนแม่บทอุตสาหกรรมยานยนต์ 2545-2549 ที่มี สถาบันยานยนต์เป็นหน่วยงานรับผิดชอบศึกษาและจัดทำ และประเดิมประชุมกันหนแรกระหว่างสถาบันกับผู้เกี่ยวข้องไปแล้ว

เริ่มด้วยวิสัยทัศน์อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยก่อน

“ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ในเอเชีย สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศโดยมีอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ที่มีความแข็งแกร่ง”

ลองดูวัตถุประสงค์ทั้ง 4 ข้อว่าจะสามารถบรรลุได้หรือเปล่า

ข้อแรก ประเทศไทยจะผลิตรถยนต์ไม่น้อยกว่า 1 ล้านคัน/ปี (รถบรรทุกขนาด 1 ตันประมาณ 7 แสนคันและรถยนต์นั่งประมาณ 3 แสนคัน) และส่งออกไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ภายในปี 2549 มูลค่าการผลิตมากกว่า 5 แสนล้านบาท

ข้อสอง ประเทศไทยจะผลิตจักรยานยนต์ไม่น้อยกว่า 2 ล้านคัน/ปี และส่งออกไม่น้อยกว่าร้อยละ 20ภายในปี 2549 มูลค่าการผลิตมากกว่า 1 แสนล้านบาท

ข้อสาม ประเทศไทยจะผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ที่มีมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติมีมูลค่าส่งออกไม่น้อยกว่า 2 แสนล้านบาท/ปี ภายในปี 2549

และข้อสุดท้าย ประเทศไทยมีความสามารถในการผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนโดยมีมูลค่าเพิ่มในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ภายในปี 2549

แต่พอเหลือบดูกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการแผนแม่บทแล้วก็ให้เหนื่อยแทน เพราะมีส่วนราชการสถาบันต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง 12 แห่งด้วยกัน ยังไม่นับรวมภาคเอกชนฟากผู้ผลิต หรือทางฟากผู้ประกอบการเลยเอาแค่เรื่องจัดประชุมกันสักหนก็โกลาหลอลหม่านแล้ว

ข้อมูลของแต่ละส่วนกว่าจะเอามารวมกันได้ ใครจะเป็นคนทำเอ่ย นี่แค่ปัญหาแรกนะจ๊ะ

ถ้าภาครัฐไม่ลงมาดูแลอย่างจริงจัง ระดับรัฐมนตรีว่าการของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมานั่งจับเข่าคุยปัญหากันให้จริงจัง ร่วมกันหาวิธีแก้ไขอย่างแท้จริง ไม่ใช่ต่างกระทรวงกัน เจ้ากระทรวงคนละพรรคต่างคนก็ต่างทำ แล้วก็บอกว่านี่คือผลงานของตัวเอง

นับว่ายังดีที่มีการเริ่มต้นกันเสียที ภาคเอกชนเขาพัฒนากันไปจนถึงไหนแล้วก็ไม่รู้ ภาครัฐเพิ่งเริ่มต้นขยับก็ยังดีกว่าไม่เริ่มต้นอะไรกันเลย จะเริ่มติกันตั้งแต่ต้นก็คงไม่ดี คอยอีกสักพักจะมาสาธยายให้ฟังนะครับ

ว่าแต่ว่าเคยเห็นคนพายเรือในอ่างไหมครับ

เรื่องถัดไปไม่เล่าไม่ได้ทีเดียว เป็นเรื่องการผลิตสุราแช่ผลไม้ สุราแช่พื้นเมืองและผลิตภัณฑ์จากผลผลิตทางการเกษตรที่มีแรงแอลกอฮอล์ไม่ถึงสิบห้าดีกรี อาทิ กะแช่ สาโท สาเก อะไรทำนองนี้แหละ

แหม เขียนแล้วเปรี้ยวปาก

ครม. ท่านเห็นคล้อยตามกระทรวงการคลังเพื่อสนับสนุนนโยบายเศรษฐกิจชุมชนให้ประชาชนทั่วไปสามารถรวมกลุ่มกันขออนุญาตทำและจำหน่ายสุราแช่ที่ว่า ยกเว้นสุราแช่ชนิดเบียร์อันเป็นการพัฒนาผลผลิตจากภูมิปัญญาท้องถิ่นและฟื้นฟูเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนโดยเป็นโรงงานขนาดเล็กที่ใช้เครื่องจักรที่มีกำลังรวมต่ำกว่า 5 แรงม้า หรือใช้คนงานน้อยกว่า 7 คน

ท่านก็เลยลดค่าธรรมเนียมใบอนุญาตในการผลิต จากโรงหนึ่งปีละ 4,000 บาทลดราคาโพรโมชันเหลือแค่โรงหนึ่งปีละ 100 บาท ส่วนชนิดอื่นๆ ที่นอกเหนือยังคงยืนราคาเดิมโรงหนึ่งปีละ 4,000 บาท

และค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ทำเชื้อสุราสำหรับใช้ในโรงงานสุรา โพรโมชันเหมือนกันจากปีละ 300 บาทลดเหลือโรงหนึ่งปีละ 50 บาท

แถมด้วยใบสุดท้ายค่าธรรมเนียมใบอนุญาตขายสุราประเภทที่ 2 จากเดิมปีละตั้งแต่ 200 – 1,500 บาท ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ขอขาย โพรโมชันเหลือปีละ 100 บาท

พ่อแม่พี่น้องทราบกันไว้นะครับ จะได้ขออนุญาตผลิตเจ้าเครื่องดื่มอย่างที่ว่าแบบถูกกฎหมายเสียทีข่าวที่เจ้าพนักงานไล่จับโรงสุราเถื่อน จะได้หายไปจากหน้านสพ. เสียที

แหม แกล้มมะขามจิ้มกะปิ ซี๊ดซ๊าดน่าดู

คุยเรื่องเป็นทางการสักเรื่องดีกว่านะครับ เดี๋ยวจะเมากันถ้วนหน้า

ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศเดือนมิถุนายน เทียบกับเดือนพฤษภาคม 2545 ลดร้อยละ 0.2จากการลดลงของดัชนีราคาสินค้าหมวดอื่นๆ ที่มิใช่อาหารและเครื่องดื่มร้อยละ 0.5 ขณะที่สินค้าหมวดอาหารและเครื่องดื่มดัชนีราคาสูงขึ้นร้อยละ 0.3

ขณะที่สินค้าหมวดอาหารและเครื่องดื่ม ดัชนีราคาสูงขึ้นร้อยละ 0.3 โดยสินค้าสำคัญที่ราคาสูงขึ้น ได้แก่ผัก ไข่ไก่ เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ และสินค้าที่ราคาลดลง ได้แก่ เนื้อสุกร ผลไม้

สินค้าหมวดอื่นๆ ที่มิใช่อาหารและเครื่องดื่ม ดัชนีราคาลดลงร้อยละ 0.5สินค้าและบริการสำคัญที่ราคาลดลง ได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิง ค่าเช่าบ้าน ของใช้ส่วนบุคคล

นั่นคือตัววัดแค่เดือนเดียว พอเทียบระดับหกเดือน

ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศระยะ 6 เดือนแรกของปี 2545 เท่ากับ 103.8 เทียบกับดัชนีราคาเฉลี่ยช่วงเดียวกันของปี 2544 ซึ่งเท่ากับ 103.4 สูงขึ้นร้อยละ 0.4

สินค้าหมวดอาหารและเครื่องดื่ม ดัชนีราคาสูงขึ้นร้อยละ 0.1 จากการสูงขึ้นของราคาเนื้อสุกร ไก่สดไข่และผลิตภัณฑ์นม ผักและผลไม้

สินค้าหมวดอื่นๆ ที่มิใช่อาหารและเครื่องดื่ม ดัชนีราคาสูงขึ้นร้อยละ 0.6 จากการสูงขึ้นของราคาแก๊สหุงต้ม ค่ากระแสไฟฟ้า ค่าตรวจรักษา ของใช้ส่วนบุคคล ยานพาหนะ ยาสูบ และเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์

งง ๆ ดีไหมครับ แต่ถ้าพูดกันอย่างง่ายๆ ก็คือ ราคารถยนต์ในรอบหกเดือนแรกของปี มีราคาสูงขึ้น แบบแอบๆ ขึ้นราคาไงครับ ประกาศราคาทีแรกชาวบ้านพากันงง ว่าทำไมขึ้นไปนิดเดียว แต่นักการตลาดทำเป็นเฉย ไม่รู้ไม่ชี้ พออีกสองเดือนสามเดือนก็ค่อยๆ ขึ้นทีละห้าพันบ้าง หมื่นหนึ่งบ้าง แต่ไม่ออกเป็นข่าว

คนจะซื้อรถนี่ครับ ไม่ได้สนใจอะไรนักหนา ตรวจสอบราคาจากตัวแทนจำหน่ายหลายเจ้า ก็ได้ราคาเท่านี้ทำไงได้ ยังไงก็จะซื้อ

สตางค์มีเสียอย่าง ใครจะทำไม



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
ภาพโดย : -
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กันยายน ปี 2545
คอลัมน์ : โค้งอันตราย
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/7SXq1

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
24 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
21,900,000
2.
11,530,000
3.
14,900,000
4.
3,699,000
5.
2,930,000
6.
679,000
7.
1,290,000
8.
21,890,000
9.
3,090,000
10.
75,000,000
12.
1,545,000
13.
1,465,000
14.
2,390,000
15.
489,000
16.
1,199,000
18.
2,490,000
19.
479,000
20.
939,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th