บทความ

เพเทร์ รังเคิล ประธาน คอนทิเนนทัล ออโทโมทีฟ อาเซียน


“ฟอร์มูลา” สัมภาษณ์พิเศษ เพเทร์ รังเคิล ประธาน คอนทิเนนทัล ออโทโมทีฟ อาเซียน

ฟอร์มูลา : ประวัติการทำงานของคุณ และหน้าที่รับผิดชอบในปัจจุบัน ?

 

รังเคิล : ผมได้รับแต่งตั้งเป็นประธาน คอนทิเนนทัล ออโทโมทีฟ อาเซียน ซึ่งจะดูแลกลยุทธ์ทางธุรกิจ และการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจออโทโมทีฟในภูมิภาคอาเซียน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2561

 

ก่อนร่วมงานกับ คอนทิเนนทัล ผมเคยร่วมงานกับบริษัท SIEMENS VDO โดยดูแลด้านการขายโครงการ DIESEL และมารับผิดชอบด้านบริหารงานลูกค้าของหน่วยงานระบบดีเซล ซึ่งต่อมา คอนทิเนนทัล ได้เข้าซื้อกิจการของ SIEMENS

 

ส่วนการทำงานร่วมกับ คอนทิเนนทัล จนถึงปัจจุบันรวมแล้วกว่า 10 ปี โดยมีประสบการณ์ทั้งด้านการขาย การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการวางแผนกลยุทธ์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญผลักดันให้บริษัทประสบความสำเร็จ

 

นอกจากหน้าที่ในการดูแลภาพรวมของกลุ่มธุรกิจออโทโมทีฟในอาเซียนแล้ว ผมยังรับผิดชอบกลุ่มธุรกิจช่วงล่าง และความปลอดภัย (CHASSIS & SAFETY) ของอาเซียนและหน่วยธุรกิจ VEHICLE DYNAMICS โดยรับผิดชอบการพัฒนา และขยายธุรกิจ รวมถึงขับเคลื่อนการดำเนินงานในภูมิภาคนี้

 

ก่อนหน้าเข้ารับตำแหน่งประธาน คอนทิเนนทัล ออโทโมทีฟ อาเซียน ผมได้ประจำอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ ในฐานะหัวหน้ากลุ่มธุรกิจขับเคลื่อน (HEAD OF POWERTRAIN DIVISION) ของประเทศจีน และเกาหลี รวมถึงกลุ่มธุรกิจระบบเครื่องยนต์ (ENGINE SYSTEMS) ของภูมิภาคเอเชีย ดูแลรับผิดชอบการวางแผนงาน และการปฏิบัติการของกลุ่มธุรกิจ ระหว่างปี 2552–2556 ได้ดูแลส่วนงาน CUSTOMER CENTER FORD ของกลุ่มธุรกิจระบบเครื่องยนต์ที่เมืองออเบิร์นฮิลล์ส์ สหรัฐอเมริกา

 

ในปี 2550 เป็นหนึ่งในทีมงานร่วมก่อสร้างโรงงานผลิตชิ้นส่วนเครื่องยนต์ ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิที จังหวัดระยอง ของบริษัท คอนติเนนทอล ออโตโมทีฟ (ประเทศไทย) จำกัด

 

ฟอร์มูลา : คุณมองว่า บริษัท คอนติเนนทอล ออโตโมทีฟ (ประุเทศไทย) จำกัด ประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด ?

 

รังเคิล : คอนทิเนนทัล เป็นหนึ่งในกลุ่มบริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีอัจฉริยะสำหรับผู้ใช้ยานยนต์ และผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ชั้นนำ ในฐานะพันธมิตรที่เชื่อถือได้ ผู้จัดจำหน่ายยานยนต์ระหว่างประเทศ ผู้ผลิตยางคุณภาพ และคู่ค้าทางธุรกิจในภาคอุตสาหกรรม คอนทิเนนทัล นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน มีความปลอดภัยสูง พร้อมความสะดวกสบาย ปรับการใช้งานได้ตามความต้องการ และราคาที่เหมาะสม

 

คอนทิเนนทัล ประกอบด้วยธุรกิจ 5 กลุ่ม คือ ธุรกิจช่วงล่างและความปลอดภัย ธุรกิจอุปกรณ์ภายในรถยนต์ ธุรกิจระบบขับเคลื่อน ธุรกิจยางรถยนต์ และธุรกิจยางเฉพาะทางอีลัสโตเมอร์ ซึ่งมียอดขายโดยรวม 44 พันล้านยูโร ในปี 2560 ปัจจุบัน คอนทิเนนทัล มีพนักงานกว่า 240,000 คน ใน 61 ประเทศทั่วโลก

 

คอนติเนนทอล ออโตโมทีฟ (ประุเทศไทย)ฯ เปิดโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์เมื่อ ปี 2552 โดยช่วงแรกผลิตสินค้าให้แก่โรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ ที่ผลิตรถยนต์ ฟอร์ด และมาซดา ปัจจุบันได้ฉลองครบรอบ 10 ปี พร้อมกับความสำเร็จในการขยายธุรกิจ ซึ่งต่อจากนี้มีแผนที่จะผลิตชิ้นส่วนของเครื่องยนต์เบนซิน จากเดิมที่ผลิตเฉพาะชิ้นส่วนเครื่องยนต์ดีเซลเท่านั้น โดยนอกจากการลงทุนในประเทศไทยแล้ว คอนทิเนนทัล ยังมีการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอาเซียนอีกด้วย

 

ฟอร์มูลา : ปัจจุบันในอาเซียน คอนทิเนนทัล มีโรงงานที่ใดบ้าง ?

 

รังเคิล : เวียดนาม มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งในประเทศเหล่านี้ คอนทิเนนทัล ได้ลงทุนมาเป็นเวลานานแล้ว ในบางประเทศนานถึง 40 ปี และในบางประเทศยังมีถึง 2 โรงงาน

 

ฟอร์มูลา : ในประุเทศไทยมีแผนจะลงทุนเพิ่มอีกหรือไม่ ?

 

รังเคิล : อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และไม่เฉพาะไทยเท่านั้นที่เติบโต ในอาเซียนก็เติบโตด้วย ดังนั้น คอนทิเนนทัล จึงมีการลงทุนอย่างต่อเนื่องตามการเติบโตของอุตสาหกรรม รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีก็มีผลต่อการลงทุนด้วยเช่นกัน ดังจะเห็นได้จากปัจจุบันอุตสาหกรรมยานยนต์ได้พัฒนาด้านเทคโนโลยี จากระบบเครื่องยนต์เป็นระบบแบบ พลัก-อิน ไฮบริด รวมถึงระบบไฟฟ้า ซึ่งเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในโซลูชันต่างๆ ผู้ัผลิตชิ้นส่วนยานยนต์จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงไปตามความต้องการของตลาด ด้วยการลงทุนเพิ่มขึ้นเพื่อตอบสนองความต้ัองการดังกล่าว

 

ฟอร์มูลา : มีแผนจะเพิ่มการผลิตสินค้ากลุ่มอื่นในประเทศไทยอีกหรือไม่ ?

 

รังเคิล : การผลิตสินค้าของ คอนทิเนนทัล แบ่งออกเป็น 3 ดิวิชัน คือ เพาเวอร์ทเรน อีเลคทรอนิคส์ และระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ ซึ่งในบางประเทศจะมีการผลิตทั้่ง 3 ดิวิชัน ส่วนประเทศไทย ยังคงเน้นผลิตเพียงระบบเพาเวอร์ทเรนเท่านั้น

 

ฟอร์มูลา : มีการส่งออกสินค้าไปที่ใดบ้าง ?

 

รังเคิล : นโยบายจะเน้นส่งออกเฉพาะในแถบประเทศใกล้เคียง เช่น โรงงานในอาเซียนจะส่งออกไปยังญี่ปุ่น จีน และอินเดีย

 

ฟอร์มูลา : ในประเทศไทย ผลิตสินค้าให้ผู้ผลิตรถยนต์รายใดบ้าง ?

 

รังเคิล : นิสสัน ฟอร์ด และมาซดา ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ดีเซลทั้งหมด ส่วนเครื่องยนต์เบนซิน จะเริ่มผลิตในปี 2563 ช่วงแรกจะเน้นส่งออกไปในเอเชีย

 

ฟอร์มูลา : คุณมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคต ?

 

รังเคิล : ผมคิดว่าไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลง เครื่องยนต์ดีเซล และเบนซิน ยังคงเป็นหัวใจหลักอยู่ แต่จะมีเพิ่มบ้างในส่วนรถแบบ พลัก-อิน ไฮบริด ส่วนรถพลังงานไฟฟ้า คิดว่าคงจะอีกนาน เนื่องจากปัจจุบันยังมีปัญหาเรื่อง แบทเตอรี ราคาแพง สถานีชาร์จไฟ ซึ่งยังไม่สามารถรองรับการขยายตัวของรถไฟฟ้าได้ และเมื่อเปรียบเทียบกับสถานีบริการน้ำมัน

 

ฟอร์มูลา : คอนทิเนนทัล มีแผนลงทุนเพิ่มอีกหรือไม่ ?

 

รังเคิล : หลังจากปี 2563 มีแผนที่จะลงทุนเพิ่มในบางส่วน แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาว่าจะไปในทิศทางใด ที่สิ่งสำคัญ หลักการของบริษัทฯ จะเน้นการลงทุนพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นความต้องการของตลาด โดยเตรียมความพร้อมไว้ เมื่อลูกค้าต้องการก็จะสามารถตอบสนองได้ทันที

 

ฟอร์มูลา : กลยุทธ์ที่ใช้แข่งขันกับคู่แข่งในตลาด ?

 

รังเคิล : คอนทิเนนทัล มีจุดแข็งหลัก คือ มีความเชี่ยวชาญในการผลิตสินค้าที่พัฒนาควบคู่ไปกับเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ด้านอีเลคทรอนิคส์ ระบบขับเคลื่อน หรือเพาเวอร์ทเรน จะมีเทคโนโลยีที่เหนือชั้นกว่าคู่แข่งรายอื่นๆ หรือแม้แต่ในอนาคต ที่อุตสาหกรรมยานยนต์จะก้าวสู่ยุค อีวี บริษัทฯ ก็มีความพร้อมในการตอบรับความต้องการ เพราะได้มีการคิดค้นพัฒนาไว้ล่วงหน้า เมื่อผู้ผลิตรถยนต์มีความต้องการ เรามีความพร้อมที่จะซัพพอร์ทเทคโนโลยีนั้นได้อย่างแน่นอน

 

ฟอร์มูลา : คุณวางเป้าหมายการบริหารงานในไทยไว้อย่างไร ?

 

รังเคิล : เป้าหมายสำคัญ คือ การสร้างตลาดอาเซียนให้เติบโตกว่าในแถบอื่น เน้นการพโรโมท รวมถึงสร้างความแข็งแกร่ง สำหรับประเทศไทย ที่ผ่านมามีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ได้เข้ามาลงทุนใช้เป็นฐานการผลิตหลายแห่ง ยังต้องมีการลงทุนเพิ่ม เพื่อเพิ่มคุณภาพ และสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : จินดา ลัยนันท์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2562
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/FYgwd
อัพเดทล่าสุด
19 Mar 2019

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
1,475,000
2.
14,790,000
3.
1,180,000
4.
970,000
5.
22,500,000
6.
5,499,000
7.
2,490,000
8.
5,099,000
10.
2,379,000
11.
3,999,000
12.
16,900,000
13.
689,000
15.
8,999,000
17.
5,260,000
18.
4,310,000
20.
1,550,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th