บทความ

ASTON MARTIN DBS SUPERLEGGERA แรงสุด และเร็วสุดในรอบศตวรรษ


เป็นอีกเดือนหนึ่งที่ “ระเบียงรถใหม่” นำเสนอแต่เรื่องราวของรถสปอร์ทล้วนๆ ไม่มีรถประเภทอื่นๆ สอดแทรกมาด้วยเลย เป็นผลงานใหม่ของผู้ผลิตรถสปอร์ทรวม 4 ราย คือ แอสตัน มาร์ทิน (ASTON MARTIN) กับ แมคลาเรน (McLAREN) ของเมืองผู้ดี บูกัตตี (BUGATTI) ของเมืองน้ำหอม และ เมร์เซเดส-เบนซ์ (MERCEDES-BENZ) ของเมืองเบียร์ เริ่มกันด้วยผลงานใหม่ล่าสุดของยอดผู้ผลิตรถสปอร์ทเมืองผู้ดี คือ แอสตัน มาร์ทิน ดีบีเอส ซูเปอร์เลกเกรา (ASTON MARTIN DBS SUPERLEGGERA) รถแรงที่สุด และเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 1 ศตวรรษของค่ายนี้

เปิดตัวในเมืองผู้ดีเมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่เพิ่งผ่านพ้นไป และมีกำหนดออกตลาดในไตรมาสที่ 3 ของปี พร้อมกับป้ายราคาค่าตัว ซึ่งเริ่มต้นที่ 225,000 ปอนด์ หรือเท่ากับประมาณ 10.13 ล้านบาทไทยเมื่อซื้อขายในอังกฤษ 274,995 ยูโร หรือเท่ากับประมาณ 11.00 ล้านบาทไทย เมื่อซื้อขายในเยอรมนี และ 304,995 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 10.06 ล้านบาทไทย เมื่อซื้อขายในสหรัฐอเมริกา ไม่ใช่รถที่ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งคัน แต่พัฒนาต่อยอดมาอีกทอดหนึ่งจากรถ แอสตัน มาร์ทิน ดีบี 11 (ASTON MARTIN DB11) ที่เริ่มจำหน่ายเมื่อปี 2016 ชื่อรุ่น DBS SUPERLEGGERA อธิบายได้ว่า DBS เป็นรหัสที่เคยใช้มาแล้วกับรถรุ่นก่อนๆ และเลิกใช้ไปเมื่อปี 2012 ส่วน SUPERLEGGERA เป็นภาษาอิตาลี ซึ่งตรงกับ SUPER LIGHT ในภาษาอังกฤษ และ “เบาสุดสุด” หรือ “เบาโคตรโคตร” ของคนไทยนั่นเอง

 

3

 

ตัวถังยาว 4.712 ม. กว้าง 1.968 ม. และสูง 1.280 ม. ที่ทำจากอลูมิเนียมและวัสดุผสม ตั้งใจออกแบบให้นั่งได้รวม 2+2 ที่นั่ง และมีน้ำหนักรถเปล่าที่เบาสมชื่อรุ่น คือ 1,693 กก. จุดน่าสังเกตเมื่อมองจากภายนอกที่สมควรกล่าวถึงมีอยู่ 2 จุด คือ ท้ายรถไม่ติดโลโก “ปีกนก” เหมือนรถร่วมค่ายรุ่นอื่นๆ แต่ติดชื่อ ASTON MARTIN อย่างที่เห็นได้ชัดเจนในภาพใหญ่ กับท่อไอเสียแบบท่อคู่ทั้ง 2 ด้านซึ่งเรียกในภาษาอังกฤษว่า QUAD EXHAUST SYSTEM เป็นการออกแบบที่หัวหน้าทีมวิศวกรเจ้าของนาม แมทท์ เบคเคอร์ (MATT BECKER) บอกว่าเพื่อให้ได้เสียงที่สะท้อนให้รู้สึกได้อย่างดีในพลานุภาพของเครื่องยนต์ และดังกว่าเครื่องยนต์บลอคเดียวกันที่ติดตั้งในรถซึ่งเป็นที่มา คือ แอสตัน มาร์ทิน ดีบี 11 (ASTON MARTIN DB11) ถึง 10 เดซิเบล

 

เครื่องยนต์ที่ว่านี้ คือ เครื่องทวินเทอร์โบเบนซิน DOHC วี 12 สูบ ความจุ 5,204 ซีซี ซึ่งขณะติดตั้งในรถ แอสตัน มาร์ทิน ดีบี 11 ให้กำลังสูงสุด 447 กิโลวัตต์/608 แรงม้า แต่ก่อนจะนำมาติดตั้งในรถรุ่นใหม่นี้มีการปรับแต่งเป็นพิเศษจนกำลังสูงสุดพุ่งขึ้นเป็น 533 กิโลวัตต์/725 แรงม้า คือ เพิ่มขึ้นถึง 86 กิโลวัตต์/117 แรงม้า หรือเพิ่มร้อยละ 19.2 ส่วนระบบเกียร์เพื่อส่งกำลังสู่ล้อคู่หลังไม่ใช้ของเดิม แต่เป็นเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ชุดใหม่

 

สมรรถนะความเร็วตามข้อมูลของผู้ผลิต เห็นตัวเลขแล้วสมควรสะดุ้ง เพราะเร็วสุดๆ ทั้งตีนต้น และตีนปลาย อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลาแค่ 3.4 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดก็ทำได้ถึง 340 กม./ชม. ที่หนักหนาสาหัสหน่อย ก็คือ อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 12.28 ลิตร/100 กม. หรือ 8.14 กม./ลิตร และอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ที่สูงถึง 285 กรัม/กม. โดยเฉลี่ย

 

นอกจากตัวถังคูเป 2+2 ที่นั่งที่เห็นอยู่นี่แล้ว ยอดผู้ผลิตรถสปอร์ทเมืองผู้ดียืนยันว่า จะทำรถเปิดประทุน ซึ่งติดป้ายชื่อ แอสตัน มาร์ทิน ดีบีเอส ซูเพอร์เลกเกรา โวลันเต (ASTON MARTIN DBS SUPERLEGGERA VOLANTE) ด้วย แต่ต้องรอต้นปีหน้า

 

ASTON MARTIN DBS SUPERLEGGERA

  • รถแรงและเร็วที่สุดในรอบ 104 ปี ของ แอสตัน มาร์ทิน
  • มิติตัวถัง 4.712×1.968×1.280 ม. น้ำหนัก 1,693 กก.
  • เครื่องทวินเทอร์โบเบนซิน วี 12 สูบ 5,204 ซีซี 725 แรงม้า
  • 0-100 กม./ชม. ใน 3.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 340 กม./ชม.
  • ราคาในอังกฤษ เริ่มต้นที่ 225,000 ปอนด์ (10.13 ล้านบาท)


------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2561
คอลัมน์ : ระเบียงรถใหม่
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/MxyNK
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th