บทความ

เยือนสตูล มุดถ้ำดึกดำบรรพ์ ดำน้ำสุดมันที่เกาะหลีเป๊ะ


4

หลังได้ยินข่าวองค์การยูเนสโกประกาศให้จังหวัด “สตูล” เป็นอุทยานธรณีโลก (GLOBAL GEOPARK) ซึ่งเทียบได้กับมรดกโลก ผมนึกถึงอุทยานธรณีสตูล (SATUN GEOPARK) ที่เป็นแหล่งค้นพบซากฟอสซิลดึกดำบรรพ์ รวมถึงธรรมชาติที่สวยงามทั้งภูเขา และท้องทะเล “ฟอร์มูลา” เชิญชวนผู้อ่านที่มีใจรักธรรมชาติ ร่วมเดินทางท่องเที่ยวพร้อมกับเรา ในดินแดนปลายแหลมด้ามขวานแห่งนี้

ล่องใต้ไปสตูล กับ เอมจี เซดเอส

 

7

  • ควบ เอมจี เซดเอส เที่ยวรอบเมืองสตูลยามเช้า

 

ไปสตูลครั้งนี้ ผมถือโอกาสทดสอบสมรรถนะ เอมจี เซดเอส ระยะทางไกลไปในตัว เพราะอยากรู้ว่า รถครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี ซึ่งใช้เครื่องยนต์เพียง 1.5 ลิตร 114 แรงม้า กับเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ ยามเดินทางไกลกว่า 1,000 กม. ยังจะให้ความรู้สึกสะดวกสบายอยู่หรือไม่ และสมรรถนะจะเป็นเช่นไร

 

ตลอดเส้นทางจาก กรุงเทพฯ-สตูล พิสูจน์ให้เราเห็นว่า เอมจี เซดเอส ถูกเซทให้สามารถเดินทางไกลได้อย่างสบาย ช่วงล่างที่นุ่มนวลไปนิดในความเร็วต่ำ ยามเดินทางด้วยความเร็วกว่า 100 กม./ชม. และเข้าโค้งแคบความเร็วสูง รถกลับให้ความรู้สึกที่ดีมีเสถียรภาพ อย่างไม่น่าเชื่อ ถึงแม้ด้านพละกำลังช่วงออกตัว และยามเร่งแซงอาจไม่ทันใจอยู่บ้าง แต่ถ้าได้วิ่งทางตรงยาวแบบไม่รีบร้อนแล้วละก็ แม้ใช้ความเร็วเกิน 120 กม./ชม. ก็ยังเรียกความเร็วเพิ่มขึ้นได้ไม่ยาก

 

 

ผ่านตึกโบราณ ชมความงามคฤหาสน์กูเดน

 

5

  • ถนนบุรีวานิช ที่ตั้งของตึกโบราณสไตล์ชิโนโปรตุกีส ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์

 

23

  • ตึกชิโนโปรตุกีส ที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา

 

เดินทางยาวนานกว่า 15 ชม. ก็ถึงตัวเมืองสตูล เราขับรถผ่านถนนบุรีวานิช ซึ่งเป็นถนนสายเก่าแก่ที่สำคัญ แม้จะมีความยาวเพียง 600 ม. แต่ก็เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของตึกโบราณสไตล์ชิโนโปรตุกีส ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์

 

ตึกเหล่านี้สร้างขึ้นพร้อมการสร้างเมืองในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 สมัยนั้น สตูล เป็นเพียงมณฑลหนึ่งที่ขึ้นกับเมืองไทรบุรี หลังไทรบุรีแยกไปเป็นของมาเลเซีย สตูล จึงขึ้นกับมณฑลภูเก็ต ดังนั้นสถาปัตยกรรมต่างๆ ของตึกนี้ จึงคล้ายคลึงกับเมืองในอลอร์สตาร์ ปีนัง หรือมะละกา ประเทศมาเลเซียในปัจจุบัน

 

6

  • คฤหาสน์กูเดน หรือพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติสตูล

 

8

  • ห้องโถงชั้น 2 ภายในคฤหาสน์กูเดน

 

จุดหมายอีกแห่งที่ห้ามพลาด คือ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติสตูล หรือคฤหาสน์กูเดน สถานที่ แห่งนี้สร้างขึ้นโดยพระยาภูมินารถภักดี (ตนกูบาฮารุดดิน บินตำมะหงง) เจ้าเมืองสตูลขณะนั้น เพื่อเป็นที่ประทับแรมของล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 คราวเสด็จเยือนปักษ์ใต้ แต่เนื่องจากพระองค์ไม่ได้ประทับแรม จึงได้ส่งต่อให้รัฐบาลใช้เป็นบ้านพักและศาลาว่าการเมืองสตูล จนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่ 2 อาคารหลังนี้ถูกใช้เป็นกองบัญชาการทหารญี่ปุ่น สำนักงานเทศบาล และศาลากลางจังหวัดสตูล ตามลำดับ

 

10

  • ซุ้มประตูทางเข้า-ออก ยังเป็นสไตล์โคโรเนียล

 

9

  • ภาพวาดบอกเล่าเรื่องราวคฤหาสน์ในสมัยก่อน

 

ด้วยความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และรูปแบบทางสถาปัตยกรรมโคโรเนียลที่โดดเด่น กรมศิลปากรจึงประกาศเป็นโบราณสถานแห่งชาติ และปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประจำเมือง เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล และจัดแสดงประวัติศาสตร์ ขนบธรรมเนียมประเพณี และวิถีชีวิตของชาวสตูล

 

 

แวะมัสยิดมำบัง และวัดชนาธิปเฉลิม

 

11

  • มัสยิสกลางจังหวัดสตูล เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คนอิสลามเคารพนับถือ

 

12

  • ด้านนอก สามารถขึ้นบันไดเพื่อชมทิวทัศน์ได้

 

สุดถนนสตูลธานี เป็นที่ตั้งของมัสยิดมำบัง หรือมัสยิดกลางจังหวัดสตูล ผมจึงไม่พลาดที่ต้องแวะทำความเคารพ ชาวสตูลมักเรียกมัสยิดแห่งนี้ว่า “มำบัง” เนื่องจากเป็นชื่อของเมืองสตูลในสมัยก่อน เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ประกอบพิธีทางศาสนาอิสลาม รูปทรงเป็นสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ตกแต่งด้วยกระเบื้องเคลือบหินอ่อนและกระจกใส ตัวอาคารแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนนอกเป็นระเบียงมีบันไดขึ้นหอคอย ลักษณะเป็นยอดโดม สามารถมองทิวทัศน์เมืองสตูลได้ ส่วนภายในเป็นห้องโถงใหญ่ใช้เป็นที่ละหมาด ชั้นล่างมีห้องใต้ดินใช้เป็นห้องสมุด

 

หลังชมสถานที่สำคัญทางศาสนาอิสลามไปแล้ว ผมขอเยี่ยมชมวัดมำบัง วัดแห่งแรกของสตูลที่ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดชนาธิปเฉลิม” กันบ้าง

 

14

  • วัดชนาธิปเฉลิม เป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนิกชนเมืองสตูลมากว่า 100 ปี

 

13

  • พระอุโบสถวัดชนาธิปเฉลิม มี 2 ชั้น ไม่เหมือนใคร

 

วัดนี้เป็นศูนย์รวมใจชาวพุทธมากว่า 100 ปี มีรูปทรงพระอุโบสถที่ไม่เหมือนใคร คือ เป็นอาคารรูปทรง 2 ชั้น ชั้นล่างก่อด้วยอิฐถือปูน ใช้เป็นศาลาการเปรียญ ชั้นบนเป็นอาคารไม้ ใช้ประกอบพิธีกรรมของสงฆ์ ด้านหน้าพระอุโบสถเป็นระเบียงมีบันได 2 ข้าง เสาบานหน้าต่างแกะสลักเป็นรูปเครือเถา มียักษ์ 2 ตนคอยเฝ้าหน้าประตู

 

 

ดำน้ำ ชมปะการัง ใกล้เกาะหลีเป๊ะ

 

15

  • กิจกรรมที่ห้ามพลาด คือการดำน้ำชมธรรมชาติที่สวยงามใต้ท้องทะเล

 

17

  • ความสุขและรอยยิ้ม มีให้เห็นทั่วไปที่เกาะหลีเป๊ะ

 

18

  • กิจกรรมพายเรือแคนู กำลังเริ่มได้รับความนิยม

 

ใครๆ ที่ชื่นชอบเที่ยวทะเล “เกาะหลีเป๊ะ” คงเป็นหนึ่งสถานที่ในฝันที่ต้องไปสักครั้ง เนื่องจากมีความสวยงามติดระดับโลก น้ำทะเลสวยใส โลกใต้ทะเลยังอุดมสมบูรณ์ แถมยังมีหาดทรายขาวละเอียดดุจผงแป้ง ดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกให้ได้มาสัมผัส

 

การไปเกาะหลีเป๊ะ เราต้องเดินทางไปขึ้นเรือที่ท่าเทียบเรือปากบารา อ. ละงู ครั้งนี้ผมเลือกเที่ยวแบบวันเดย์ทริพ เพราะสะดวกสบายกว่า ไม่ต้องนอนบนเกาะ ประหยัดทั้งเงิน และเวลา

 

เกาะหลีเป๊ะ ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเกาะอาดัง ห่างจากท่าเทียบเรือปากบารา 67 กม. ถ้านั่งเรือสปีดโบทแบบยิงตรง ใช้เวลาประมาณ 1.15 ชม. เท่านั้น แต่ครั้งนี้เรามากับทัวร์จึงต้องจอดแวะเกาะต่างๆ ตามพโรแกรมที่เขาวางไว้

 

16

  • เกาะไข่ ซุ้มประตูหิน สัญลักษณ์ของสตูล

 

สถานที่แรก คือ “เกาะไข่” อยู่ระหว่างเกาะ ตะรุเตากับเกาะราวี เดิมเป็นเกาะที่เต่าทะเลชอบมาวางไข่ มีเอกลักษณ์ที่สำคัญ คือ ซุ้มประตูหินขนาดใหญ่ที่สวยงาม สวยจนกลายเป็นสัญลักษณ์แทน จ. สตูล ไปแล้ว และเชื่อกันว่า หนุ่มสาวคู่ใดได้ลอดซุ้มประตูหินนี้ จะได้แต่งงานกัน นอกจากนี้ยังมีหาดทรายขาวละเอียด และน้ำทะเลใสๆ ให้เล่นน้ำกันด้วย

 

จากเกาะไข่ นั่งเรืออีก 15 นาที ก็ถึง “เกาะหลีเป๊ะ” เรือเราจอดที่หน้าหาดซันไรส์ หาดนี้เป็นหาดที่อยู่อาศัย สังเกตว่ามีที่พักมากมายให้เลือก และยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามของเกาะ เวลาผ่านไป 1 ชม. ผ่านอย่างรวดเร็ว ได้เวลาออกเรือไปดำน้ำกัน

 

เรือพาเราไปดำน้ำยัง “ร่องน้ำจาบัง” เป็นจุดชมปะการัง 7 สี แต่เนื่องจากน้ำเชี่ยวและแรง จึงเลยไปดำน้ำใกล้กับเกาะเล็กๆ แทน เราได้เห็นสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล ที่สวยงามเกินคำบรรยาย

 

จากนั้นไป “เกาะหินงาม” กันต่อ เกาะนี้แปลกกว่าเกาะอื่นๆ เพราะเต็มไปด้วยหินสีดำขนาดกลมเกลี้ยงจนมองไม่เห็นเม็ดทรายเลย ยามที่หินโดนคลื่นน้ำทะเลซัด จะเปลี่ยนสีเป็นสีดำมันวาวสวยงาม ว่ากันว่าหินทุกก้อน มีคำสาปของเจ้าพ่อตะรุเตา หากใครนำหินติดตัวกลับไป จะเกิดสิ่งร้ายกับตัว

 

เกาะสุดท้าย คือ “เกาะราวี หาดทรายขาว” ที่นี่เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวแวะพักรับประทานอาหาร แต่ก็มีพื้นที่ให้เล่นน้ำ และดำน้ำตื้นได้

 

 

ศึกษาฟอสซิลดึกดำบรรพ์ ตะลุยถ้ำเลสเตโกดอน

 

19

  • พิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ทุ่งหว้า

 

อย่างที่เกริ่นตอนต้นว่า องค์การยูเนสโก ได้ประกาศให้ อุทยานธรณีสตูล เป็นอุทยานธรณีของโลก เราจึงเดินทางไปยัง พิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ทุ่งหว้า เพื่อศึกษาเรื่องนี้

 

20

  • ภายในมีการจัดนิทรรศการเรื่องช้างมากมาย

 

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เป็นที่รวบรวมซากดึกดำ บรรพ์ที่ขุดพบในพื้นที่ อ. ทุ่งหว้า จ .สตูล และที่น่าสนใจ คือการค้นพบ “ฟันช้างสเตโกดอน” ในถ้ำวังกล้วย หรือถ้ำเลสเตโกดอน ซึ่งอยู่ในยุค พไลสโตเซน (PLEISTOCENE) มีอายุประมาณ 0.01-1.8 ล้านปี การค้นพบครั้งนี้ทำให้เจอร่องรอยของสิ่งมีชีวิตอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งล้วนอยู่ในยุคพาเลโอโซอิค (PALEOZOIC) เมื่อ 251-542 ล้านปีก่อน ถือเป็นยุคต้นของสิ่งมีชีวิตบนโลกเลยทีเดียว จึงไม่น่าแปลกใจที่องค์การยูเนสโก จะประกาศให้เป็นอุทยานธรณีของโลก

 

21

  • ถ้ำเลสเตโกดอน เป็นถ้ำที่ค้นพบ “ฟันช้างสเตโกดอน” และซากดึกดำบรรพ์มากมาย

 

หลังจากรู้เรื่องราวการค้นพบที่ยิ่งใหญ่นี้ เราเดินทางต่อไปยัง “ถ้ำเลสเตโกดอน” เพื่อล่องเรือแคนูตามรอยซากช้างสเตโกดอน

 

22

  • ความสวยงามภายในถ้ำมีหลากหลาย นักท่องเที่ยวต้องล่องเรือเข้าไป และต้องติดต่อล่วงหน้าก่อน 1 วัน

 

การล่องเรือแบ่งเป็น 3 ช่วง ช่วงแรกชมความงดงามภายในถ้ำ ระยะทาง 4 กม. ใช้เวลาประมาณ 2 ชม. เมื่อสายน้ำไหลนำพาไปเรื่อยๆ ก็เริ่มเจอะเจอหินงอกหินย้อยตามเพดาน และผนังถ้ำ มีทั้งขนาดเล็กและใหญ่ ในยุคโครินเธียนส์ (CORINTHIANS) ตอนปลาย อายุประมาณ 400 ล้านปี ที่ชอบมากๆ หินย้อยลักษณะคล้ายปลีกล้วย สีออกเหลืองแดงเนื่องจากมีแร่เหล็กผสมอยู่ เมื่อฉายไฟเข้าใส่ จะเห็นเป็นประกายระยิบระยับเหมือนกากเพชร นั่นเป็นเพราะมีส่วนผสมของแร่แคลไซท์ ช่วงกลางถ้ำเป็นจุดที่พบซากฟอสซิลจำนวนมาก ทั้งฟันช้างสเตโกดอน ฟันช้างเอเลฟาส (ELEPHAS) (บรรพบุรุษของช้างเอเชีย) และยังพบฟอสซิล แรดชวา กระซู่ เต่า หอย หมึก ขวานหินของมนุษย์โบราณกว่า 300 ชิ้น นอกจากนี้ช่วงทางออกปากถ้ำรูปหัวใจ ยังเห็นหอยดึกดำบรรพ์ และหมึกดึกดำบรรพ์ นอทิลอยด์ (NAUTILOLD) อีกด้วย

 

ช่วงที่ 2 เปลี่ยนไปสัมผัสธรรมชาติของป่าโกงกางภายนอกถ้ำ และช่วงสุดท้ายนั่งเรือหางยาวชมระบบนิเวศของป่าชายเลนจากคลองวังกล้วยสู่ทะเลที่ท่าเทียบเรือท่าอ้อย เป็นอันจบทริพนี้

 

 

ขอขอบคุณ

 

24

 

บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่เอื้อเฟื้อ เอมจี เซดเอส ในการเดินทาง



------------------------------
เรื่องโดย : วิธวินท์ ไตรพิศ
ภาพโดย : สายชล อรรถาเวช
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2561
คอลัมน์ : สารคดี
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/RFzKW
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th