บทความ

ตามรอยธรณีสตูล สำรวจฟอสซิลดึกดำบรรพ์ ที่ถ้ำเลสเตโกดอน


IMG_7432 copy

“สตูล” เป็นจังหวัดที่ไม่ได้มีดีแค่น้ำทะเลสวยใส และหาดทรายขาวของเกาะชื่อดังเท่านั้น บนแผ่นดินใหญ่ก็น่าสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะด้านธรณีวิทยา เพราะเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา องค์การยูเนสโก หรือองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ได้ประกาศให้ อุทยานธรณีสตูล (SATUN GEOPARK) เป็นอุทยานธรณีโลก (GLOBAL GEOPARK) แห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งเทียบได้กับมรดกโลก เนื่องจากค้นพบฟอสซิลดึกดำบรรพ์ครบทั้ง 6 ยุค “ชีวิตอิสระ” ฉบับนี้ จะพาไปรู้จักอุทยานธรณีสตูล พร้อมสำรวจซากฟอสซิลภายในถ้ำดึกดำบรรพ์

ล่องใต้ไปกับ เอมจี เซดเอส

 

IMG_7386 copy

  • ศึกษาธรณีสตูล ที่พิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์

 

การเดินทางครั้งนี้ ผมถือโอกาสทดสอบสมรรถนะ เอมจี เซดเอส ระยะทางไกลไปในตัว เพราะอยากรู้ว่า รถครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี ซึ่งใช้เครื่องยนต์เพียง 1.5 ลิตร 114 แรงม้า เมื่อต้องเดินทางไกลกว่า 1,000 กม. จะยังให้ความรู้สึกสะดวกสบายอยู่หรือไม่ และสมรรถนะจะเป็นเช่นไร

 

ตลอดระยะทางจาก กรุงเทพฯ-สตูล พิสูจน์ให้เราเห็นว่า เอมจี เซดเอส ถูกเซทให้สามารถเดินทางไกลได้อย่างสบาย ช่วงล่างที่นุ่มนวลไปนิดในความเร็วต่ำ เวลาเดินทางด้วยความเร็วกว่า 100 กม./ชม. และเข้าโค้งแคบที่ความเร็วสูง รถกลับให้ความรู้สึกที่ดีมีเสถียรภาพ อย่างไม่น่าเชื่อ

 

ถึงแม้ด้านพละกำลังช่วงออกตัว และยามเร่งแซงอาจไม่ทันใจอยู่บ้าง แต่ถ้าได้วิ่งทางตรงยาวแบบไม่รีบร้อนแล้วละก็ แม้ใช้ความเร็วเกิน 120 กม./ชม. เครื่องยนต์ก็ตอบสนองให้กำลังต่อเนื่องได้อย่างดี แม้จะใช้เกียร์อัตโนมัติเพียง 4 จังหวะ

 

 

ฟอสซิล 6 ยุค ที่พิพิธภัณฑ์ทุ่งหว้า

 

IMG_7469 copy

  • ปลัดอำเภอทุ่งหว้า กำลังอธิบายซากฟอสซิลที่ค้นพบ

 

เรามาสตูลครั้งนี้ เพราะต้องการหาคำตอบว่า เหตุใดองค์การยูเนสโกจึงประกาศให้ อุทยานธรณีสตูล เป็นอุทยานธรณีของโลก

 

IMG_7422 copy

  • ภายในพิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ทุ่งหว้า มีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับช้างยุคต่างๆ ให้ศึกษา

 

เราเดินทางไปยัง พิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ทุ่งหว้า ภายในที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งหว้า (ตรงข้ามกับที่ว่าการอำเภอทุ่งหว้า) เป็นอาคารขนาดไม่ใหญ่นัก ภายในจัดแสดงการเสด็จมาเยือนสตูลถึง 4 ครั้งของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 รวมถึงเรื่องช้างต้นคู่พระบารมีของพระเจ้าอยู่หัว รวมถึงประวัติความเป็นมาของอำเภอทุ่งหว้า

 

ส่วนพื้นที่จัดแสดงเกี่ยวกับยุคดึกดำบรรพ์ มีการจัดแสดงขวานหินของมนุษย์โบราณ ช้างดึกดำบรรพ์ในประเทศไทย และช้างดึกดำบรรพ์ที่พบในสตูล

 

ที่น่าสนใจ คือ “ฟันช้างสเตโกดอน” ซึ่งเก่าแก่กว่าช้างแมมมอธ ที่อยู่ในยุคน้ำแข็งเมื่อ 20,000 ปีก่อนเสียอีก

 

ช้างสเตโกดอน อยู่ในยุค พไลสโตซีน (PLEISTOCENE) มีอายุประมาณ 1.8-0.01 ล้านปี ที่สำคัญถูกค้นพบใน ถ้ำวังกล้วย หรือถ้ำ เลสเตโกดอน ในปัจจุบัน โดยชาวบ้านที่เข้าไปหากุ้งหาปลาในถ้ำ ซากที่พบเป็นชิ้นกระดูกขากรรไกร พร้อมฟันกรามซี่ที่ 2 และ 3 ด้านล่างขวา มีลักษณะเป็นสีน้ำตาลไหม้ น้ำหนัก 5.3 กก. ยาว 44 ซม. และสูง 16 ซม.

 

ยิ่งกว่านั้น ยังมีการค้นพบร่องรอยของสิ่งมีชีวิตใน มหายุคพาลีโอโซอิค (PALEOZOIC) ทั้ง 6 ยุค ตั้งแต่ แคมเบรียน (CAMBRIAN) ออร์โดวิเชียน (ORDOVICIAN) ไซลูเรียน (SILURIAN) ดีโวเนียน (DEVONIAN) คาร์บอนิเฟอรัส (CARBONIFEROUS) และเพอร์เมียน (PERMIAN) เมื่อ 251-542 ล้านปีก่อน ซึ่งเป็นยุคต้นของสิ่งมีชีวิตบนโลก

 

IMG_7474 copy

  • ซากหอยดึกดำบรรพ์นอทิลอยด์ในจังหวัดสตูล

 

การค้นพบครั้งนี้ยิ่งใหญ่มาก ทำให้เห็นสาหร่ายทะเลดึกดำบรรพ์ แมงดาทะเลดึกดำบรรพ์ หอยทะเลดึกดำบรรพ์ ปลาหมึกทะเลดึกดำบรรพ์ จึงไม่แปลกที่องค์การยูเนสโก จะประกาศให้เป็นอุทยานธรณีของโลก ผู้ที่สนใจสามารถชมของจริงได้ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ น่าเสียดายที่เปิดเฉพาะวันธรรมดา จันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-16.30 น. เท่านั้น

 

 

เที่ยวถ้ำเลสเตโกดอน ต้องติดต่อล่วงหน้า

 

DSC_7257 copy

  • การเข้าชมถ้ำเลสเตโกดอน ต้องติดต่อล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน เพราะจะเปิดให้เข้าชมเพียงวันละ 1 รอบเท่านั้น

 

เพื่อให้การเดินทางมาชม “อุทยานธรณีสตูล” สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เราต้องมาที่ “ถ้ำเลสเตโกดอน” (อ่านว่า ถ้ำ-เล-สะ-เต-โก-ดอน) ซึ่งอยู่ในหมู่บ้านคีรีวง ต. ทุ่งหว้า อ. ทุ่งหว้า จ. สตูล ติดกับถนนหมายเลข 416

 

การเข้าชมต้องล่องเรือแคนูเข้าไป และต้องติดต่อกับทาง อบต. ทุ่งหว้า โทร 09-1034-5989 ก่อนอย่างน้อย 1 วัน ไม่ใช่ใครมาก็เที่ยวได้ทันที เพราะเข้าชมได้เพียงวันละ 1 รอบเท่านั้น ดังนั้นก่อนเดินทาง ควรโทรสอบถามเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจเชคระดับน้ำ และแจ้งจำนวนนักผจญภัยให้เรียบร้อยเสียก่อน

 

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

  • ต้องสวมหมวกกันกระแทก และเสื้อชูชีพทุกครั้ง

 

DSC_7297 copy

  • คนพายเรือเป็นทั้งฝีพายและไกด์

 

3 copy

  • ภายในถ้ำมีความสวยงาม ถ้าจะให้ดีควรนำไฟฉายพกติดตัวไปด้วย

 

การล่องเรือแบ่งเป็น 3 ช่วง ช่วงแรก นั่งเรือแคนูเข้าชมความงดงามภายในถ้ำ ระยะทาง 4 กม. ใช้เวลาประมาณ 2 ชม. เรือแคนู 1 ลำ บรรทุกได้สูงสุด 3 คน คือ นักท่องเที่ยว 2 คน และอีก 1 คนเป็นทั้งฝีพาย และไกด์ คอยให้ข้อมูลต่างๆ กฎเหล็กของที่นี่ คือ นักท่องเที่ยวทุกคนต้องสวมเสื้อชูชีพ และหมวกกันกระแทกทุกครั้ง รวมถึงห้ามจับหินงอกหินย้อยภายในถ้ำเด็ดขาด ใครมีไฟฉายให้พกติดตัวไปได้ เพราะในถ้ำมืดสนิท

 

DSC_7487 copy

  • การนั่งเรือลอดปากช้าง คือ อีกหนึ่งไฮไลท์ของที่นี่

 

หลังออกจากปากถ้ำ จะเป็นการนั่งเรือแคนู สัมผัสธรรมชาติของป่าโกงกางแทน และระยะสุดท้ายจะนั่งเรือหางยาวชมระบบนิเวศป่าชายเลน จากแม่น้ำถึงปากทะเลอันดามัน

 

 

ล่องเรือเข้าถ้ำ ชมหินงาม และซากฟอสซิล

ในที่สุดก็ถึงเวลาล่องเรือ หลังจากฟังบรรยายจากหัวหน้านำเที่ยวเสร็จ ทำให้รู้ว่าวันนี้มีนักท่องเที่ยวมากถึง 44 คน เพราะเป็นช่วงที่ระดับน้ำดีที่สุดของเดือน

 

จากปากถ้ำ เราล่องเรือแคนูเข้าไปสู่ความมืด ภายในถ้ำอากาศโปร่งสบาย ไม่อึดอัด เสมือนมีท่ออากาศอยู่ตลอดทาง สายน้ำไหลพาเราเข้าไปเรื่อยๆ ไม่นานนักก็เริ่มเห็นหินงอกหินย้อยตามเพดาน และผนังถ้ำ ทั้งขนาดเล็กและใหญ่ บ้าง ลักษณะคล้ายปลีกล้วยห้อยย้อยลงมาจากเพดาน มีสีออกเหลืองแดงเนื่องจากมีแร่เหล็กผสมอยู่ เมื่อฉายไฟเข้าใส่ จะเห็นเป็นประกายระยิบระยับเหมือนโรยด้วยกากเพชร นั่นเป็นเพราะมีส่วนผสมของแร่แคลไซท์

 

DSC_7392 copy

  • หินย้อยที่ลดหลั่นเป็นชั้นๆ คล้ายม่านน้ำตก

 

บ้างเป็นหินย้อยหลอดที่ห้อยเป็นแท่งเล็กแหลมลงมาจากเพดานถ้ำ ดูงดงามแปลกตา บ้างลดหลั่นเป็นชั้นๆ คล้ายขั้นบันได และบ้างก็เป็นก้อนหินขนาดใหญ่ที่ยังคงมีน้ำไหลลงมาเป็นม่านน้ำตกแสดงถึงความเป็น “หินเป็น” หรือหินที่ยังมีชีวิตสามารถงอกหรือย้อยเพิ่มได้ โดยหินงอกหินย้อยที่เราเห็นนี้ เป็นหินยุคโครินเธียนส์ (CORINTHIANS) ตอนปลาย อายุประมาณ 400 ล้านปี เก่าแก่เป็นอันดับที่ 2 รองจากกลุ่มหิน ตะรุเตา ซึ่งเป็นชั้นหินเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย

 

DSC_7555 copy

  • ซากหอยดึกดำบรรพ์ที่วิวัฒนาการต่อจากนอทิลอยด์

 

เราเพลิดเพลินอยู่สักพักก็มาถึงช่วงกลางถ้ำ ซึ่งเป็นจุดที่พบซากฟอสซิลจำนวนมาก ซึ่งนอกจากฟอสซิลฟันกรามของช้างสเตโกดอน แล้ว ยังพบฟอสซิลฟันกรามของช้างเอเลฟาส ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของช้างเอเชีย และคาดว่ามีอายุใกล้เคียงกับช้างสเตโกดอน นอกจากนั้นก็ยังพบฟอสซิล แรดชวา กระซู่ เต่า หอย หมึก รวมไปถึงขวานหินของมนุษย์โบราณ รวมแล้ว กว่า 300 ชิ้น โดยเชื่อกันว่า น้ำจากภูเขาได้พัดพาซากฟอสซิลเหล่านี้เข้ามาในถ้ำ

 

DSC_7552 copy

  • ถ้าเห็นปากทางรูปหัวใจ แสดงว่าถึงทางออกแล้ว

 

DSC_7394 copy

  • หินรูปเต่า เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องใช้จินตนาการ

 

DSC_7531 copy

  • ใกล้ๆ ปากทางออกเริ่มพบเห็นสิ่งมีชีวิต เช่น ปูถ้ำ

 

ขณะต่อมจินตนาการกำลังประมวลผลหินรูปทรงต่างๆ ทั้งเต่า ไดโนเสาร์ พระแม่มารี หัวใจช้าง ปอดช้าง เรือแคนูก็พามาถึงทางออกปากถ้ำรูปหัวใจ จุดนี้คุณจะได้เห็นหอยดึกดำบรรพ์นอทิลอยด์ และหมึกดึกดำบรรพ์ด้วย

 

DSC_7575 copy

  • ป่าโกงกางภายนอกถ้ำเลสเตโกดอน

 

DSC_7596 copy

  • ล่องเรือหางยาวสู่ปากทะเลอันดามัน

 

จากตรงนี้เราต้องยกเรือข้ามโขดหิน เนื่องจากมีผนังถ้ำขวางไว้ และเปลี่ยนไปสัมผัสธรรมชาติของป่าโกงกางภายนอกถ้ำแทน เราเพลิดเพลินกับต้นโกงกางของป่าชายเลนประมาณ 10 นาที ก็ต้องเปลี่ยนจากเรือแคนู เป็นเรือหางแทน เพื่อชมระบบนิเวศของป่า ชายเลนจากคลองวังกล้วยสู่ทะเลที่ท่าเรือท่าอ้อย เป็นอันเสร็จทริพนี้ และนั่งรถสองแถวกลับไปที่เดิม

 

 

แผนที่

map copy

 

 

ที่กิน + ที่นอน

 

food copy

 

มาถึงท่าเรือปากบารา อ. ละงู ต้องกินอาหารทะเลสดๆ “ริมเล ปากบารา” ร้านอาหารชื่อดัง มีบรรยากาศดี อยู่ติดชายหาดละงู ทะเลอันดามัน ผมสั่งกุ้งซอสมะขาม ปูนิ่มทอดกระเทียม แกงส้มปลากระพง และผักเหลียงผัดไข่ อาหารทะเลที่นี่สดมาก และคัดเฉพาะตัวใหญ่ๆ เท่านั้น รสชาติเน้นหวานนำทุกเมนู ใครที่ชอบรสหวาน มาร้านนี้ไม่ผิดหวังครับ

 

bed copy

 

ใครมาเที่ยวสตูล แนะนำให้ลองมาพักใน อ. ละงู เพราะอยู่กึ่งกลางของจังหวัด สามารถไปอำเภออื่นได้ไม่ไกลนัก และมีความเจริญใกล้เคียงกับตัวจังหวัด ที่สำคัญอยู่ติดทะเลอันดามัน และมีที่พักให้เลือกมากมาย ผมเลือกพักที่ “ซีไซด์ โฮม รีสอร์ท” ซึ่งอยู่ใกล้ทะเล และมีที่จอดรถกว้างขวาง ห้องพักมีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม ในราคาเริ่มต้นเพียง 800 บาท/คืน เท่านั้น ที่สำคัญอยู่ใกล้กับอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา สามารถเดินไปชมพระอาทิตย์ตกได้

 

 

ขอขอบคุณ

 

thanks copy

 

บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่เอื้อเฟื้อพาหนะในการเดินทาง



------------------------------
เรื่องโดย : วิธวินท์ ไตรพิศ
ภาพโดย : สายชล อรรถาเวช
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2561
คอลัมน์ : ชีวิตอิสระ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/1PwAy
อัพเดทล่าสุด
10 Nov 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
524,000
2.
599,000
3.
3,599,000
5.
2,090,000
6.
2,229,000
7.
779,000
8.
3,590,000
10.
1,316,000
11.
1,749,000
12.
1,699,000
14.
3,299,000
15.
5,399,000
16.
6,799,000
17.
3,249,000
18.
4,980,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th