บทความ

RANGE ROVER P400E เอสยูวี ขับทุกล้อไฮบริด…ชนิดต้องมีการเสียบ


ผลงานใหม่อีกชิ้นหนึ่งของค่าย แจกวาร์ แลนด์ โรเวอร์ (JAGUAR LAND ROVER) ที่นำเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟังในเดือนนี้ เป็น MID-SIZE LUXURY CROSSOVER SUV หรือรถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์ ระดับหรูขนาดกลาง เรนจ์ โรเวอร์ พี 400 อี (RANGE ROVER P400E) ที่เพิ่งเริ่มออกโชว์รูมในเมืองผู้ดีก่อนวันเปลี่ยนศักราชไม่กี่วัน รถรุ่นนี้หากเรียกชื่อกันอย่างเต็มยศก็จะยืดยาวและดูรุงรังไปหน่อย คือ ต้องเรียกว่า แลนด์ โรเวอร์ เรนจ์ โรเวอร์ พี 400 อี (LAND ROVER LAND ROVER P400E) ผู้คนในเมืองผู้ดีจึงนิยมเรียกกันอย่างสั้นๆ และสะดวกปากกว่า คือ ตัดชื่อยี่ห้อ แลนด์ โรเวอร์ ออกหมด

ยอดผู้ผลิตรถ เอสยูวี ของเมืองผู้ดีซึ่งปัจจุบันรวมกิจการเป็นบริษัทเดียวกันกับค่าย “แมวป่า” และมีเจ้าของนั่งเคี้ยวโรตีอยู่ในชมพูทวีป เริ่มนำรถติดป้ายชื่อ เรนจ์ โรเวอร์ (RANGE ROVER) ออกสู่ตลาดเมื่อปี 1970 เป็นรถ เอสยูวี ขนาดใหญ่ซึ่งติดตั้งประตูข้างเพียง 2 บาน ผู้คนต้องเฝ้ารอคอยอย่างยาวนานจนถึงปี 1981 นั่นแหละจึงมีโอกาสสัมผัสรถชื่อเดียวกันนี้ที่ติดตั้งประตูข้าง 4 บาน ความสำเร็จของรถรุ่นแรกที่อยู่ในสายการผลิตยาวนานกว่า 2 ทศวรรษ นำมาซึ่งรถรุ่นที่ 2 ในปี 1994 รุ่นที่ 3 ในปี 2001 และรุ่นที่ 4 ในปี 2012

 

ส่วนรถรุ่นที่จำหน่ายอยู่ในขณะนี้ไม่ใช่รุ่นที่ 5 แต่เป็นรถรุ่นที่ 4 ที่เพิ่งผ่านการปรับปรุงแบบ FACELIFT หรือ “ยกหน้า” เพิ่งอวดตัวต่อสายตาสาธารณชนเป็นครั้งแรกเมื่อกลางเดือนตุลาคมของปีระกาไม่กล้าขัน และเริ่มการจำหน่ายในเมืองผู้ดีไปเรียบร้อยแล้ว ผลลัพธ์ของการปรับปรุงแบบ “ยกหน้า” ที่กล่าวนี้ จะมองแทบไม่เห็นเลยหากมองเพียงตัวถังภายนอก เพราะส่วนใหญ่ของความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับชิ้นส่วนภายในห้องโดยสารและเครื่องยนต์กลไก ซึ่งมองไม่เห็นจากภายนอก

 

หลังการปรับปรุงครั้งนี้ เรนจ์ โรเวอร์ ซึ่งเป็นรถขับเคลื่อนทุกล้อ มีระบบขับให้คนรักรถ เอสยูวี กระเป๋าโตเลือกใช้รวม 3 แบบ คือ ระบบขับด้วยพลังของเครื่องยนต์เบนซินซึ่งมีให้เลือกถึง 4 ขนาด คือ เครื่องซูเพอร์ชาร์จฉีดตรง DOHC วี 6 สูบ 2,995 ซีซี 250 กิโลวัตต์/340 แรงม้า และ 280 กิโลวัตต์/380 แรงม้า กับเครื่องซูเพอร์ชาร์จฉีดตรง DOHC วี 8 สูบ 4,999 ซีซี 386 กิโลวัตต์/525 แรงม้า และ 416 กิโลวัตต์/565 แรงม้า ระบบขับด้วยพลังของเครื่องยนต์ดีเซลซึ่งมีให้เลือก 2 ขนาด คือ เครื่องเทอร์โบฉีดตรง DOHC วี 6 สูบ 2,993 ซีซี 190 กิโลวัตต์/258 แรงม้า กับเครื่องเทอร์โบฉีดตรง DOHC วี 8 สูบ 4,367 ซีซี 250 กิโลวัตต์/339 แรงม้า และระบบขับไฮบริดชนิดต้องมีการเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟอย่างที่เรียกกันภาษาอังกฤษว่า PLUG-IN HYBRID

 

ระบบขับไฮบริดที่ว่านี้ติดตั้งในรถโมเดลเดียว คือ เรนจ์ โรเวอร์ พี 400 อี (RANGE ROVER P400E) เป็นระบบที่ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบเบนซินฉีดตรง DOHC 4 สูบเรียง 1,997 ซีซี 221 กิโลวัตต์/300 แรงม้า ทำงานร่วมกันกับมอเตอร์ไฟฟ้า 85 กิโลวัตต์/116 แรงม้า และแบทเตอรีลิเธียม-ไอออน (LITHIUM-ION) ขนาด 13.1 กิโลวัตต์ (ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 45 นาที เมื่อชาร์จไฟด้วยไฟบ้าน 32 แอมพ์) ได้กำลังสุทธิสูงสุด 297 กิโลวัตต์/404 แรงม้า ส่วนระบบเกียร์เพื่อส่งกำลังสู่ล้อคู่หน้า และคู่หลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ZF

 

เช่นเดียวกันกับรถโมเดลอื่นๆ รถไฮบริดโมเดลนี้มีตัวถังให้เลือก 2 แบบ คือ ตัวถังฐานล้อมาตรฐาน (STANDARD WHEELBASE) ซึ่งยาว 5.000 ม. กว้าง 2.073 ม. (รวมกระจกมองข้างขณะพับ) สูง 1.869 ม. มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ 0.34 และแบ่งการตกแต่ง/ติดอุปกรณ์เป็น 3 ระดับ กำกับด้วยรหัส VOQUE-VOQUE SE-AUTO BIOGRAPHY กับตัวถังฐานล้อยาว (LONG WHEELBASE) ซึ่งยาว 5.200 ม.กว้าง 2.073 ม. สูง 1.868 ม. มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ 0.34 และมีการตกแต่ง/ติดอุปกรณ์ให้เลือกเพียง 2 ระดับ กำกับด้วยรหัส AUTOBIOGRAPHY-SV AUTOBIOGRAPHY

 

ตามตัวเลขของผู้ผลิต รถตัวถังฐานล้อมาตรฐานซึ่งค่าตัวรวมภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 20 เริ่มต้นที่ระดับ 86,965 ปอนด์ หรือประมาณ 3.91 ล้านบาทไทย อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 6.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 220 กม./ชม. มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 2.8 ลิตร/100 กม. หรือ 35.7 กม./ลิตร ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ 64 กรัม/กม. และวิ่งด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ ได้ไกล 51 กม. ส่วนตัวถังฐานล้อยาวซึ่งค่าตัวรวมภาษีเริ่มต้นที่ 113,065 ปอนด์ หรือประมาณ 5.09 ล้านบาทไทย อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพิ่มขึ้นนิดหนึ่งเป็น 6.9 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดทำได้เท่ากัน

 

 

RANGE ROVER P400E

  • เอสยูวี ขับทุกล้อด้วยระบบไฮบริดชนิดต้องมีการเสียบปลั๊ก
  • ตัวถังมีให้เลือก 2 แบบ ยาว 5.000 และ 5.200 ม.
  • เครื่องเบนซิน+มอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุด 404 แรงม้า
  • อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 2.8 ลิตร/100 กม.
  • ราคารวมภาษีในอังกฤษ เริ่มต้นที่ระดับ 86,965 ปอนด์


------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2561
คอลัมน์ : ระเบียงรถใหม่
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/eqrjY
อัพเดทล่าสุด
25 Jul 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
1,749,000
2.
1,699,000
4.
3,299,000
5.
5,399,000
6.
6,799,000
7.
3,249,000
9.
53,500,000
11.
3,600,000
12.
4,539,000
13.
13,339,000
14.
2,999,000
15.
1,749,000
16.
1,800,000
18.
499,000
19.
979,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th