บทความ

ต้องเติมน้ำหล่อเย็นในหม้อน้ำเท่านั้น…จริงไหม ?


เขาว่า… : ในหม้อน้ำต้องเติมน้ำหล่อเย็นเท่านั้น ใช้น้ำเปล่าไม่ได้…จริงไหม ?

 

จริง : เพราะน้ำเปล่ามีจุดเดือดต่ำกว่าน้ำยาหล่อเย็น จึงระบายความร้อนขณะเครื่องยนต์ร้อนจัดได้ไม่ดีพอ มีโอกาสโอเวอร์ฮีทสูงกว่า

 

เครื่องยนต์ยิ่งร้อน น้ำก็ยิ่งเดือดมากขึ้น หากไม่ดับเครื่องยนต์ก็จะชำรุดในเวลาไม่กี่นาที ดังนั้น จึงต้องหาสารมาผสมกับน้ำ เพื่อเพิ่มจุดเดือดของน้ำ ซึ่งก็คือ เอธิลีน กไลคอล (ETHYLENE GLYCOL) หรือสารหล่อเย็นที่เรารู้จักกันดี เพราะระบายความร้อนได้ดีกว่า และมีจุดเยือกแข็งที่ต่ำ

 

เรารู้กันดีว่า หลักการทำงานของเครื่องยนต์ คือ ดูด อัด ระเบิด และคาย เพื่อแปรเปลี่ยนพลังงานความร้อนเป็นพลังงานกล และต้องอาศัยของเหลวมาสัมผัสผิวโลหะด้านนอกห้องเผาไหม้ เพื่อรับความร้อน และ “นำไปทิ้ง” นอกเครื่องยนต์ ของเหลวที่ว่านี้ ต้องไม่ระเหยง่าย ไม่เป็นสารพิษ ไม่กัดกร่อน และหาได้ง่าย แน่นอนว่าคุณสมบัติเหล่านี้หาได้ใน “น้ำสะอาด” ไม่ต้องถึงกับบริสุทธิ์ แค่น้ำประปาก็พอ แต่มันยังดีไม่พอ ถ้าต้องมาใช้กับหม้อน้ำครับ

 

ในสมัยก่อนเครื่องยนต์ให้กำลังไม่สูงนัก ความร้อนที่ “คาย” ออกมาจึงไม่มาก แต่ปัจจุบันเครื่องยนต์มีกำลังเพิ่มมากขึ้น ถ้าเทียบกับความจุที่เท่ากัน สมมติว่าต้องขับรถขึ้นภูเขาสูง เครื่องยนต์ก็ต้องใช้กำลังสูงเพื่อสู้กับความชัน ขณะเดียวกันยิ่งสูงความดันบรรยากาศยิ่งลดลง (จุดเดือดของน้ำลดลง) บวกกับความร้อนที่เครื่องยนต์คายออกมาก็เพิ่มขึ้น ทำให้น้ำเดือดเร็ว สถานการณ์แบบนี้ถือว่าแย่ที่สุด เพราะไอน้ำในสถานะแกส เป็นตัวนำความร้อนที่แย่มาก เครื่องยนต์ยิ่งร้อน น้ำก็ยิ่งเดือดมากขึ้น หากไม่ดับเครื่องยนต์ก็จะชำรุดในเวลาไม่กี่นาที ดังนั้น จึงต้องหาสารมาผสมกับน้ำ เพื่อเพิ่มจุดเดือดของน้ำ (น้ำเดือดในอุณหภูมิที่สูงกว่าปกติ) ซึ่งก็คือ เอธิลีน กไลคอล (ETHYLENE GLYCOL) หรือสารหล่อเย็นที่เรารู้จักกันดี เพราะระบายความร้อนได้ดีกว่า และมีจุดเยือกแข็งที่ต่ำ

 

ถ้ามีใครมาบอกว่า ไม่ต้องใส่เอธิลีน กไลคอล ให้เปลืองเงินหรอก แค่น้ำเปล่าก็พอแล้ว อย่าไปเชื่อครับ ! แม้ไม่ได้ให้มันทำหน้าที่ป้องกันน้ำแข็งตัว (ในเมืองหนาว) หรือยกระดับจุดเดือด (ในเมืองร้อน) ก็ต้องผสมเอธิลีน กไลคอล ไว้เสมอครับ เพราะมีสารต้านการเกิดสนิม และการกัดกร่อน ผสมอยู่ด้วย นอกจากนี้ ยังมีสารช่วยหล่อลื่นผิวที่เสียดสีกันในปั๊มน้ำของเครื่องยนต์ ช่วยให้อายุการใช้งานยืนยาวขึ้น

 

ทุกครั้งที่ซ่อมระบบหล่อเย็น หรือมีการรั่วของน้ำหล่อเย็น ต้องเติมน้ำยาหล่อเย็น (เอธิลีน กไลคอล) ให้ได้ความเข้มเหมาะสมไว้เสมอ อายุใช้งานของน้ำยาหล่อเย็นไม่ควรเกิน 3 ปี ถ้าจะให้ดีเจาะจงให้ศูนย์บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำยาหล่อเย็นใหม่ทุกๆ 2 ปีจะดีที่สุดครับ



------------------------------
เรื่องโดย : วิธวินท์ ไตรพิศ
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤษภาคม ปี 2561
คอลัมน์ : เขาว่าอย่างนั้นจริงไหม ?
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/qn18c
อัพเดทล่าสุด
18 Nov 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
3.
524,000
4.
599,000
5.
3,599,000
7.
2,090,000
8.
2,229,000
9.
779,000
10.
3,590,000
12.
1,316,000
13.
1,749,000
15.
3,299,000
16.
5,399,000
17.
6,799,000
18.
3,249,000
19.
4,980,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th