บทความ

THAI AUTOMOTIVE DESIGNERS MEET THE MASTERS LAST EPISODE บทต่อไปของตำนานกระทิงดุ


ในบทสุดท้ายนี้ เป็นเรื่องราวของนักออกแบบหนุ่มใหญ่ชาวเยอรมันตะวันออกนามว่า “มิทจา โบร์เคิร์ท” (MITJA BORKERT) ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้มากุมบังเหียนการออกแบบบแรนด์กระทิงดุ ลัมโบร์กินี แห่งเมืองโบโลนญา ต่อจาก ฟิลิปโป เปรินี (FILIPPO PERINI) ผู้ที่เคยมาถ่ายทอดประสบการณ์ดีๆ เกี่ยวกับรถยนต์ ลัมโบร์กินี ให้พวกเราในปี 2015

477051 copy

  • ลัมโบร์กินี เซนเตนารีโอ ผลิตขึ้นเป็นพิเศษจำนวนจำกัด

 

ในปีที่ผ่านมา (2016) ฟิลิปโป เปรินี ได้รับการแต่งตั้งจาก โฟล์คสวาเกน กรุพ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ ลัมโบร์กินี ให้ดูแลสำนักออกแบบอิตัลดีไซจ์น ที่ได้รับโอนกรรมสิทธิ์มาจากครอบครัว จูจาโร (GIUGIARO) ตั้งแต่ปี 2010 โดยงานหลักของ เปรินี คือ รับผิดชอบการออกแบบ ลัมโบร์กินี ในรุ่นพิเศษ ที่ผลิตจำนวนจำกัด โดยใช้องค์ความรู้ และเทคนิคจากสำนักออกแบบอิตัลดีไซจ์น

 

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

 

มิทจา โบร์เคิร์ท อายุ 43 ปี เกิดที่เมืองเบร์ลิน ในฝั่งของประเทศเยอรมนีตะวันออก ตั้งแต่ยังเป็นเขตปกครองของสหภาพโซเวียต โบร์เคิร์ท หลงใหลในด้านวิศวกรรมยานยนต์และงานออกแบบ เมื่อสหภาพโซเวียตล่มสลาย และกำแพงเบร์ลินถูกทุบทำลาย โบร์เคิร์ท ก็ไม่รอช้าที่จะทำตามความฝันของตัวเอง และฝันนั้นก็เป็นจริง เมื่อเข้าร่วมงานกับ โพร์เช ในปี 1999 และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าทีมออกแบบภายนอกของรถยนต์ โพร์เช และในปี 2014 ผลงานที่โดดเด่น และชัดเจน ของโบร์เคิร์ท คือ รุ่น มากัน/คาเยนน์ และ 987 บอกซ์สเตอร์ รวมถึงรถแนวคิด พานาเมรา สปอร์ท ตูริสโม และ มิสชัน อี

 

Mission E copy

  • โพร์เช มิสชัน อี หนึ่งผลงานที่โดดเด่นและชัดเจนของ มิทจา โบร์เคิร์ท

 

การได้รับแต่งตั้งจาก โฟล์คสวาเกน กรุพ ให้มาดูแลงานออกแบบรถยนต์ ลัมโบร์กินี ต่อจาก ฟิลิปโป เปรินี คือ ความท้าทายในระดับสูง เพราะผลงานที่ โบร์เคิร์ท สร้างไว้นั้น และยิ่งใหญ่ไม่น้อย เช่น รุ่น อเวนตาโดร์ และ อูรากัน

 

การบรรยายในวันนั้น เริ่มต้นด้วยสิ่งที่เรียกว่า “เกณฑ์ในการออกแบบ ลัมโบร์กินี” ซึ่งเท้าความไปถึง “ดีเอนเอ” ของ “ลัมโบร์กินี” และรถยนต์ ลัมโบร์กินี แตกต่างจากบแรนด์อื่นอย่างไร ? โดยสามารถอ้างอิงได้จากจุดกำเนิดของบแรนด์ จากคำพูดของ “แฟร์รุชโช ลัมโบร์กินี” (FERRUCCIO LAMBORGHINI) ผู้ก่อตั้งบแรนด์ว่า “ฉันต้องการรถที่ทำขึ้นมาเพื่อฉัน มันเป็นสิ่งที่ฉันฝันมาตลอด และจะต้องเป็นสิ่งที่ฝันถึงตลอดไป” (I WANTED THIS CAR JUST FOR ME, IT WAS ALWAYS A DREAM AND MUST REMAIN A DREAM) นั่นคือ ลัมโบร์กินี จะต้องเป็นรถในฝันทุกคัน ดังที่มีคนเคยพูดว่า “ถ้าคุณต้องการเป็นใครสักคนในวงสังคม คุณต้องมี แฟร์รารี แต่ถ้าคุณเป็นใครสักคนเรียบร้อยแล้ว คุณต้องซื้อ ลัมโบร์กินี”

 

231107lam copy

  • คงไม่มีใครปฏิเสธว่า รูปลักษณ์ของ ลัมโบร์กินี แต่ละรุ่นสะท้านหัวใจกว่ารถใดๆ

 

อาจจะมีคนไม่เห็นด้วยกับวลีดังกล่าว เพราะ ลัมโบร์กินี ไม่มีเชื้อสายด้านการแข่งขันยาวนานเหมือนกับ แฟร์รารี แต่คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า รูปลักษณ์ของ ลัมโบร์กินี แต่ละรุ่นนั้นช่างสะท้านหัวใจกว่ารถใดๆ

 

chiuso tetto 003

  • เส้นสายเฉียบคม ชัดเจน ไม่เว้นแม้กระทั่งฝาครอบเครื่องยนต์

 

สิ่งที่ทำให้ ลัมโบร์กินี เป็นเช่นนั้นก็เพราะ คุณลักษณ์ 3 ประการ ของบแรนด์ ได้แก่ “วิสัยทัศน์”/ “ความเรียบง่าย” และ “ความล้ำหน้า” 3 ประการนี้นำไปสู่คุณลักษณ์งานออกแบบ 6 ประการ คือ “ความโดดเด่นเป็นที่จดจำ”/“ความเฉียบคม”/“การแสดงออกถึงการทำงานของเครื่องยนต์กลไก”/“ความสุดขั้ว”/“เกินความคาดหมาย” และ “ไม่ประนีประนอม”

 

ทั้งหมดนั้นนำมาซึ่งขั้นตอนการออกแบบ ลัมโบร์กินี ซึ่งเริ่มต้นที่ “สัดส่วน”/“เส้นสาย” และ “รายละเอียด” ที่สะท้อนตัวตน เช่น การเป็นรถที่กว้าง และเตี้ย ซึ่งแตกต่างจากรถคันอื่นบนท้องถนน รวมไปถึงการออกแบบให้ด้านหน้ารถ หักมุมเป็นปลายแหลมที่ให้ความรู้สึกถึงการแหวกอากาศ รวมไปถึงการมีเส้นสายรายละเอียดการออกแบบที่กล้าหาญ ท้าทาย ไม่เดินตามใคร และท้ายที่สุด คือ ต้องดูออกว่า นี่คือ ลัมโบร์กินี

 

Lamborghini-Egoista_Concept-2013-1600-08 copy

  • การออกแบบห้องโดยสารได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องบินขับไล่

 

แนวความคิดนี้ยังต้องส่งไปถึงการออกแบบภายใน โดยห้องโดยสารของ ลัมโบร์กินี ได้นำความรู้สึกเร้าใจจากการควบคุมเครื่องบินขับไล่ (JET FIGHTER) มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ ถึงจุดนี้ต้องยอมรับว่า “ลัมโบร์กินี” สามารถทำได้อย่างที่วางแนวคิดไว้ทุกประการ รถยนต์ของพวกเขาตราตรึงอยู่ในส่วนลึกของจิตใจคนรักรถทุกคน และเป็นรถในฝันอย่างไม่มีใครโต้แย้งได้

 

แต่สิ่งที่ท้าทายก็คือ การเปลี่ยนแปลงไปสู่ยุคต่อไปของซูเพอร์คาร์นั้นจะเป็นเช่นไร ? จากพัฒนาการมาถึงของ “ระบบขับเคลื่อนไร้คนขับ” (AUTONOMOUS DRIVING)/“เมืองอนาคต” (MEGACITY)/“โลกดิจิทอล” (DIGITALIZATION)/“เครื่องพิมพ์ 3 มิติ” (3D PRINTING) และ “โลกของการเชื่อมต่อ” (CONNECTIVITY)

 

พวกเขาเชื่อว่า แม้ว่าโลกและทัศนคติในการใช้รถยนต์อาจจะเปลี่ยนไปในอนาคต เช่น คนจะเป็นเจ้าของรถยนต์น้อยลง แต่หันมาใช้บริการรถยนต์สาธารณะ ประเภทแบ่งปันการขับ (CAR SHARING) และการเดินทางสะดวกสบายจากรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ หรือเมืองที่ไม่เอื้ออำนวยกับการขับรถยนต์อีกต่อไป แต่คนเราก็ยังคงมองหาประสบการณ์ที่พิเศษเฉพาะตัว และหลงใหลในความสนุกเร้าใจของความเร็วจากการขับขี่ด้วยตัวเองอยู่ ซึ่งไม่ต่างไปจากการที่เราใช้ประโยชน์จากความสามารถนานัปการของสมาร์ทวอทช์ในวันปกติ แต่ในโอกาสพิเศษ การหยิบเอานาฬิกากลไกที่ผลิตอย่างประณีตมาใส่บนข้อมือ ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกอะไรเลย

 

แม้ในช่วงหลังเราจะได้เห็นการเกิดของบแรนด์รถไฟฟ้า ที่เปิดตัวด้วยรถไฟฟ้าสมรรถนะสูงอย่างต่อเนื่อง แต่สำหรับ ลัมโบร์กินี แล้วการขายประสบการณ์ความเร็วในรูปแบบดั้งเดิม ซึ่งมาพร้อมพลังเสียงที่ดุดัน เน้นความเร็วในรูปแบบไร้เสียง เหมือนเราดูโทรทัศน์แล้วไม่เปิดเสียง ซึ่งยังคงเป็นสิ่งที่คนยังนึกไม่ออกว่า อรรถรสของเสียงที่หายไปนั้น จะทดแทนอย่างไร แต่ที่แน่ๆ รถไฟฟ้า คือ อนาคตอย่างแน่นอน เพราะมีข้อได้เปรียบมากมาย และใช้ชิ้นส่วนน้อยลง

 

แต่ในข้อได้เปรียบนั้นยังนำมาซึ่งความ “ท้าทาย” หลายประการ เช่น ตำแหน่งการวางแบทเตอรี ดังที่รู้กันว่ารถไฟฟ้ายุคใหม่ มักนิยมวางแบทเตอรีไว้ให้ต่ำที่สุด เช่น ใต้พื้นรถ เพื่อให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ แต่ถ้าทำเช่นนั้น รถก็จะไม่แบนราบสวยงาม อย่างที่เราคุ้นเคยอีกต่อไป

 

อีกแนวคิดหนึ่งที่จะส่งผลกระทบอย่างมากก็คือ เทคนิคการผลิตด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ เพราะเทคโนโลยีนี้ พวกเขาสามารถสร้างรูปทรงที่ยาก และมีต้นทุนสูงได้ง่ายขึ้น รวมไปถึงสามารถสร้างรถที่มีรูปแบบเฉพาะตัว และเป็นเอกลักษณ์ให้แก่ลูกค้าแต่ละคนได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

 

ในส่วนเทคโนโลยีดิจิทอลนั้น โบร์เคิร์ท นำเสนอไอเดียที่ได้แรงบันดาลใจจากการแข่งรถในเกมส์คอมพิวเตอร์ที่ดูน่าสนุก เช่น การนำเอาเทคโนโลยีภาพซ้อนเสมือน หรือ AR (AUGMENTED REALITY) ที่สามารถฉายภาพซ้อนของ “ครูฝึก” อย่าง วาเลนตีโน บัลโบนี (VALENTINO BALBONI) นักขับรถทดสอบผู้เป็นตำนานของ ลัมโบร์กินี ลงบนกระจกหน้ารถให้เราได้ขับตามไลน์ของเขา เพื่อศึกษาเทคนิคการขับในสนามแข่งว่า บัลโบนี สามารถขับรถคันนี้อย่างเต็มประสิทธิภาพได้อย่างไร และยังสามารถสร้างคู่แข่งให้เรานำรถไปวิ่งในสนามแข่งได้อย่างสนุกสนาน แม้ต้องวิ่งคนเดียวก็ตาม

 

นับว่าเป็นเรื่องท้าทายอย่างยิ่งที่ โบร์เคิร์ท ผู้ซึ่งอยู่กับบแรนด์อนุรักษนิยมอย่าง โพร์เช มากว่า 17 ปี จะต้องออกแบบรถยนต์ที่มีรูปลักษณ์ “เขย่าหัวใจ” ให้เต้นในระดับ 8 ได้อย่าง ลัมโบร์กินี จากการฟัง โบร์เคิร์ท บรรยายแล้ว เราเชื่อว่าต่อจากนี้ไป ลัมโบร์กินี จะเร้าใจกว่าเดิมอย่างแน่นอน

 

เป็นอันว่าบทความเกี่ยวกับแนวความคิดของนักออกแบบชาวอิตาเลียน และนักออกแบบนานาชาติ ที่ได้รับรู้จากการเดินทางไปร่วมงาน MEET THE MASTERS OF ITALIAN CAR DESIGN ในเดือนพฤศจิกายน 2015 และงานชื่อ MEET THE MASTERS OF INTERNATIONAL CAR DESIGN ในเดือนพฤศจิกายน 2016 ก็ได้เดินทางมาถึงบทสุดท้ายแล้วในฉบับนี้

 

หวังว่าผู้อ่านคงจะได้รับประโยชน์จากวิธีคิด และมุมมองของนักออกแบบที่มากประสบการณ์เหล่านั้น แม้บางท่านจะไม่มีโอกาสมาพูดคุยกับเราอีกแล้ว เช่น ทอม จาร์ดา (TOM TJAARDA) ผู้ล่วงลับไปแล้ว แต่ผู้เขียนเชื่อว่าบทความทั้งหมดนี้ จะเป็นเหมือนบันทึก ความทรงจำ และความคิดอันมีคุณค่าของท่านให้อยู่กับเราไปตลอดกาล



------------------------------
เรื่องโดย : ภัทรกิติ์ โกมลกิติ
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ธันวาคม ปี 2560
คอลัมน์ : MEET THE MASTER
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/p353Q
อัพเดทล่าสุด
10 Sep 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,090,000
2.
2,229,000
3.
779,000
4.
3,590,000
6.
1,316,000
7.
1,749,000
8.
1,699,000
10.
3,299,000
11.
5,399,000
12.
6,799,000
13.
3,249,000
14.
4,980,000
15.
53,500,000
17.
3,600,000
18.
13,339,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th