บทความ

ส่งท้ายปีระกา


กิรดังได้ยินมา ตทา กาเล…นักประพันธ์เรื่องสั้นชาวฝรั่งเศส กีย์ เดอ โมปาสซองต์ เล่าเรื่องนี้ให้ฟังเมื่อ 133 ปีที่แล้ว ว่ากันอย่างสบายๆ น่าจะถือว่ามันคือเรื่องราวของสร้อยคอเพชร แต่ธีมของเรื่องเป็นอุปมานิทัศน์ระหว่างคำว่า “ปรากฏการณ์” กับ “ความเป็นจริง”

มาดาม แมธิลด์ ลัวเซล เป็นภรรยาเสมียนเล็กๆ คนหนึ่งของกระทรวงศึกษาธิการ เป็นหญิงสาวมีเสน่ห์น่ารัก ดำเนินชีวิตด้วยความสงบเสงี่ยม แต่หาความสุขไม่ได้เพราะคิดว่าเธอเกิดมาผิดที่ ด้วยโชคชะตาเป็นผู้กระทำ เป็น “ERROR OF FATE”

 

ข้อผิดพลาดของโชคชะตาก็คือ ส่งเธอมาเกิดในตระกูลสามัญ ความทุกข์ทรมานที่ยิ่งใหญ่ของเธอ คือ ฝันวันละ 3 เวลาหลังอาหาร ทำไมเธอจึงไม่ไปเกิดในตระกูลมั่งคั่ง เป็นสตรีผู้สูงศักดิ์ มีเงินจับจ่ายใช้สอยฟุ่มเฟือยอย่างเต็มที่

 

ความฝันของเธอ ควรมีห้องพักอันโอ่โถงและกว้างขวาง อาหารค่ำถูกเสิร์ฟบนโต๊ะกลม ปูด้วยผ้าที่ซักรีดทุกๆ 3 วัน เครื่องใช้ทุกชิ้นทำด้วยเงินส่องแสงระยับเมื่อต้องแสงเทียน

 

เธอฝันว่า เธอเป็นสตรีผู้สูงศักดิ์ มีเสน่ห์แพรวพราวและเฉลียวฉลาด เป็นที่หมายปองของผู้ชายดีๆ

 

ในความเป็นจริง มาดามลัวเซล อยู่ห้องโกโรโกโส ผนังห้องสกปรก เก้าอี้ก็ชำรุด ผ้าม่านซีดจนดูน่าเกลียด และเธอไม่มีเสื้อผ้าดีๆ หรือเพชรนิลจินดาแม้แต่ชิ้นเดียว

 

เย็นวันนั้น สามีเอาข่าวดีมาบอก คนทั้งสองได้รับเชิญจากรัฐมนตรีประจำกระทรวงให้ไปร่วมงานอาหารค่ำที่บ้านของท่าน

 

“ข่าวดี” เป็นเพียงความรู้สึกของสามี แต่ตรงข้ามกับ มาดามลัวเซล ผู้ถึงกับร่ำไห้ ชายผู้เป็นสามีตกใจ เมื่อเห็นน้ำตาร่วงจากมุมตาข้างหนึ่งไปยังมุมปาก เขาตะกุกตะกักถามเมีย

 

“เป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น ?”

 

มาดามพยายามควบคุมอาการหงุดหงิด ตอบสามีอย่างสงบ

 

“ไม่มีอะไรหรอกคุณ เพียงแต่ว่าฉันไม่มีเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับงานสำคัญของคุณเท่านั้น ฉันคงไปไม่ได้ เอาบัตรเชิญนี้ไปให้เพื่อนคุณละกัน คนที่เขามีเมียที่ดีกว่าฉันน่ะ มีเสื้อผ้าพอจะออกหน้าออกตาได้”

 

สามีปวดร้าว ถามเมียว่า ราคาเสื้อผ้าที่พอจะออกหน้าออกตาได้มันเท่าไรกัน มาดามลัวเซล ก็คร้านจะตอบ ครุ่นคิดอยู่นานกว่าจะหลุดปากมาว่า สัก 400 ฟรังค์ ก็น่าจะเอาอยู่

 

สามีใจชื้น เงินสด 400 ฟรังค์ มีอยู่แล้ว เป็นเงินที่เขาออมมันด้วยความตั้งใจจะซื้อปืนยาวล่าสัตว์กับเพื่อนในฤดูร้อนที่จะมาถึง

 

ดังนี้ ปัญหาเสื้อผ้าก็หมดไป งานใกล้เข้ามา ก็ไม่ปรากฏว่าภรรยาเสมียนจะมีหน้าตาดีขึ้น กลับอมความทุกข์ แลดูเศร้าและกังวล

 

“ฉันกลุ้มใจ” มาดามบอกสามี “ฉันไม่มีเพชรพลอยเลยสักเม็ดเดียว”

 

สามีเสนอให้เมียใช้ดอกไม้สดเป็นเครื่องประดับแทน แต่มาดามไม่เห็นด้วย อ้างว่าไม่เหมาะสมเมื่อจะต้องร่วมวงกับผู้หญิงรวยๆ มันจะทำให้เธอถูกมอง เป็นผู้หญิงน่าสังเวช

 

สามีก็ปวดหัวเวียนเฮด แต่ที่สุดสมองก็บัญชาบอกภรรยาว่า

 

“โง่อยู่ทำไม ? ไปขอยืมเครื่องเพชรเพื่อนก็ได้ มาดามฟอเรสติเอร์ นั่นไง”

 

ภรรยาหัวเราะออก “จริงของคุณ” มาดามจานน์ ฟอเรสติเอร์ เป็นเพื่อนสนิทสมัยศึกษาอยู่ในโรงเรียนชี แต่ไม่ค่อยได้พบกันเพราะฐานะต่างกัน

 

วันรุ่งขึ้น เธอจึงไปหาเพื่อน และเพื่อนก็ไม่ลังเลใจ ยกหีบเครื่องเพชรในบ้านออกมาให้เพื่อนเลือก

 

“เลือกเอาตามชอบใจเลยเพื่อนรัก”

 

สิ่งที่ได้มาก็คือ สร้อยคอเพชรในกล่องผ้าซาติน มาดามฟอเรสติเอร์ มีแต่ความเต็มใจก่อนจะกลับ มาดามลัวเซล กอดเพื่อนด้วยความรักอย่างซาบซึ้ง รู้สึกภูมิใจจะได้ห้อยสร้อยคอเพชรในวาระสำคัญของชีวิต

 

เมื่อวันงานมาถึง มาดามลัวเซล กลายเป็นผู้หญิงที่สวยสุดของงาน เธอยิ้มแย้ม กิริยาสง่างาม สดชื่นราวกับดอกไม้สดงามสะพรั่ง ผู้ชายทุกคนจ้องมองหล่อน ถามกันถึงชื่อเรียงเสียงไร อยากให้แนะนำตัว แม้แต่รัฐมนตรีที่มาร่วมงานก็ต่างประสงค์จะขอเต้นรำกับเธอ

 

โดยเฉพาะรัฐมนตรีประจำกระทรวงของสามี ให้ความสนใจเธอเป็นพิเศษ

 

มาดามลัวเซล เต้นรำอย่างรื่นเริง ลืมทุกสิ่ง เคลิ้มอยู่กับความสนุกสนาน สราญรมย์กับความงามของตัวเธอเอง ภูมิใจในโชคชะตาแห่งชีวิต

 

เวลาเร็วยิ่งกว่ามีปีกบินได้ สองสามีภรรยาออกจากงานกลับบ้านเมื่อใกล้จะตีสี่ เดินเลียบลำน้ำเซนพักหนึ่งจึงหารถม้าได้ กลับถึงบ้าน สามีก็รีบเข้านอนเพราะมีกำหนดถึงกระทรวงในวันรุ่งขึ้นเวลา 10 นาฬิกา

 

มาดามลัวเซล ยิ้มระรื่นยังไม่หายไปจากใบหน้าของเธอ หมุนตัวเองพลิ้วพลางปลดผ้าคลุมไหล่ออกตรงหน้ากระจกเงา เพื่อขอมองร่างของเธอในชุดราตรี และสร้อยคอเพชรอันเฉิดฉายเป็นครั้งสุดท้าย ทันใดนั้นก็ต้องร้องเสียงลั่น เพราะสร้อยคอเพชรไม่ได้อยู่รอบคอเธอ

 

มาดามปลุกสามี แจ้งข่าวสร้อยคอเพชรหาย สามีแทบไม่เชื่อหูตนเอง ช่วยกันค้นหาตามกลีบเสื้อกระโปรง เสื้อนอก และกระเป๋า แต่ไม่พบ

 

“เธอแน่ใจหรือว่า มันยังอยู่เมื่อเราออกจากบ้านรัฐมนตรี ?”

 

“แน่ใจที่สุด ฉันยังจับมันที่ห้องริมประตูขณะเราเดินออกมาด้วยกัน”

 

สามีออกไปนอกบ้านเพื่อขอไปดูตามพื้นถนนที่เดินกันมาก่อนจะขึ้นรถม้า มาดามลัวเซล นั่งตัวแข็งอยู่บนเก้าอี้ชำรุด ไม่ได้ถอดชุดราตรีออก ความตระหนกทำให้เธอหายง่วง

 

สามีกลับมาประมาณเกือบ 7 นาฬิกา ผลก็คือ ไม่ได้พบสิ่งที่ค้นหา

 

วันรุ่งขึ้น สองสามีภรรยาไปที่ร้านเครื่องเพชร เอากล่องเครื่องเพชรที่มีชื่อร้านพิมพ์กับฝากล่องด้านในไปด้วย เจ้าของร้านเปิดสมุดบัญชีดูแล้วบอกว่า

 

“ไม่ใช่ผมหรอกครับ มาดาม ที่ขายสร้อยคอเส้นนี้ ผมขายกล่องเปล่าไปเท่านั้น”

 

ทั้งสองคนตระเวนไปอีกหลายร้าน จนพบว่าร้านหนึ่งมีสร้อยคอเพชรที่ดูละม้ายคล้ายคลึงกับเส้นที่ทำหาย ราคาปิดไว้ที่ 40,000 ฟรังค์ ต่อราคากันได้อยู่ที่ 36,000 ฟรังค์

 

เสมียนกระทรวง มีเงินอยู่ 18,000 ฟรังค์ เป็นมรดกจากพ่อ ที่เหลือก็ตระเวนยืมเพื่อนๆ และใครต่อใครดะไปหมด คนนั้น 1,000 ฟรังค์ คนนี้ 5,000 ฟรังค์ บางคน 500 ฟรังค์ ทั้งยืม ทั้งกู้ ทั้งเงินกู้ในระบบ และเงินกู้นอกระบบ

 

สามีจำนองเงินเดือนของเขาตลอดชีวิต แต่ความวิตกกังวลต่ออนาคตที่ทายไม่ได้ เขาและเธอจำเป็นต้องหาเงินให้ครบ 36,000 ฟรังค์ เพื่อสร้อยคอเพชร

 

3 วันที่หาเงินจนครบ สามารถซื้อสร้อยเส้นนั้นได้ เสร็จแล้ว มาดามลัวเซล ก็เอาไปคืนเพื่อน เพื่อนก็ไม่ได้เปิดฝากล่องดูข้างใน

 

มาดามลัวเซล กลับบ้านด้วยความรู้สึกต่างๆ นานา สิ่งหนึ่งบอกตัวเองว่า การดำรงชีวิตอยู่ด้วยความยากจนข้นแค้นมาถึงแล้ว เธอจำเป็นต้องปรับชีวิตให้เข้ากับหนี้สินของสามีที่ต้องผ่อนชำระและเสียดอกเบี้ย

 

เธอเลิกจ้างคนรับใช้ ของอะไรในบ้านที่ขายเป็นเงินได้-ขายเกลี้ยง ทำงานบ้านทุกอย่างด้วยตนเอง รวมทั้งงานในครัวที่แสนเกลียด ล้างชามโดยไม่คำนึงถึงผลเสียหายที่จะเกิดกับนิ้วที่มีเล็บสีชมพู ออกแรงขัดหม้อ, กระทะ ซักผ้า รีดผ้า

 

สามีจำเป็นต้องหารายได้เพิ่มในเวลากลางคืน เสนอตัวเป็นผู้ทำบัญชีให้กับพ่อค้าบางราย รับจ้างคัดลอกตำราให้ผู้จ้างด้วยเงินเล็กน้อย แต่มีค่าสูงสุดสำหรับเขา

 

สองสามีภรรยาดำเนินชีวิตเช่นนี้ 10 ปี ชำระหนี้สินขาวสะอาดหมดเกลี้ยง

 

มาดามลัวเซล แก่ลงไปมาก แต่กำยำล่ำสัน ความสะโอดสะองหายไป ผมเผ้าไม่เคยหวี สำเนียงพูดดังลั่นตามประสาแม่บ้านจนๆ ที่ต้องสมบุกสมบันทำงาน

 

วันหนึ่งพบเพื่อนโดยบังเอิญบนถนนชองส์-เซลีเซ จึงบอกความจริงให้ฟังทั้งหมด

 

“สร้อยที่ฉันนำมาคืนเธอ เป็นสร้อยเส้นอื่น แต่มันคล้ายคลึงกับของเธอ ก็เพราะไอ้สร้อยเส้นนี้แหละ สามีกับฉันต้องทนทุกข์นานถึง 10 ปี วันนี้ฉันสบายใจแล้ว”

 

มาดามฟอเรสติเอร์ ตกตะลึงพรึงเพริด จับมือเพื่อนมากุมไว้ด้วยความเห็นใจ แล้วพูดว่า

 

“โธ่เพื่อนเอ๋ย…แม่แมธิลด์ ที่น่าสงสารของฉัน ก็สร้อยเส้นนั้นมันของเก๊แท้ๆ นี่นา ราคาไม่ถึง 500 ฟรังค์ ด้วยซ้ำ !”



------------------------------
เรื่องโดย : ข้าวเปลือก
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน ธันวาคม ปี 2560
คอลัมน์ : ประสาใจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/jufZe
อัพเดทล่าสุด
16 Aug 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,590,000
2.
1,316,000
3.
1,749,000
4.
1,699,000
6.
3,299,000
7.
5,399,000
8.
6,799,000
9.
3,249,000
10.
4,980,000
11.
53,500,000
13.
3,600,000
14.
4,539,000
15.
13,339,000
16.
2,999,000
17.
1,749,000
18.
1,800,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th