บทความ

“มีทั้งบวกและลบ”


เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือนสิงหาคม 2017/2016

ตลาดโดยรวม +6.8 %
รถยนต์นั่ง +5.4 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) -1.0 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) +44.8 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ +11.6 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ +31.5 %
อื่นๆ - 21.6 %

เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือนมกราคม-สิงหาคม 2017/2016

ตลาดโดยรวม +10.2 %
รถยนต์นั่ง +17.7 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) -1.9 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) +23.1 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ +6.7 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ +25.9 %
อื่นๆ +1.6 %

 

คีย์แมนเบอร์ 1 ของค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่สุดของเมืองสยาม บอกถึงทิศทางตลาดรถยนต์ในประเทศเดือนสิงหาคม 2560 ว่าจะเติบโตต่อเนื่องจากมาตรการกระตุ้นการลงทุนอย่างต่อเนื่องจากภาครัฐ ส่งผลในเชิงบวกต่อภาพรวมของการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่สูงขึ้น รวมถึงการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่จากค่ายรถต่างๆ ตลอดจนการจัดงาน BIG MOTOR SALES 2017 ในเดือนสิงหาคม ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการกระตุ้นการเติบโตของตลาดรถยนต์

 

ซึ่งก็เป็นไปตามการคาดการณ์โดยเฉพาะการจัดงานมหกรรมยานยนต์เพื่อขายแห่งชาติ ค่ายรถยนต์ที่เข้าร่วมงานต่างจัดพโรโมชันพิเศษชนิดที่จัดหนักจัดเต็ม ให้กับผู้สนใจจองรถภายในงาน หรือในระยะเวลาการจัดงาน ทำให้มีกระแสเงินสะพัดกว่า 30,000 ล้านบาท ในช่วงเวลาการจัดงาน เป็นปัจจัยบวกที่ทำให้ตัวเลขการจำหน่ายรถยนต์ใหม่ในเดือนสิงหาคม ไหลลื่นต่อเนื่องต่อไป อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยบวกแต่ก็มีปัจจัยลบด้วยเช่นกัน นั่นคือ การเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคมมาจนถึงต้นเดือนสิงหาคม ซึ่งทำให้หลายพื้นที่เศรษฐกิจ และพื้นที่การเกษตรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ เกิดความเสียหายอย่างหนัก ทำให้กำลังซื้อจากผู้ที่ได้รับผลกระทบในบริเวณพื้นที่ดังกล่าวต้องหดหายไป บางคนอาจกำลังจะตัดสินใจออกรถคันใหม่ก็จำเป็นต้องพับแผนนี้เอาไว้ก่อน เอาเงินเอาทองที่มีอยู่ไปใช้ในการฟื้นฟูซ่อมแซมข้าวของ บ้านเรือน สถานที่ทำมาหากินเลี้ยงปากท้องคนในครอบครัวที่เสียหายจากน้ำท่วมกันก่อน ทั้งนี้เฉพาะในส่วนรถยนต์ที่เสียหายจากเหตุการณ์นี้ เป็นอีกครั้งที่ได้เห็นน้ำจิตน้ำใจจากบริษัทรถยนต์ที่ไม่ทอดทิ้งลูกค้า ต่างช่วยกันออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยฟื้นฟูซ่อมแซมรถยนต์ของลูกค้าที่เสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมนี้กันอย่างพร้อมเพรียงกัน ซึ่งถ้าไม่มีเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้แล้วตัวเลขยอดจำหน่ายรถยนต์ใหม่ในประเทศเดือนสิงหาคม 2560 อาจขยับสูงขึ้นไปกว่านี้อีก โดยตัวเลขยอดจำหน่ายรถยนต์ใหม่เดือนสิงหาคม 2560 อยู่ที่ 67,965 คัน เพิ่มขึ้นมากกว่าตัวเลขยอดจำหน่ายเดือนสิงหาคมปี 2559 ถึง 6.8 % และสูงกว่าตัวเลขยอดจำหน่ายของเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา 4.3 % ซึ่งเมื่อนำตัวเลขยอดจำหน่ายรถยนต์ใหม่ของเดือนสิงหาคมนี้ไปรวมกับยอดสะสม 7 เดือนที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ ทำให้ยอดจำหน่ายรถยนต์สะสมของปี 2560 เมื่อผ่านเดือนสิงหาคมไปอยู่ที่ 543,123 คัน เพิ่มขึ้นกว่าในช่วงระยะเวลาเดียวกันของปี 2559 ถึง 10.2 %

 

สำหรับรถยนต์ที่ทำยอดจำหน่ายได้สูงสุดในเดือนสิงหาคมนี้ ประกอบด้วย อันดับ 1 โตโยตา จำหน่ายรถยนต์ทุกรุ่นรวมกันได้ 16,009 คัน คิดเป็นสัดส่วนเท่ากับ 23.6 % ของยอดจำหน่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด อันดับ 2 อีซูซุ จำหน่ายได้ 12,784 คัน เท่ากับ 18.8 % ของยอดจำหน่ายทั้งตลาด อันดับ 3 ฮอนดา จำหน่ายได้ 10,712 คัน สัดส่วนการตลาดเท่ากับ 15.8 % อันดับ 4 รถยนต์ในสังกัด มิตซูบิชิ จำหน่ายได้ 5,503 คัน เท่ากับ 8.1 % ของยอดจำหน่ายทั้งตลาด และอันดับที่ 5 เข้ามาอยู่ในทอพไฟว์เป็นครั้งแรก สำหรับรถยนต์ ฟอร์ด โดยจำหน่ายได้รวม 4,822 คัน เท่ากับ 7.1 % ของยอดจำหน่ายทั้งตลาด ส่วนเจ้าของอันดับที่ 5 เดิม นิสสัน หล่นไปอยู่ในอันดับที่ 6 ทำยอดจำหน่ายได้น้อยกว่า ฟอร์ด เพียง 7 คันเท่านั้น

 

ผ่านไป 8 เดือน รถยนต์ที่จำหน่ายได้แล้วมากสุดอันดับ 1 แน่นอนว่ายังคงเป็น โตโยตา จำหน่ายไปแล้วรวมทั้งสิ้น 144,665 คัน เท่ากับ 26.6 % ของยอดจำหน่ายรวมทั้งหมด รองลงมาเป็น อีซูซุ จำหน่ายไปแล้วรวม 102,020 คัน เท่ากับ 18.8 % ของตัวเลขรวมทั้งหมด อันดับ 3 ฮอนดา จำหน่ายได้แล้วทั้งสิ้น 82,641 คัน ส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 15.2 % อันดับที่ 4 มิตซูบิชิ จำหน่ายแล้วรวม 43,228 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 8.0 % และอันดับที่ 5 ยังคงเป็น นิสสัน จำหน่ายแล้วรวม 37,421 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 6.9 %

 

MART4WH201712 2

 

สำหรับรถพิคอัพขับเคลื่อน 2 ล้อ ถ้าหากไม่มีรายการพลิกลอคครั้งมโหฬารเกิดขึ้นแล้วละก็ ปี 2560 นี้น่าจะเป็นปีแห่งความสำเร็จของ อีซูซุ อย่างแน่นอนที่สุด เพราะนำหน้าในตำแหน่งแชมพ์ยอดจำหน่ายสูงสุด ทั้งในประเภทรายเดือน และยอดสะสมมาอย่างต่อเนื่อง จนช่วงเวลาที่เหลืออยู่ 4 เดือน ยากที่ โตโยตา จะตามทันแล้ว โดยเดือนสิงหาคมนี้ อีซูซุ จำหน่ายพิคอัพประเภทนี้ได้เพิ่มขึ้นอีก 10,136 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดเท่ากับ 37.7 % ขณะที่ โตโยตา ทำยอดจำหน่ายได้ 7,083 คัน ส่วนแบ่งการตลาดเท่ากับ 26.4 % อันดับ 3-5 ประกอบด้วย ฟอร์ด 3,292 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 12.3 % มิตซูบิชิ 2,344 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 8.7 % และนิสสัน 1,610 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 6.0 % ซึ่งเมื่อนำตัวเลขยอดจำหน่ายของทั้ง 5 ยี่ห้อนี้ไปรวมกับยอดจำหน่ายของรถพิคอัพรายอื่นๆ แล้วได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นตัวเลขยอดจำหน่ายพิคอัพขับเคลื่อน 2 ล้อ เดือนสิงหาคมทั้งหมดอยู่ที่ 26,866 คัน เพิ่มขึ้น 11.6 % เมื่อเทียบกับยอดจำหน่ายเดือนสิงหาคมปี 2559 ส่วนยอดสะสม 8 เดือนปี 2560 อยู่ที่ 210,657 คัน เพิ่มขึ้น 6.7 % ยอดสะสมสูงสุด 5 อันดับแรก อีซูซุ 80,452 คัน ส่วนแบ่งตลาด 38.2 % โตโยตา 58,448 คัน ส่วนแบ่งตลาด 27.7 % ฟอร์ด 24,001 คัน ส่วนแบ่งตลาด 11.4 % มิตซูบิชิ 18,108 คัน ส่วนแบ่งตลาด 8.6 %

 

ในส่วนของพิคอัพขับเคลื่อน 4 ล้อ เดือนสิงหาคมนี้มียอดจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 2,689 คัน เพิ่มขึ้นจากสิงหาคมปีก่อนหน้านี้ถึง 31.5 % โดย โตโยตา เข้าวินมาด้วยยอดจำหน่าย 1,249 คัน เท่ากับ 46.4 % ของยอดรวมทั้งหมด ตามด้วย อีซูซุ 642 คันส่วนแบ่งตลาด 23.9 % ฟอร์ด 477 คัน ส่วนแบ่งตลาด 17.7 % มิตซูบิชิ 239 คัน ส่วนแบ่งตลาด 8.9 % และนิสสัน 41 คัน ส่วนแบ่งตลาด 1.5 % รวม 8 เดือน ยอดสะสมตลาดนี้มีแล้ว 21,301 คัน เพิ่มขึ้น 25.9 % ว่าที่แชมพ์ โตโยตา จำหน่ายแล้ว 10,939 คัน ส่วนแบ่งตลาด 51.4 % ตามด้วย อีซูซุ 4,469 คัน ส่วนแบ่งตลาด 21.0 % ฟอร์ด 3,315 คัน ส่วนแบ่งตลาด 15.6 % มิตซูบิชิ 1,805 คัน ส่วนแบ่งตลาด 8.5 % และนิสสัน 478 คัน ส่วนแบ่งตลาด 2.2 %

 

รถเอสยูวี เดือนสิงหาคมมียอดจำหน่ายรวมกันทั้งสิ้น 8,081 คัน ลดลง 1.0 % เมื่อเทียบกับยอดจำหน่ายที่เคยเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคมปีก่อนหน้านี้ ฮอนดา ยังรั้งตำแหน่งยอดจำหน่ายเอสยูวีสูงสุดในเดือนนี้ โดยจำหน่ายได้ 2,366 คัน คิดเป็น 29.3 % ของยอดจำหน่ายรวมทั้งหมด โตโยตา มาเป็นอันดับ 2 ด้วยยอด 1,502 คัน สัดส่วนที่ได้ 18.6 % อันดับ 3 ฟอร์ด 1,010 คัน ส่วนแบ่งตลาด 12.5 % อีซูซุ ทำยอดจำหน่ายได้ 1,007 คัน น้อยกว่า ฟอร์ด เพียง 3 คัน รั้งอันดับ 4 ส่วนแบ่งตลาด 12.5 % และอันดับ 5 มิตซูบิชิ จำหน่ายได้ 894 คัน เท่ากับ 11.1 % รวม 8 เดือน จำหน่ายได้ 65,762 คัน ลดลง 1.9 % ยอดสะสมสูงสุด ฮอนดา 17,057 คัน เท่ากับ 25.9 % ของยอดรวมทั้งหมด รองลงมาเป็น โตโยตา 13,069 คัน เท่ากับ 19.9 % มิตซูบิชิ 9,161 คัน เท่ากับ 13.9 % อีซูซุ 8,245 คัน เท่ากับ 12.5 % และฟอร์ด 6,812 คัน เท่ากับ 10.4 %

 

รถเอมพีวี มียอดจำหน่ายรวมกันทั้งสิ้น 1,630 คัน สำหรับเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้นถึง 44.8 % เมื่อวัดกับเดือนสิงหาคมปี 2559 แชมพ์ประจำเดือนยังคงเป็น โตโยตา 780 คัน ส่วนแบ่งตลาด 47.9 % ฮอนดา อยู่ในอันดับ 2 ยอดจำหน่าย 685 คัน ส่วนแบ่งตลาด 42.0 % เกีย อยู่อันดับ 3 ยอดจำหน่าย 90 คัน ส่วนแบ่งตลาด 5.5 % ซูซูกิ อันดับ 4 ยอดจำหน่าย 40 คัน ส่วนแบ่งตลาด 2.5 % และฮันเด อยู่อันดับ 5 ยอดจำหน่าย 26 คัน ส่วนแบ่งตลาด 1.6 % 8 เดือนผ่านไปมียอดจำหน่ายสะสมอยู่ที่ 13,559 คัน เพิ่มขึ้น 23.1 % โตโยตา แชมพ์ค่อนข้างแน่นอน จำหน่ายไปแล้ว 6,589 คัน ส่วนแบ่งตลาด 48.6 % ว่าที่รองแชมพ์ ฮอนดา จำหน่ายแล้ว 5,657 คัน ส่วนแบ่งตลาด 41.7 % ซูซูกิ ยังต้องลุ้นในอันดับที่ 3 จำหน่ายแล้ว 533 คัน ส่วนแบ่งตลาด 3.9 % คู่ชิงอันดับ 3 เกีย จำหน่ายแล้ว 519 คัน ส่วนแบ่งตลาด 3.8 % และอันดับที่ 5 ฮันเด 184 คัน ส่วนแบ่งตลาด 1.4 %

 

รถยนต์ประเภทอื่นๆ ยกเว้นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล เดือนสิงหาคม 2560 ยอดจำหน่าย 3,018 คัน ลดลง 21.6 % รวม 8 เดือนมียอดสะสมอยู่ที่ 25,955 คัน เพิ่มขึ้น 1.6 %



------------------------------
เรื่องโดย : ขุนสัญจร
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน ธันวาคม ปี 2560
คอลัมน์ : วิถีตลาดรถยนต์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/2d0VJ
อัพเดทล่าสุด
25 Feb 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
668,000
2.
1,094,000
4.
499,000
5.
979,000
6.
2,990,000
7.
990,000
8.
1,397,000
9.
4,090,000
10.
16,950,000
11.
3,500,000
12.
3,065,000
13.
11,530,000
14.
24,500,000
15.
17,440,000
16.
14,900,000
17.
679,000
18.
21,900,000
19.
14,900,000
20.
3,699,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

What's New