บทความ

ดีจริงแน่นะ


 

หลังจากได้ยอดการขายของเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา รวมทั้งข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ นับแต่ตัวเลขการขายครึ่งปี ยอดการส่งออกครึ่งปีแรก และล่าสุด สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ก็ออกมาเปิดเผย ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม ประจำเดือนสิงหาคม 2560 ขยายตัว 3.74 % เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันในปีก่อน

นับเป็นการส่งสัญญาณการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจไทย อุตสาหกรรมสำคัญที่ส่งผลบวก ได้แก่ เครื่องยนต์สำหรับรถยนต์ ขยายตัว 38.39 % โดยเครื่องยนต์ดีเซลที่ได้รับคำสั่งซื้อจากผู้ผลิตในประเทศ เพื่อตอบสนองการผลิตรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการส่งออกต่างประเทศ โดยเฉพาะลูกค้าในกลุ่มประเทศ AEC อย่าง อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์

 

ส่วนรถยนต์ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 11.28 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากผลิตภัณฑ์รถพิคอัพและรถยนต์นั่งความจุกระบอกสูบไม่เกิน 1,800 ซีซี เนื่องจากผู้ผลิตบางรายมีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ รวมทั้งมีงานมหกรรมยานยนต์ อึม ชื่อนี้คุ้นๆ นะครับ กระตุ้นตลาดในประเทศเพิ่มขึ้น ทำให้ปริมาณจำหน่ายในประเทศเพิ่มขึ้น 6.83 % ส่วนการส่งออกรถยนต์ปรับเพิ่มขึ้น จากรถพิคอัพที่ส่งออกไปในตลาดกลุ่มอาเซียน

 

หันมาดูภายในบ้านตัวเองบ้าง ตลาดรถยนต์เดือนสิงหาคม ขาย 67,962 คัน เพิ่มขึ้น 6.8 % ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความนิยมอย่างต่อเนื่องของรถยนต์รุ่นใหม่ ที่ได้แนะนำสู่ตลาดในช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับแรงบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศของภาครัฐ ที่เริ่มส่งผลดีต่อภาพรวมของเศรษฐกิจและตลาดรถยนต์

 

อันนี้ค่ายยักษ์ใหญ่เป็นคนว่านะครับ ผมเปล่าว่าฮะ อิอิ

 

MART21711

 

ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ปรับตัวดีขึ้น ของสภาอุตสาหกรรมฯ อยู่ที่ระดับ 85.0 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน จากความต้องการของตลาดที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ๆ และกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ จากบริษัทรถยนต์ในหลากหลายรูปแบบ ที่เอื้อต่อการตัดสินใจของลูกค้า

 

พูดง่ายๆ ก็คือ แคมเปญโฆษณาที่โหมกันมาตั้งแต่ต้นปีนั่นแหละ

 

ขณะที่ตัวเลขจากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ก็ออกมาระบุว่า เศรษฐกิจไทย ปี 2560 มีแนวโน้มขยายตัว 3.5-4.0 % ปรับตัวดีขึ้นจากการขยายตัว 3.2 % ในปี 2559

 

โดยมีปัจจัยสนับสนุน คือ การปรับตัวดีขึ้นของการส่งออก ตามการขยายตัวเร่งขึ้นของเศรษฐกิจและปริมาณการค้าโลก, การลงทุนภาครัฐ ภาคเอกชน มีแนวโน้มขยายตัวเร่งขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง,? การปรับตัวดีขึ้นของฐานรายได้ครัวเรือน ในภาคการเกษตร การส่งออก การท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวเนื่อง คาดว่า มูลค่าการส่งออกสินค้าจะขยายตัว 5.7 %, การบริโภคภาคเอกชนและการลงทุนรวม ขยายตัว 3.2 และ 3.4 % ตามลำดับ

 

แต่ทั้งหมดนี้ก็ยังมีตัวถ่วงเล็กๆ ที่น่าจะเป็นตัวฉุดเอาบรรดาตัวเลขทั้งหลายลงมาได้บ้าง ไม่มากก็น้อย

 

นั่นคือ การปรับเพิ่มราคาสินค้าหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็น ค่าโดยสารรถไฟฟ้า BTS ที่ปรับขึ้น 1-3 บาท/รอบการเดินทาง ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2560 เป็นต้นไป, ราคาแกสหุงต้มที่ปรับขึ้นจาก 20.49 บาท/กก. มาเป็น 21.15 บาท/กก. เท่ากับว่า ราคาเพิ่มขึ้น 10 บาท/ถัง 15 กก. ตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน 2560 เป็นต้นไป รวมไปถึง ราคาแกส ซีเอนจี ที่จะปรับขึ้นจาก 13.19 บาท/กก. มาเป็น 13.70 บาท/กก. มีผลตั้งแต่วันท่ี 16 กันยายน 2560 เป็นต้นไป ซึ่งอาจมีผลในเชิงลบต่อมุมมองของครัวเรือนต่อสถานการณ์ทางด้านราคาสินค้าในอีก 3 เดือนข้างหน้า ในการสำรวจรอบเดือนถัดไป

 

ไม่รวมค่าโดยสารรถตู้สาธารณะ ที่ปรับเพิ่ม ขึ้นนำาหน้าไปแล้ว จาก 30 บาท ไปเป็น 33 บาท อันนี้องค์การขนส่งมวลชนท่านก็คงไม่ค่อยมีเวลา มาใส่ใจเรื่องสักเท่าไร ที่นี่ประเทศไทยครับ



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2560
คอลัมน์ : มาตรวัดตลาดรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/e1hdw

Follow autoinfo.co.th