บทความ

THAI AUTOMOTIVE DESIGNERS MEET THE MASTERS EPISODE X THE ITALIAN’S JOB


การถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับจากการบรรยายของนักออกแบบระดับโลกในทริพ “MEET THE MASTERS OF INTERNATIONAL CAR DESIGN” ที่จัดขึ้นโดยพันธมิตรของเรา QUATTRORUOTE เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2016 ใกล้จะถึงบทส่งท้ายแล้ว ในฉบับนี้จะเป็นเรื่องราวของหนุ่มใหญ่ชาวอิตาเลียน ผู้มากประสบการณ์ที่ยังคงสร้างผลงานชั้นเยี่ยมออกมาอย่างต่อเนื่อง ชื่อของเขา คือ

มัสซิโม ฟราเกลลา (MASSIMO FRASCELLA)

 

LR.5April-85 copy

 

ปัจจุบัน ฟราเกลลา เป็นผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์การออกแบบรูปลักษณ์ภายนอก (CREATIVE DIRECTOR EXTERIOR DESIGN) ของ แลนด์ โรเวอร์ และถือว่าเป็นมือขวาของ เจอร์รี แมคโกเวิร์น (GERRY McGOVERN) หัวหน้าทีมออกแบบผู้ซึ่งพลิกโฉมหน้าของ แลนด์ โรเวอร์ ในปัจจุบัน นับตั้งแต่ยุคของ เรนจ์ โรเวอร์ รุ่นที่ 3 ต้นทศวรรษ 20 เป็นต้นมา

 

ประสบการณ์ของ ฟราเกลลา เริ่มต้นหลังจากที่เขาเล่าเรียนและจบจากสถาบัน IAAD ในเมืองตูริน ศูนย์กลางการออกแบบรถยนต์ของประเทศอิตาลี ด้วยฝีไม้ลายมือที่ฉายแววตั้งแต่ยังหนุ่ม ฟราเกลลา ได้เข้าทำงานที่สำนักออกแบบแบร์โตเน ซึ่งเป็น 1 ใน 3 สำนักออกแบบใหญ่ในขณะนั้น ในปี 1997 อันเป็นที่ซึ่งเขาได้เรียนศาสตร์การออกแบบในสไตล์คลาสสิคซึ่งแตกต่างจากโรงเรียนออกแบบทั่วไป

 

alfa_romeo_bella_concept copy

  • รถแนวคิด “แบร์โตเน เบลลา” ที่สร้างขึ้น บนพื้นฐานของ อัลฟา โรเมโอ 166 ในปี 1999

 

ที่สำนักแบร์โตเน การทำงานด้านออกแบบ คงไว้ซึ่งเทคนิคแบบคลาสสิค ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบด้วยการแบ่งชิ้นงานรถออกเป็นส่วนๆ ตลอดไปจนถึงการขึ้นต้นแบบตัวถังด้วยปูนพลาสเตอร์ (ข้อดีของปูนพลาสเตอร์แข็งกว่าดินเหนียวที่นิยมใช้ในปัจจุบัน คือ ความสมบูรณ์แบบของพื้นผิว) ผลงานที่น่าจดจำอีกชิ้นหนึ่งของ ฟราเกลลา ที่สำนักแบร์โตเน คือ รถแนวคิด “แบร์โตเน เบลลา” (BERTONE BELLA) รถคูเป สัดส่วนสวยงาม เส้นสายสะอาดตา ที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานของ อัลฟา โรเมโอ 166 ในปี 1999 แม้เมื่อมองด้วยสายตาของคนยุคปัจจุบัน รถแนวคิดคันนี้ก็ยังดูร่วมสมัย ไม่เชยแม้แต่น้อย

 

Lincoln-Continental-Concept copy

  • รถแนวคิด “ลินคอล์น คอนทิเนนทัล” ปี 2002

 

หลังจาก 3 ปี ของการเรียนรู้ศาสตร์การออกแบบสไตล์คลาสสิคที่สำนักแบร์โตเน ก็ถึงเวลาที่ ฟราเกลลา ต้องเริ่มออกเดินทางเพื่อพัฒนาตนเอง จุดหมายแรก คือ สหราชอาณาจักร โดยได้เริ่มงานที่ แลนด์ โรเวอร์ ซึ่งในขณะนั้นเป็นส่วนหนึ่งของ ฟอร์ด ทำให้เขาได้รู้จักกับ เจอร์รี แมคโกเวิร์น เป็นครั้งแรกในฐานะนักออกแบบของ ฟอร์ด นอกจาก แลนด์ โรเวอร์ แล้ว ฟราเกลลา ยังได้ดูแลการออกแบบบแรนด์อื่นๆ ของ ฟอร์ด ด้วย อาทิ ลินคอล์น รถหรูสัญชาติอเมริกัน โดยเขาได้ฝากฝีมือไว้กับรถแนวคิด “ลินคอล์น คอนทิเนนทัล” ปี 2002 ที่เขาได้ไปเข้าร่วมออกแบบในแผนกออกแบบของ ฟอร์ด ในแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งทักษะการจัดการพื้นผิวของเขาได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในผู้ชำนาญการงานออกแบบที่เรียบง่าย และสง่างาม ซึ่งบุคลิกภาพในการออกแบบของ ฟราเกลลา ก็ยังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้

 

หลังจากที่ต้องเดินทางไป/กลับระหว่าง สหราชอาณาจักรกับสหรัฐอเมริกา เป็นเวลากว่า 4 ปี ฟราเกลลา ก็ตัดสินใจว่าจะปักหลักอยู่ที่แคลิฟอร์เนีย เพราะหลงรักกลิ่นอาย และบรรยากาศ เขาได้เริ่มงานใหม่กับบริษัทรถยนต์สัญชาติเกาหลี “เกีย” ในปี 2005 ที่ในขณะนั้นเพิ่งจะเปิดสตูดิโอใหม่ขึ้นที่เมือง

 

ออเรนจ์ เคาน์ที (สตูดิโออื่นๆ ของ เกีย อยู่ที่ เกาหลี โตเกียว และฟรังค์ฟวร์ท) ด้วยความเชื่อว่า การจะบุกตลาดในสหรัฐอเมริกาได้นั้น ต้องมีความเข้าใจในตัวตนของคนอเมริกันอย่างถ่องแท้ ซึ่งเป็นการเดินหมากที่ถูกต้อง ซึ่งทำให้ปัจจุบัน เกีย ได้รับการยอมรับอย่างสูงในตลาดสหรัฐอเมริกา

 

KIA TRACK'STER1 copy

  • รถแนวคิด เกีย ทแรคสเตอร์

 

เกีย ในขณะนั้นยังเป็นน้องใหม่ในวงการยานยนต์ ฟราเกลลา ได้อิสระในการออกแบบไม่น้อย ที่นั่นเขาได้ทำงานร่วมกันกับ “พีเทร์ ชเรเยร์” (PETER SCHREYER) นักออกแบบชาวเยอรมันผู้ฝากผลงานเด่นไว้กับรถสปอร์ท เอาดี ทีที เจเนอเรชันแรก นับได้ว่าเป็นคู่ขาที่ลงตัว ในการนำแนวคิดการออกแบบ และบุคลิกภาพสไตล์ยุโรปของ ฟราเกลลา มาสู่บแรนด์รถยนต์ของเกาหลี ในภายหลัง พีเทร์ ชเรเยร์ ได้พิสูจน์ให้โลกเห็นว่า งานออกแบบ คือ จุดขายสำคัญ และมันทำให้รถ “ขายได้” จนทำให้ เกีย ขึ้นแซงหน้ารถยนต์หลายๆ บแรนด์นับถึงปัจจุบันนี้ (ปัจจุบันเขาได้เป็น 1 ใน 3 ประธานบริษัท เกีย)

 

เกีย หลายรุ่นในยุคนั้นเป็นผลงานของ ฟลาเกลลา เช่น โซเรนโต รีโอ และสปอร์เทจ โดย สปอร์เทจ กลายเป็นรถที่ขายดีที่สุดของ เกีย ในเวลานั้น รถทั้งหมดนี้มีบุคลิกภาพที่สะท้อนตัวตนของ ฟราเกลลา อย่างชัดเจน ด้วยเส้นสายที่สะอาดตา หนักแน่น และเฉียบคม แต่ก็มีรถบางคันที่ ฟราเกลลา ได้ใส่ความสนุกสนานลงไปมากกว่าปกติ เช่น รถแนวคิด เกีย ทแรคสเตอร์ ที่นำเอารถขายดีอย่าง เกีย โซล มาโหลดเตี้ย แต่รายละเอียดทางการออกแบบหลายๆ อย่างของรถแนวคิดนี้ ก็ถูกนำมาถ่ายทอดลงใน เกีย โซล เจเนอเรชันที่ 2

 

land-rover-defender วิวัฒนาการ copy

  • ดีเฟนเดอร์ รถที่เป็นตัวแทนของความเป็น แลนด์ โรเวอร์ มากว่า 70 ปี

 

หลังจากทำงานที่ เกีย เกือบ 7 ปี เขาก็ได้รับการทาบทามจากรุ่นพี่นักออกแบบเมื่อครั้งทำงานที่ แลนด์ โรเวอร์ นั่นคือ เจอร์รี แมคโกเวิร์น ให้กลับมาทำงานที่ แลนด์ โรเวอร์ ซึ่งอยู่ภายใต้ทีมบริหารชุดใหม่ พร้อมกับเปิดโอกาสให้ ฟราเกลลา ได้ใช้ความสามารถตอบโจทย์สุดท้าทาย นั่นคือ การสร้างบุคลิกภาพใหม่ให้กับบแรนด์ที่มีประวัติยาวนานอย่าง แลนด์ โรเวอร์ และเขาก็รับคำเชิญนี้ โดยได้เข้าร่วมงานกับ แลนด์ โรเวอร์ อีกครั้งในปี 2011 ในฐานะ หัวหน้าสตูดิโอสร้างสรรค์ (CREATIVE STUDIO CHIEF)

 

เป็นที่รู้กันดีว่าบแรนด์ แลนด์ โรเวอร์ นั้นเป็นตัวแทนของชีวิตกลางแจ้งมาช้านาน แต่การที่โลกก้าวสู่ยุคดิจิทอล บริษัทต้องการที่จะเติบโตจึงจำเป็นต้องมีการวางกลยุทธ์จัดกลุ่มสินค้ากันใหม่ เพื่อที่จะเปิดโอกาสให้เกิดสิ่งที่เรียก “ซับบแรนด์” หรือบแรนด์ที่ซ้อนอยู่ในบแรนด์หลักอีกทีนั่นเอง และสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ได้กำหนดให้มีซับบแรนด์ ขึ้น 3 กลุ่ม ได้แก่ เรนจ์ โรเวอร์/ดิสคัฟเวอรี และดีเฟนเดอร์

 

ทุกซับบแรนด์นั้นต่างก็มีภาพของชีวิตกลางแจ้งทั้งสิ้น แต่บุคลิกภาพในแต่ละซับบแรนด์แตกต่างกัน กล่าวคือ เรนจ์ โรเวอร์ เป็นโลกของสุนทรีภาพ (REFINEMENT) และชีวิตที่หรูหรา (LUXURY) โดย คีย์เวิร์ด คือ ความซับซ้อนลุ่มลึก (SOPHISTICATION) มีสัดส่วนที่สง่างาม (PROPORTION) มีความเฉพาะตัว (PERSONAL TAILORING) และมีความน่าหลงใหล (GLAMOUR) ซึ่งไม่ว่า เรนจ์ โรเวอร์ สปอร์ท เรนจ์ โรเวอร์ อีโวค และล่าสุดอย่าง เรนจ์ โรเวอร์ เวลาร์ ต่างก็มีบุคลิกภาพเหล่านี้ทั้งสิ้น

 

ส่วน ดิสคัฟเวอรี ได้ถูกกำหนดให้แตกต่างไปจากแนวทางของซับบแรนด์ ดิสคัฟเวอรี เดิมไปพอสมควร เนื่องจากพวกเขาพบว่า ในอดีตนั้น ดิสคัฟเวอรี มีบุคลิกภาพด้านความบึกบึน ซึ่งทับซ้อนกับ ดีเฟนเดอร์ แต่บุคลิกใหม่ของ ดิสคัฟเวอรี จึงถูกวางไว้ให้มีความกระฉับกระเฉง และลดความเป็นบุรุษเพศให้น้อยลง โดยกำหนดให้ ดิสคัฟเวอรี เป็นโลกของการสันทนาการ และการพักผ่อน คีย์เวิร์ด คือ การอยู่ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว หรือเพื่อนฝูง ความพร้อมในทุกสถานการณ์ การผจญภัย ความอดทน แข็งแกร่ง ความคล่องตัว และการค้นหาประสบการณ์ใหม่

 

Land-Rover-Discovery-Vision-concept-103 copy

  • ดิสคัฟเวอรี สปอร์ท ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี ขนาดกะทัดรัด ที่ออกมาในปี 2014

 

การเลือกเดินไปทิศทางนี้ เป็นการตัดสินใจที่ดี ดังจะเห็นได้จากทั้ง ดิสคัฟเวอรี สปอร์ท ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี ขนาดกะทัดรัด ที่ออกมาในปี 2014 เพื่อแทนที่ ฟรีแลนเดอร์ ตามด้วย ดิสคัฟเวอรี เจเนอเรชันที่ 5 ซึ่งมีขนาดใหญ่น้องๆ เรนจ์ โรเวอร์ ที่มาพร้อมเบาะ 3 แถว 7 ที่นั่ง สำหรับการใช้งานในวันทำงาน และลุยไปกับเพื่อนฝูงและครอบครัวในวันหยุด ด้วยการปรับบุคลิกภาพ ให้มีความสูงค่า (PREMIUM) แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ดู “เลอเลิศ” (PRECIOUS) จนจับต้องไม่ได้ แม้ว่าจะเป็น ดิสคัฟเวอรี รุ่นแรกที่ถูกสร้างขึ้นด้วยโครงสร้างแบบโมโนคอก ที่โดดเด่นเรื่องน้ำหนักที่เบา และการขับขี่บนถนนที่ดีกว่า แต่มันได้ถูกออกแบบให้เป็นรถที่ลุยฝุ่น โคลนได้จริง ไม่แพ้รุ่นพี่ที่เป็นโครงสร้าง “บอดี ออน เฟรม” แบบดั้งเดิม ด้วยความเข้าใจในความต้องการของผู้บริโภค รถทั้ง 2 รุ่นต่างก็สร้างยอดขายได้อย่างยอดเยี่ยม และทั้ง 2 รุ่นก็คงไว้ซึ่งเส้นสายที่สะอาดตา อันเป็นเอกลักษณ์ของ มัสซิโม ฟราเกลลา อย่างชัดเจน

 

และสุดท้าย คือ โลกของ ดีเฟนเดอร์ รถที่เป็นตัวแทนของความเป็น แลนด์ โรเวอร์ มากว่า 70 ปี และยากที่จะสร้างอะไรมาทดแทนได้ โดยกลยุทธ์บุคลิกภาพของมัน ถูกวางไว้ให้เป็นตัวแทนของโลกแห่งความ DUAL PURPOSE นั่นคือ นอกจากจะใช้งานทั่วไปได้แล้ว มันยังต้องมีความแข็งแกร่ง อดทน พร้อมจิตวิญญานของการบุกเบิก มีความพร้อมที่จะเอาชนะอุปสรรค อีกทั้งแสดงออกถึงความเป็นผู้นำ และจะต้องมีตัวตนที่ชัดเจน ซึ่ง ฟราเกลลา ยอมรับว่า การจะสร้างรถยนต์ขึ้นมาวัดรอยเท้าของตำนาน และเป็นตัวแทนของ ดีเฟนเดอร์ แห่งศตวรรษใหม่นี้ เป็นสิ่งที่ยากที่สุด

 

ความยาก คือ จุดกำเนิดของตำนาน ดีเฟนเดอร์ ไม่ได้เกิดขึ้นมาจากเรื่องฉาบฉวย แต่เป็นผลงานวิศวกรรมซึ่งถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เอาชนะอุปสรรคที่ไม่คาดคิด มีความทนทาน เป็นเครื่องจักรที่ไม่ยอมตาย เรียบง่าย ดิบ เน้นการใช้งานมากกว่าความงดงาม แต่ในความดิบนั้นก็ได้สร้าง “ความงาม” และรูปแบบที่แตกต่างขึ้นนั่นเอง

 

อย่างไรก็ตามจากภาพเส้นสายบางส่วนที่ ฟราเกลลา นำมาเสนอ ผู้เขียนเชื่อว่า ดีเฟนเดอร์ ในยุคต่อไปน่าจะยังไม่คลอดง่ายๆ อย่างแน่นอน เพราะตราบใดที่นักออกแบบยังไม่สามารถสลัดเรื่องสไตล์ที่โฉบเฉี่ยวออกไปได้ ก็ยังไม่มีทางจะสร้างตำนานบทใหม่อย่างแน่นอน

 

สุดท้าย ฟราเกลลา ได้ฝากข้อคิดถึงนักออกแบบรุ่นใหม่ไว้อย่างน่าสนใจในหลายแง่ อาทิ พึงระลึกไว้ว่า นักออกแบบไม่ได้ขายความสวยงามของภาพ ภาพเป็นเพียงการเล่าเรื่องราวที่อยู่ในหัวของเราเท่านั้น ความจำเป็นมันมีเพียงการสเกทช์เร็วๆ ลงบนสมุดโนทเอาไว้ดูเองก็พอแล้ว อย่าไปหลงใหลในความสวยงามของภาพวาดที่หลอกตัวเอง เช่น ใส่ล้อใหญ่ๆ เพื่อให้ดูสวย แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทำไม่ได้

 

ฟราเกลลา ยังฝากต่อด้วยว่า ในงานออกแบบที่ดี อันดับแรก คือ ปริมาตร และสัดส่วน นั่นถือเป็น 80 % ของเนื้องาน แต่สุดท้ายแล้ว รายละเอียดที่งดงาม คือ ตัวตัดสินว่ามันจะผ่าน หรือโดนเท และเพื่อที่จะเข้าใจถึงสัดส่วนของผลงานอย่างแท้จริง ควรจะต้องฝึกมองจากระยะไกล อย่าเอาแต่มองที่จอ รวมทั้งหัดฟัง และเรียนรู้จากผู้อื่น พร้อมเรียนรู้เรื่องของสิ่งอื่นๆ เช่น บแรนด์กับธุรกิจไปด้วย และที่สำคัญที่สุด จงสนุกกับงานที่ตัวเองทำ ถ้าเราสนุก ทุ่มเท และมีศรัทธาในผลงานของตัวเองแล้ว คนอื่นก็จะศรัทธาในงานของเราด้วยเช่นกัน

 

ทั้งหมดนี้ คือ การถ่ายทอดประสบการณ์การทำงานที่มีสีสัน และความหลากหลายของชายชาวอิตาเลียนคนนี้ “มัสซิโม ฟราเกลลา”



------------------------------
เรื่องโดย : ภัทรกิติ์ โกมลกิติ
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2560
คอลัมน์ : MEET THE MASTER
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/FubTj

บทความที่เกี่ยวข้อง

THAI AUTOMOTIVE DESIGNERS MEET THE MASTERS EPISODE IX แอบซ่อนรอวันค้นพบ
THAI AUTOMOTIVE DESIGNERS MEET THE MASTERS EPISODE VIII
THAI AUTOMOTIVE DESIGNERS MEET THE MASTERS EPISODE VII รอยต่อแห่งยุคสมัย ตอน 2
THAI AUTOMOTIVE DESIGNERS MEET THE MASTERS EPISODE VI รอยต่อแห่งยุคสมัย
อัพเดทล่าสุด
23 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
21,900,000
2.
11,530,000
3.
14,900,000
4.
3,699,000
5.
2,930,000
6.
679,000
7.
1,290,000
8.
21,890,000
9.
3,090,000
10.
75,000,000
12.
1,545,000
13.
1,465,000
14.
2,390,000
15.
489,000
16.
1,199,000
18.
2,490,000
19.
479,000
20.
939,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th