บทความ

อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกับโอกาสดีที่ไม่ควรเสียไป


“เราจะกลายเป็นผู้ผลิตรถยนต์ เครื่องสันดาปภายในพร้อมชิ้นส่วน และอะไหล่ส่งไปขายให้แก่ประเทศที่ยังไม่พร้อมจะเข้าสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าเช่นเดียวกับเรา”

ผมเคยบอกไปครั้งหนึ่งแล้วว่า สำหรับบ้านเรานั้นเรื่องรถพลังไฟฟ้าเป็นเรื่องร้อนๆ ที่ต้องใจเย็นๆ

 

จะไปเอาอย่างเนเธอร์แลนด์นอร์เวย์ อินเดีย ฝรั่งเศส และอังกฤษที่ประกาศจะห้ามจำหน่ายรถยนต์เบนซิน และดีเซล ในปี 2025, 2030 และ 2040 ตามลำดับไม่ได้หรอก เพราะ 2 รายแรก ไม่มีอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศให้ต้องห่วงใย

 

ส่วนอังกฤษ รถที่มีต้นกำเนิดในเมืองผู้ดีก็ล้วนกลายพันธุ์เปลี่ยนเจ้าของเป็นสัญชาติอื่นไปเกือบหมดแล้ว

 

ในจำนวนนี้ที่สถานการณ์ช่วงเปลี่ยนผ่านอาจจะหนักหนาหน่อยก็คือ อินเดีย กับ ฝรั่งเศส เนื่องจากอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทยังเข้มแข็ง ซึ่งก็ต้องรอดูกันต่ไปว่า จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อถึงเส้นตายที่ขีดไว้

 

สำหรับบ้านเรา ผมอยากให้เอาอย่างจีน ญี่ปุ่น สหรัฐฯ และเยอรมนี ประเทศผู้ผลิตรถยนต์อันดับต้นๆ ของโลก ที่ผู้นำของเขายังไม่เอื้อนเอ่ยเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยเฉพาะเยอรมนี แม้จะมีแรงกดดันจากเพื่อนบ้านอย่างฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่เหมือนกัน แต่คุณอังเกลา เมร์เคล ที่เพิ่งได้รับเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 4 ก็ยังทำเป็นทองไม่รู้ร้อนกับเรื่องนี้ได้อย่างเนียนๆ

 

จากเพื่อนบ้านอย่างฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่เหมือนกัน แต่คุณอังเกลา เมร์เคล ที่เพิ่งได้รับเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 4 ก็ยังทำเป็นทองไม่รู้ร้อนกับเรื่องนี้ได้อย่างเนียนๆ

 

ฉะนั้น ประเทศไทยซึ่งไม่มีแรงกดดันจริงจังให้ต้องเร่งรีบเรื่องรถไฟฟ้าแต่อย่างใด จึงไม่เห็นจำเป็นต้องดิ้นรนจนอุตสาหกรรมยานยนต์ของเราทั้งระบบต้องเสียโอกาสดีๆ ไป

 

ผมกำลังหมายถึงโอกาสที่อุตสาหกรรมผลิตรถ และชิ้นส่วนอะไหล่เครื่องยนต์สันดาปภายในที่ดำเนินมาหลายสิบปี จะได้มีเวลาในการปรับตัวนานพอ เพื่อให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด

 

รวมถึงโอกาสที่รัฐจะมีรายรับจากอุตสาหกรรมยานยนต์ต่อไป ในรูปของภาษีที่เก็บกันทุกมิติ ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ แถมยังเพิ่งเปลี่ยนฐานการคำนวณภาษี จากราคารถหน้าโรงงาน เป็นราคาจำหน่ายแนะนำ ซึ่งคาดว่าจะทำรายได้ให้รัฐเพิ่มขึ้นอีก
นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการจะได้เตรียมความฉะนั้น ประเทศไทยซึ่งไม่มีแรง

 

พร้อมเพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ด้านแบทเตอรี และระบบชาร์จไฟไม่ต้องเร่งรีบลงทุนกับเทคโนโลยีเก่า ซึ่งกำลังจะล้าสมัยในอนาคตอันใกล้

 

ที่สำคัญคือ โอกาสที่เราจะกลายเป็นผู้ผลิตรถยนต์เครื่องสันดาปภายใน พร้อมชิ้นส่วน และอะไหล่ส่งไปขายให้แก่ประเทศที่ยังไม่พร้อมจะเข้าสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าเช่นเดียวกับเรา ซึ่งเชื่อว่ายังมีอีกมากมายหลายร้อยประเทศ

 

นี่เป็นโอกาสดีๆ ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่ผมไม่อยากให้เสียไป เพราะกระแสตื่นตูมรถไฟฟ้าของผู้ที่มองแต่ประโยชน์ในมุมของผู้บริโภคเป็นหลัก โดยเฉพาะในโซเชียลมีเดีย ที่ปัจจุบันมีอิทธิพลสูงทั้งกับรัฐบาล และผู้คนในสังคม

 

เรื่องนี้อยากฝากถึงรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง (ถ้ามี) ด้วยว่า ขอให้ดูตัวอย่างคุณเมร์เคล ที่เน้นประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก จนชนะการเลือกตั้งถึง 4 สมัยติดต่อกัน

 

เพียงแต่ของเราคงไม่ถึงขนาดนั้น แค่อยู่ครบวาระ 4 ปี ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้วครับ



------------------------------
เรื่องโดย : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2560
คอลัมน์ : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/tS1vs

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
22 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
21,900,000
2.
11,530,000
3.
14,900,000
4.
3,699,000
5.
2,930,000
6.
679,000
7.
1,290,000
8.
21,890,000
9.
3,090,000
10.
75,000,000
12.
1,545,000
13.
1,465,000
14.
2,390,000
15.
489,000
16.
1,199,000
18.
2,490,000
19.
479,000
20.
939,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th