บทความ

มิคาเอล กเรเว ประธานบริหาร


เบื้องหลังความสำเร็จ และเบื้องหน้าที่กำลังจะมาถึงของเจ้าตลาดรถหรูเมืองไทย “ฟอร์มูลา” สัมภาษณ์พิเศษ มิคาเอล กเรเว ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด

 

ฟอร์มูลา : จากภาพรวมของอุตสาหกรรมรถยนต์ในปี 2556 คุณมองว่าในปี 2557 นี้ จะเป็นอย่างไร ?

กเรเว : อุตสาหกรรมรถยนต์ในส่วนของตลาดระดับล่างถึงระดับกลาง ไม่โต ทั้งนี้เนื่องจากประเทศไทยประสบภาวะน้ำท่วมในปี 2554 และนโยบายรถคันแรกในปี 2555 ทำให้มีปัญหาต่อเนื่องมาจนถึงปี 2556 แต่สำหรับตลาดรถระดับพรีเมียม ไม่มีผล ตลาดเติบโตเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีกำลังซื้อเพิ่มอย่างเห็นได้ชัด

สำหรับ เมร์เซเดส-เบนซ์ ในปี 2556 ที่ผ่านมา เป็นปีที่บริษัท ฯ ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยสามารถทำยอดขายโดยรวมตลอดทั้งปีอยู่ที่ 10,144 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 56 % (2555 : 6,513 คัน) นับได้ว่าเป็นยอดขายที่สูงที่สุด นับตั้งแต่จัดตั้งบริษัทในประเทศไทย และยังคงครองความเป็นผู้นำตลาดรถหรูเป็นปีที่ 13 ติดต่อกัน

ทั้งนี้ บริษัท ฯ ได้รับกระแสการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ชื่นชอบความเป็นสปอร์ท ซึ่งรถยนต์รุ่น เอ-คลาสส์ และ ซีแอลเอ-คลาสส์ เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุด นอกจากนั้น รุ่น ซี, อี และ เอส ยังคงเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมเช่นกัน

สำหรับในปี 2557 ตั้งเป้ามียอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมมุ่งเน้นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อลูกค้า ด้วยการร่วมมือกับดีเลอร์ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการมียอดขายที่เพิ่มขึ้น และรักษาการเป็นผู้นำอันดับ 1 ไว้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นในด้านคุณภาพ และบแรนด์

 

ฟอร์มูลา : ปัจจัยความสำเร็จอของ เมร์เซเดส-เบนซ์ คืออะไร ?

กเรเว : ความสำเร็จของ เมร์เซเดส-เบนซ์ เกิดขึ้นจากปัจจัยหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นบแรนด์ที่เป็นที่ปรารถนาของลูกค้า ประกอบกับความไว้วางใจของการนำเข้ารถยนต์ ด้วยการดำเนินธุรกิจที่โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ การมีสินค้าที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้าได้ทุกกลุ่ม เช่น รถระดับพรีเมียม คอมแพคท์ ลักชัวรี และดรีมคาร์ ที่มีหลากหลาย และคาดว่าจะมีกลุ่มใหม่เพิ่มขึ้นอีก ซึ่งเห็นได้จากที่ผ่านมา ได้แนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาด เช่น ซีแอลเอ-คลาสส์ อี-คลาสส์ เครื่องยนต์เบนซิน และดีเซล ไฮบริด อี-คลาสส์ คูเป และกาบริโอเลต์ และ เอส-คลาสส์ ซึ่งถือว่าเป็นการตอบโจทย์ลูกค้าในทุกเซกเมนท์ บวกกับการบริการหลังการขายที่มุ่งเน้นการให้บริการตามความต้องการของแต่ละบุคคล เพื่อให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจสูงสุด พร้อมพโรแกรมต่างๆ เช่น MY SERVICE และการเปิดตัว แอพพลิเคชัน MY SERVICE APP เพื่อให้ลูกค้าได้เข้าถึงบริการหลังการขายพร้อมอัพเดทข่าวสารได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ยังมีการรับประกัน 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และสิทธิพิเศษ STAR ASSIST พโรแกรมพิเศษที่พร้อมให้บริการฟรีตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมรับประกันอะไหล่แท้คุณภาพสูง ส่งตรงมาจาก เมร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศเยอรมนี โดยลูกค้าจะได้รับประสบการณ์เหล่านี้โดยตรงจากโชว์รูม และศูนย์บริการมาตรฐานรถยนต์เมร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ 31 แห่งทั่วประเทศ

นอกจากนั้นลูกค้ายังเล็งเห็นถึงความสำคัญเรื่องข้อได้เปรียบที่จะได้รับ จากการซื้อจากผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการโดยตรง คือ “ความคุ้มค่า” ตลอดอายุการใช้งานในระยะยาว รวมถึงความได้เปรียบในเรื่องราคาขายต่อเมื่อเทียบกับคู่แข่งอีกด้วย รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างตัวแทนจำหน่ายและลูกค้า ให้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันผ่านกิจกรรมต่างๆ

 

ฟอร์มูลา : เมร์เซเดส-เบนซ์ วางทิศทางและนโยบายไว้อย่างไร ?

กเรเว : ปี 2557 บริษัท ฯ มีนโยบายการทำการตลาดเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยจะเปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆ หลายกลุ่มออกสู่ตลาด เริ่มต้นในไตรมาสแรก ซี-คลาสส์ โฉมใหม่ กับ อี-คลาสส์ ซึ่งถือว่ารถทั้ง 2 รุ่นนี้ เป็นรถที่สร้างยอดขายให้แก่ เมร์เซเดส-เบนซ์ และ เอส-คลาสส์ ไฮบริด ดีเซล

นอกจากนี้จะแนะนำ รุ่น จีแอลเอ ซึ่งจะเป็นรถ เอสยูวี ที่มีดีไซจ์นปราดเปรียว ตอบสนองความต้องการของกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งจะมาเสริมรถยนต์ในกลุ่ม คอมแพคท์ ลักชัวรี ที่เดิมจะมีรุ่น เอ-คลาสส์ และ ซีแอลเอ จำหน่ายอยู่ และรถในกลุ่มดรีมคาร์ รถที่ทุกคนใฝ่ฝัน หรูหรา สง่างาม จัดอยู่ในกลุ่มของ เอเลแกนศ์ เปิดประทุน คูเป สปอร์ท ซึ่งในปี 2556 รถกลุ่มนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยมียอดขายถึง 20 % ของยอดขายรวม โดยปีนี้จะแนะนำ ซีแอลเอส รวมถึงยังเตรียมที่จะแนะนำรุ่นใหม่ออกสู่ตลาดอีกอย่างต่อเนื่อง

 

ฟอร์มูลา : กลยุทธ์ที่จะใช้ในการแข่งขัน ?

กเรเว : การซื้อรถในแต่ละคันนั้น จะใช้เวลาตัดสินใจไม่นานเท่าไร แต่การเป็นเจ้าของนั้น ถือเป็นการผูกมัดระยะยาวของลูกค้า ดังนั้นเพื่อให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจสูงสุด การบริการหลังการขายถือว่าหัวใจสำคัญที่จะสามารถสร้างความประทับใจได้ รวมถึงการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่ทำให้ลูกค้าได้ใกล้ชิดกับตัวแทนจำหน่าย และบริษัท

ปัจจุบันสามารถเปิดตัวรถได้รวดเร็ว พร้อมกับตลาดต่างประเทศ และเพื่อขยายพอร์ทโฟลิโอสามารถตอบสนองทุกความต้องการและทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้า โดยในปีนี้ยังคงเน้นเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งจะเป็นรถยนต์ที่มีดีไซจ์นสปอร์ท ปราดเปรียว เร้าใจ ทันสมัย และมาพร้อมกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อย่างเช่น บลูเทค ไฮบริด ซึ่งเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนของ เมร์เซเดส-เบนซ์ ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ของคนในยุคปัจจุบัน ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ยังคงให้ความสำคัญกับการทำ DIGITAL MARKETING ผ่านโซเชียล เนทเวิร์ค ไม่ว่าจะเป็น เฟศบุค/อินสตาแกรม และยูทูบ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงเน้นการทำกิจกรรมการตลาดที่น่าสนใจ อาทิ กิจกรรม MERCEDES-BENZ DRIVING EXPERIENCE การอบรมขับขี่ปลอดภัยกับ เมร์เซเดส-เบนซ์ ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ทำให้ลูกค้าได้ใกล้ชิด เรียนรู้รถยนต์ที่จะซื้อ และรถยนต์รุ่นใหม่ได้มากยิ่งขึ้น
รวมทั้งการเป็นผู้สนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจ เพื่อเข้าถึงทั้งกลุ่มลูกค้าใหม่ และกลุ่มลูกค้าปัจจุบัน รวมทั้งทำกิจกรรม CRM ตอบแทนลูกค้า เช่น การจัดการแข่งขัน กอล์ฟ ทโรฟี ที่จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 โดยจัดให้ลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ เมร์เซเดส-เบนซ์ ได้เข้าร่วมแข่งขันกอล์ฟ ในประเทศไทย และหากชนะเลิศจะได้ไปแข่งขันที่ออสเตรเลีย และสูงสุดคือ ไปร่วมแข่งขันที่ เยอรมนี และการมอบสิทธิประโยชน์และสิทธิพิเศษให้แก่ผู้ถือบัตร เมร์เซเดส คาร์ด เพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการจัดคอนเสิร์ท กีฬา ศิลปวัฒนธรรม ซึ่งเป็นประสบการณ์พิเศษ ที่หาไม่ได้ทั่วไป

 

ฟอร์มูลา : การขยายเครือข่าย จะมีเพิ่มขึ้นหรือไม่ ?

กเรเว : ปีนี้จะมีโชว์รูมใหม่เปิดให้บริการ คือ โชว์รูมเมทโร ออโทเฮาส์ บนถนนพระราม 2 เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านการบริการหลังการขาย และเป็นการขยายเครือข่ายการให้บริการให้ครอบคลุมทั่วประเทศมากยิ่งขึ้น รวมทั้งเตรียมนำเสนอบริการหลังการขายที่น่าสนใจ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่เกี่ยวกับพโรแกรมดูแลรักษารถยนต์ เมร์เซเดส-เบนซ์

แต่อย่างไรก็ตาม บริษัท ฯ ยังคงมีการพัฒนาเครือข่ายระบบการบริหารจัดการในส่วนของศูนย์บริการและโชว์รูมให้มีประสิทธิภาพและได้มาตรฐานเดียวกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปีที่ผ่านมา ได้เปิดโชว์รูมใหม่ 3 แห่ง ได้แก่ โชว์รูมเอ็มบี โคราช ออโตเฮาส์ โชว์รูมสตาร์ฟแลก บนถนนวิภาวดีรังสิต และโชว์รูม ที เอส ที หัวหิน

 

ฟอร์มูลา : คุณมองว่ายังมีจุดใด ที่ต้องแก้ไขและพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ?

กเรเว : การส่งมอบรถในบางรุ่นที่อาจจะล่าช้า เนื่องจากรถบางรุ่นจะมีการผลิตในจำนวนจำกัด เป็นรถที่ได้รับความนิยมทั่วโลก การผลิตจะผลิตพวงมาลัยซ้ายก่อน ถึงจะผลิตพวงมาลัยขวา ด้วยข้อจำกัดตรงนี้ อาจจะทำให้ลูกค้าต้องรอนาน แต่อย่างไรก็ตาม บริษัท ฯ พร้อมที่จะเร่งแก้ไขปัญหาจุดนี้ และจะพยายามไม่ให้ลูกค้าต้องรอนาน อีกส่วนหนึ่งเป็นความท้าทายที่จะทำอย่างไรให้ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง

 

ฟอร์มูลา : จุดแข็งที่ เมร์เซเดส-เบนซ์ เหนือคู่แข่งคืออะไร ?

กเรเว : POWER OF THE BRAND การมีพลังที่ดึงดูด สินค้ามีครบทุกเซกเมนท์ รวมถึงมีความหลากหลายที่สามารถตอบสนองความต้องการในทุกไลฟ์สไตล์ การมีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า ซึ่งไม่ใช่แค่นวัตกรรม การบริการหลังการขายเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของความพึงพอใจสูงสุด

นอกจากนี้ยังมองที่ทีมงานของ เมร์เซเดส-เบนซ์ ที่รู้จักบแรนด์เป็นอย่างดี และร่วมกันสร้างความแข็งแกร่งร่วมกันมายาวนาน ที่ถือว่าเป็นหลักสำคัญในการนำพาบริษัท ฯ ก้าวเดินมาถึงปัจจุบัน

 

ฟอร์มูลา : ในประเทศไทย เมร์เซเดส-เบนซ์ มีอะไรที่ต้องเร่งพัฒนาเพื่อให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ?

กเรเว : ประเทศไทย ถือว่าอยู่ในจุดที่ค่อนข้างดี ในแง่การแข่งขันในตลาด หากเทียบกับยอดขายในปีที่ผ่านมา ถือเป็นจุดแข็งที่แข็งแกร่งมาก

เพราะบริษัท ฯ มุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส โดยคัดสรรผลิตภัณฑ์ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งเหมาะสมตรงกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของลูกค้า รวมทั้งมีการเตรียมพร้อมช่างเทคนิคให้มีทักษะความรู้ ความเชี่ยวชาญในรายละเอียดของรถรุ่นต่างๆ ที่มีเทคโนโลยีใหม่ ด้วยการพัฒนาองค์ความรู้ ทักษะ และความเชี่ยวชาญ แก่ทีมช่างเทคนิคอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นยังคงนโยบายงดให้การรับประกันคุณภาพ และบริการหลังการขายในทุกกรณี สำหรับรถยนต์ใหม่ โมเดลปี 2013 เป็นต้นไป ที่ซื้อจากผู้นำเข้าอิสระ ซึ่งในปีที่ผ่านมา ลูกค้าได้หันมาซื้อรถยนต์จากผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการมากขึ้น เราจึงขอขอบคุณลูกค้าที่ยังคงให้ความไว้วางใจ เลือกซื้อรถยนต์ เมร์เซเดส-เบนซ์ ไม่เพียงศรัทธาในความเป็นเลิศด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และความคุ้มค่า แต่ด้วยความมั่นใจในการเลือกซื้อจากผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของ เมร์เซเดส-เบนซ์ ด้วยดีเสมอมา



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : จินดา ลัยนันท์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน เมษายน ปี 2557
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/vje3h
อัพเดทล่าสุด
10 Sep 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,090,000
2.
2,229,000
3.
779,000
4.
3,590,000
6.
1,316,000
7.
1,749,000
8.
1,699,000
10.
3,299,000
11.
5,399,000
12.
6,799,000
13.
3,249,000
14.
4,980,000
15.
53,500,000
17.
3,600,000
18.
13,339,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง