บทความ

มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี


เอสยูวี รุ่นแรกที่ผันมาใช้ระบบ พลัก-อิน ไฮบริด กับระยะทำการกว่า 30 กม. เมื่อขับเคลื่อนด้วยโหมดพลังงานไฟฟ้าล้วนๆ ให้การขับขี่ที่นุ่มนวล และเพลิดเพลิน

 

มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี เอสยูวีสายพันธุ์ใหม่ ที่ผสมผสานความแปลกใหม่ และความดั้งเดิมไว้ในรถคันเดียวกัน เน้นพื้นที่ใช้สอย มาพร้อมระบบพลัก-อิน ไฮบริด และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ รถรุ่นนี้ไม่ได้ติดตั้งชุดเกียร์ แต่ถูกแทนที่ด้วยคลัทช์แบบไฮดรอลิค ค่ายรถแดนอาทิตย์อุทัยมีประสบการณ์ล้นเหลือจากรถไฟฟ้า ไอ-เมียฟ (I-MIEV) และประสบความสำเร็จจากการสรรค์สร้างรถรุ่นดังกล่าว ด้วยยานยนต์ที่มีค่าไอเสียต่ำเกือบถึง 0 โดยไม่จำกัดแค่การขับขี่ในเมือง ด้วยการทำงานของเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร กำลัง 121 แรงม้า ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนกำลัง 82 แรงม้า จำนวน 2 ตัว ส่งกำลังสู่เพลาขับแต่ละอัน

เราปรับคันโยกสู่เกียร์ D และออกตัวทันใด แบทเตอรีถูกชาร์จเต็ม (ไฟฟ้า 5 แอมพ์ จะใช้เวลาชาร์จเต็ม 5 ชม. ในโหมดมาตรฐาน ขณะที่ไฟฟ้า 125 แอมพ์ จะใช้เวลาเพียง 30 นาที ในการชาร์จถึง 80 % โหมดเร่งด่วน) รถคันนี้แล่นได้อย่างเงียบ เรียบเนียน และไหลลืน แต่ไม่อืดอาด ระดับของหม้อเก็บกระแสไฟฟ้าลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อเราขับอยู่ที่ 110 กม./ชม. ในสภาพถนนที่ทำความเร็วได้ เมื่อเราเพิ่มความเร็วเป็น 120 กม./ชม. โดยที่มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนทำงานทั้ง 2 ตัว ระยะทำการที่ได้ คือ 30 กม. หากลดความเร็วลงมา และควบคุมคันเร่งให้เหมาะสม เพื่อใช้ประโยชน์ขณะถอนเท้า หรือชาร์จกระแสไฟขณะเบรค เราอาจได้ระยะทำการถึง 52 กม. ตามที่ มิตซูบิชิ กล่าวอ้างเอาไว้

เมื่อแบทเตอรีจวนจะหมดลง เครื่องยนต์สันดาปก็จะเริ่มทำงานเพื่อปั่นกระแสไฟฟ้า โดยไม่ต้องเสียเวลาต่อปลั๊กแต่อย่างใด เมื่อจอดอยู่กับที่และอยู่ในโหมดชาร์จกระแสไฟ (มีโหมดประหยัดให้เลือกเพื่อสำรองกระแสไฟฟ้าสำหรับการใช้งานในภายหน้า) ระดับแบทเตอรีขึ้นมาถึง 80 % ในเวลาไม่ถึง 40 นาที เมื่อขณะแล่นอยู่ การชาร์จกระแสไฟฟ้าจะใช้เวลามากขึ้น แล้วแต่สภาพพื้นผิวถนน และลักษณะการขับขี่ เพราะเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ต้องแบ่งกำลังเพื่อการขับเคลื่อน ท่ามกลางสภาพถนนที่หลากหลาย สลับการขึ้น/ลงเนินเขา เราสามารถชาร์จกระแสไฟฟ้ากลับมาได้ถึงระดับครึ่งหนึ่งในเวลา 40 นาที ขณะที่คอมพิวเตอร์แสดงผลอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ 14.7 กม./ลิตร (6.8 ลิตร/100 กม.) แน่นอนว่าเราได้พิสูจน์ความน่าเชื่อถือของตัวเลขดังกล่าวจากการทดสอบในส่วนถัดมา ระหว่างการขับครั้งแรก เราทำได้ที่ 33.3 กม./ลิตร (3 ลิตร/100 กม.) ไปจนถึง 8.5 ลิตร/กม. ในสภาวะการชาร์จกระแสไฟเต็มที่ และบันทึกอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยที่ 16.7 กม./ลิตร (6 ลิตร/100 กม.)

เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี มีน้ำหนักตัวมากกว่ารุ่นเครื่องยนต์เบนซิน ขับเคลื่อน 4 ล้อ ถึง 320 กก. ซึ่งรับรู้ได้ไม่ยากขณะขับขี่ รถรุ่นนี้พัฒนาขึ้นมาเพื่อการขับขี่แบบสะดวกสบาย ไม่ใช่เพื่อการขับขี่แบบเน้นความเร็ว พวงมาลัยตอบสนองนุ่มนวล การบังคับเลี้ยวค่อนข้างเที่ยงตรง ให้ความรู้สึกมั่นคงเป็นอย่างดี พูดง่ายๆ คือ พีเอชอีวี ไม่ใช่รถสำหรับผู้คลั่งไคล้ความเร็ว ถึงอย่างนั้นเครื่องยนต์ทั้ง 3 ตัวก็พร้อมที่จะทะยานไปข้างหน้าเมื่อไรก็ตามที่ต้องการ ระบบเบรคทำได้ดีตามมาตรฐานรถพลังงานไฮบริด คันเร่งมีระยะที่สั้น แต่น้ำหนักเบา ขับขี่สบาย

 

ข้อมูลจำเพาะ
พีเอชอีวี
เครื่องยนต์ เบนซิน ขนาด 1998 ซีซี 3 สูบเรียง
กำลัง 121 แรงม้า ที่ 4500 รตน.
แรงบิดสูงสุด 19.4 กก.-ม. ที่ 4500 รตน.
มอเตอร์ขับเคลื่อน กำลัง 82 แรงม้า (2 ตัว)
รวมกำลังทั้งระบบ 203 แรงม้า
ขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา
ความเร็วสูงสุด 170 กม./ชม.
ระยะทำการในโหมดไฟฟ้าล้วน 52 กม.
มิติตัวถังมยาว 4860 มม. กว้าง 1800 มม. สูง 1680 มม.
น้ำหนักรวม 1810 กก.

 

เทคนิค
3 พลังขับเคลื่อนแบบไร้ชุดเกียร์

มอเตอร์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 1 ตัว ถูกติดตั้งบริเวณล้อคู่หน้า (ร่วมกับเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร) อีกตัวหนึ่งถูกติดตั้งบริเวณเพลาขับของล้อคู่หลัง ขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา มีหน่วยควบคุม 2 จุด และตัวจ่ายกระแสไฟฟ้า 1 ตัว ไม่มีชุดเกียร์ หรือระบบส่งกำลังใดๆ แต่แทนที่ด้วยระบบคลัทช์แบบไฮดรอลิคทำหน้าที่จับคู่การทำงานระหว่างเครื่องยนต์สันดาปและเพลาขับคู่หน้า เมื่อถึงความเร็วที่กำหนดเอาไว้เท่านั้น บริเวณด้านล่างตรงกลางของตัวถังติดตั้งชุดแบทเตอรีลิเธียม-ไอออน ขนาด 12 กิโลวัตต์ กำลังไฟฟ้า 300 โวลท์ จำนวน 10 ลูก (รับประกัน 5 ปี คาดหมายอายุการใช้งานที่ 10 ปี เป็นอย่างน้อย และราคาของแบทเตอรีทั้งชุดอยู่ที่ประมาณ 261,000 บาท หรือ 5,832 ยูโร) ข้อมูลเหล่านี้ของ พีเอชอีวี บ่งบอกแนวคิดของความเป็นรถ พลัก-อิน ไฮบริด ระบบไฟฟ้าที่สลับซับซ้อนแต่เอื้อประโยชน์ต่อการใช้งานของผู้ขับได้มาก ด้วยระบบขับเคลื่อนถึง 3 โหมดด้วยกัน คือ ระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วน (หรือ อีวี ให้กำลัง 82 แรงม้า) ระบบไฮบริดแบบสลับกันทำงาน (กำลัง 163 แรงม้า) และระบบไฮบริดแบบทำงานคู่ขนาน (กำลัง 203 แรงม้า) โดยในโหมดแรก การขับเคลื่อนถูกรับหน้าที่โดยพลังงานไฟฟ้าเท่านั้น โหมดที่ 2 ถัดมา เมื่อพลังงานของแบทเตอรีอยู่ในระดับต่ำ หรือต้องการกำลังเป็นพิเศษเพื่อเรียกอัตราเร่ง ระบบจะเปลี่ยนมาขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สันดาป พร้อมกับทำหน้าที่ชาร์จกระแสไฟฟ้ากลับสู่แบทเตอรีไปในตัว และในโหมดที่ 3 ที่ความเร็วสูง การขับเคลื่อนจะกระทำจากล้อคู่หน้า เครื่องปั่นกระแสไฟฟ้าส่งพลังงานไปเก็บที่แบทเตอรี และมอเตอร์ขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าคอยเสริมแรงเมื่อเพิ่มความเร็ว



------------------------------
เรื่องโดย : DE ALESSIO VIOLA
ภาพโดย : QUATTROROUTE
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤษภาคม ปี 2557
คอลัมน์ : รายงาน
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/jXrfb
อัพเดทล่าสุด
5 Dec 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,180,000
2.
19,800,000
3.
31,900,000
4.
24,700,000
5.
1,990,000
6.
12,959,000
8.
31,900,000
10.
33,900,000
12.
3,699,000
13.
1,030,000
15.
6,000,000
17.
4,999,000
19.
23,420,000
20.
32,900,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th