มุมมองนักออกแบบ

ฮอนดา ซีวิค แฮทช์แบค


ฮอนดา ซีวิค แฮทช์แบค ใช้โครงสร้างร่วมกันกับ ฮอนดา ซีวิค ซีดาน 4 ประตู ใหม่ เจเนอเรชัน 10 ที่มีแนวคิดการออกแบบ “THE CIVIC-CREATING A WAY OF LIFE” ห้องโดยสารกว้าง จากระยะฐานล้อที่เพิ่มขึ้นจากตัวถัง ซีดาน 1.8 ลิตร (รุ่น 1.5 เทอร์โบ) ใช้วัสดุคุณภาพสูง แผงหน้าปัดและมาตรวัดความเร็วแสดงผลเป็นตัวเลขดิจิทอล แผงคอนโซลกลางแยกเป็น 2 ชั้น เบาะนั่งคนขับ และผู้โดยสารปรับไฟฟ้า เครื่องยนต์เทอร์โบ ขนาด 1.5 ลิตร DOHC VTEC TURBO แบบฉีดตรงเข้าห้องเผาไหม้ เทคโนโลยีเอิร์ธดรีมส์ ให้กำลังสูงสุด 173 แรงม้า ที่ 5,500 รตน. แรงบิดสูงสุด 22.4 กก.-ม. ที่ 1,700-5,500 รตน. ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT 7 จังหวะ

ฟอร์มูลา : สิ้นสุดการรอคอยสำหรับ ซีวิค แฮทช์แบค แต่ดูทรงแล้ว แทบไม่ต่างจากรุ่นซีดาน

 

ภัทรกิติ์ : ผมมองคล้ายกันครับ ดูเหมือนรุ่นซีดาน แตกต่างกันแค่กันชน เขาคงออกแบบมาสำหรับรุ่น ไทพ์อาร์ เป็นหลัก แต่ตัวนี้ปรับลงมาเยอะ เพราะไม่ได้ต้องการแรงเท่าเขา

 

อภิชาต : รูปลักษณ์ภายนอกมันก็เหมือนเดิมนั่นแหละครับ เพียงแค่เปลี่ยนกันชน แต่ผมติดใจว่าทำไมต้องมีช่องว่างเหมือนตะแกรงอยู่บริเวณด้านหน้าด้วย ดูพื้นที่ตะแกรงมันเยอะเกินไป

 

ภัทรกิติ์ : เขาเอาแรงบันดาลใจมากจากรุ่น ไทพ์อาร์ ต้องการเป็น ไทพ์อาร์ แต่ไม่ได้ต้องการฟังค์ชันแบบ ไทพ์อาร์ มองผ่านๆ ก็รู้สึกว่าแรงอยู่

 

ฟอร์มูลา : ซีวิค แฮทช์แบค เป็นตัวแรงสุดแล้วนะครับ เครื่อง 1.5 VTEC TURBO กำลังสูงสุด 173 แรงม้า นะครับ ถือว่าแรงอันดับต้นๆ ในเมืองไทยแล้ว สำหรับรถเก๋งขนาดกลาง

 

อภิชาต : เรากลับมาดูเรื่องดีไซจ์นกันต่อ ผมว่าไฟตัดหมอกอยู่ในตำแหน่งที่แปลกๆ นะครับ ดูขัดตามาก มันควรจะอยู่ในตำแหน่งที่ดูดีกว่านี้ การออกแบบเป็นการคุยกันระหว่างเทคนิเชียลเอนจิเนียริงกับดีไซจ์เนอร์ หรือเป็นเพราะว่าดีไซจ์นไม่สามารถแก้ไขได้

 

ภัทรกิติ์ : หรือเพราะจินตนาการสำคัญกว่าความจริง (การมโน) การดีไซจ์นของคันนี้ ถ้าไม่นับว่ามีประตูที่ 5 มันเป็นงานแต่งเติมทั้งหมด เหมือนงานศัลยกรรมพลาสติค เนื้อในทั้งหมดมันไม่ใช่ รถคันนี้สั้นกว่าเดิมกี่มม. ฐานล้อน่าจะเท่าเดิม

 

ฟอร์มูลา : มิติตัวรถ ยาว/กว้าง/สูง อยู่ที่ 4,501/1,799/1,421 มม. เทียบกับ ซีวิค ซีดาน เทอร์โบ อาร์เอส ความยาวตัวรถน้อยกว่า 129 มม. ความสูงมากกว่าเล็กน้อยเพียง 5 มม. เพราะมีวงล้อขนาดใหญ่ และหน้ากว้างมากขึ้น แต่ระยะฐานล้อเท่ากันที่ 2,697 มม. เท่าที่ดูระยะตัวถังตั้งแต่เสากลาง หรือ B-PILLAR ไปจนถึงด้านท้ายของตัวรถจะมีความสูงมากกว่า คงเพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านท้ายในแนวตั้ง ขณะที่ระยะโอเวอร์แฮงด้านท้ายสั้นลง

 

อภิชาต : การออกแบบด้านหลังลาดลงเร็วไปนิด ตรงบริเวณเสาหลังมันน่าจะมีพื้นที่กว่านี้ แต่เขาเอาตัวสปอยเลอร์หลังมาเชื่อมต่อกัน ทำให้ผมไม่เข้าใจว่า ทำไม ฮอนดา ถึงแบ่งรุ่นออกมามากขนาดนี้ ซึ่งดูแล้วมิติก็ใกล้เคียงกัน แถมการใช้งานจริงๆ มันไม่ได้แตกต่างกันมาก แถมตัวแฮทช์แบคเหมือนจะด้อยกว่าด้วยซ้ำ ในเรื่องการบรรทุกสัมภาระ

 

ภัทรกิติ์ : แต่แฮทช์แบคก็น่าจะใส่ของทรงสูงได้สะดวกมากกว่านะครับ เช่น คนชอบขี่จักรยานน่าจะชอบ เพราะตัวซีดานทำไม่ได้ จะติดคาน ยัดได้แต่ของยาว และแบน แต่ตัวนี้ได้ของสูงด้วย ซึ่งคนที่ต้องการฟังค์ชันนี้คงถูกใจ แต่บางคนคิดซื้อรถคันนี้เพราะดูสปอร์ท จากหลังคาที่ดูฟาสต์แบค (หลังคาลาด) ผมว่าทรงแบบนี้อาจดูลงตัวในสายตาของคนหลายคน แต่ในสายตาของพวกเรานักออกแบบ ผมว่ามันยังไม่สมบูรณ์ น่าจะยาวกว่านี้อีกสักหน่อย

 

อภิชาต : ผมมองคล้าย อาจารย์ภัทรกิติ์ ตัวเส้นน่าจะมีพื้นที่มากกว่านี้อีกสักนิ้ว เราอยู่ในวงการออกแบบ ถ้ารถคันไหนออกแบบสวย ดูปั๊บก็สวยเลย แต่ถ้าขัดตา มันจะขัด สักพักหนึ่งแล้วก็จะชินไปเอง

 

ฟอร์มูลา : สรุปว่า ซีวิค แฮทช์แบค ไม่สวย

 

ภัทรกิติ์ : ไม่ขนาดนั้นครับ แค่ติงว่าเขาพยายามออกแบบให้ดูเป็นรถสปอร์ท ด้วยการใส่ศัลยกรรมพลาสติคเต็มหน้า/หลัง แต่ดูเหมือนมีบางอย่างหายไป เช่น ท่อไอเสียคู่ คันนี้ท่อไอเสียมันกุดๆ เลยดูขัดแย้งไปหน่อยครับ แต่อย่างว่า ดูไปนานๆ คงจะชินไปเอง

 

อภิชาต : รถรุ่นนี้วัยรุ่นน่าจะชอบครับ ผมมองว่าวัยรุ่นที่ชอบความเร็ว จะชอบรถสปอร์ท เพราะว่าภาพลักษณ์ของ ซีวิค เป็นซีดาน มันเป็นรถครอบครัว ดูพรีเมียม แต่ตัวนี้เป็นแบบ 5 ประตู ดูสปอร์ท ว่าแต่รุ่นนี้ เขาจะทำเป็นรุ่นโมดูโลหรือเปล่า ดูแล้วลูกค้าน่าจะน้อย เพราะคาแรคเตอร์ไม่ใช่รถตลาด

 

ภัทรกิติ์ : มองนานๆ หัวใจมันคึกกว่าเดิม ผมรู้สึกว่า อยู่ด้วยแล้วแฮพพี ขับแล้วคงรู้สึกดี ท้ายที่สั้นก็ช่วยในหลายๆ เรื่อง เช่น เข้าจอดง่าย มวลที่ยื่นออกไปด้านท้ายน้อยลง รถจะท้ายปัดน้อยลง ถ้าเกิดเอาไปวัดกับตัวซีดานกันจริงๆ คงจะเหนื่อยหน่อย เนื่องจากฝาท้ายที่เปิดกว้าง รถก็จะแข็งน้อยหน่อย ถ้าเอาไป “ซิ่ง” กันจริงๆ ก็ต้องดามหัวชอคอับ เพื่อให้แข็งเท่ารถซีดาน



------------------------------
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการบทความและสารคดี
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2560
คอลัมน์ : มุมมองนักออกแบบ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/emK9a
เพิ่มเพื่อน