บทความ

หย่ากัน-ฉันรวย


คดีฟ้องหย่าของ ซู แอนน์ ผู้เป็นภรรยาเริ่มต้นเมื่อ 18 พฤษภาคม 2 ปีที่แล้ว และ แฮโรลด์ แฮมม์ ผู้เป็นสามีจำเลยผู้ถูกฟ้องหวังว่า คดีจะสิ้นสุดลงปลายปีนี้

สื่อยังถามแบบคลายเครียดว่า แล้วพ่อเจ้าประคุณคิดจะแต่งงานอีกไหม ? อัครมหาเศรษฐีบ่อน้ำมัน แฮมม์ เซย์โน “ไม่เอาแล้ว”

คดีฟ้องหย่าอยู่ที่ศาลเมืองโอคลาโฮมา ถ้า ซู แอนน์ ชนะคดี ก็จะได้เงินไม่ต่ำกว่า 11 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ฯ หรือประมาณ 3 แสนล้านกว่าบาท ประเด็นสำคัญในการสู้คดีของฝ่ายสามีก็คือ ไม่เคยมีบันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับสินทรัพย์ก่อนสมรส

บารอนแห่งน้ำมันโลกแต่งงานกับ ซู แอนน์ เมื่อ 27 ปีที่แล้ว ทั้ง 2 ตกลงแยกทางกัน ตั้งแต่วันที่ ซู แอนน์ ยื่นฟ้องศาล คือ 18 พฤษภาคม 2012 ซึ่งนักกฎหมายเห็นว่า วันที่แยกทางกันนี้ สามารถนำไปคลายปมปัญหาการแบ่งสินทรัพย์ เพราะถ้าตกลงแยกทางในปี 2013 ทรัพย์สินของ แฮมม์ ก็จะไม่มีทางเป็น สินสมรส
ในบรรดาคนอเมริกันด้วยกันที่เป็นเจ้าของบ่อน้ำมัน ไม่มีอเมริกันคนใดมีบ่อน้ำมันมากเท่า แฮโรลด์ แฮมม์ ความร่ำรวยของผู้ชายวัย 68 อยู่กับ คอนทิเนนทัล รีซอร์ศส์ ซึ่งเขามีตำแหน่งเป็น ซีอีโอ

คดีประวัติศาสตร์ของการหย่าร้าง ที่มีเงินจำนวนมหาศาลเกี่ยวข้องหลังสุดของสหรัฐอเมริกา คือ คดีฟ้องหย่าในปี 1999 ของ เจ้าพ่อสื่ออเมริกันชื่อ รูเพิร์ท เมอร์ดอช แบ่งสินสมรสให้กับ แอนนา-ฝ่ายภรรยาถึง 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ฯ หรือประมาณ 5 หมื่นกว่าล้านบาท

ถ้า ซู แอนน์ วัย 57 ปี ได้เงินเข้ากระเป๋า 3 แสนกว่าล้านบาท เธอจะได้ชื่อว่า เป็นสุภาพสตรีที่รวยที่สุดในสหรัฐอเมริกาคนที่ 20 รวยกว่า โอพราห์ วินฟรีย์ พิธีกรคนดังซึ่งนิตยสาร ฟอร์บส์ แจ้งเมื่อ 2 ปีก่อนว่ามีเงินไม่น้อยกว่า 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ฯ เกือบ 9หมื่นล้านบาท

เงิน 3 แสนกว่าล้านบาท ที่ แฮมม์ จะต้องจ่าย ซู แอนน์ นั้น มาจาก การขายหุ้นบริษัท คอนทิเนนทัล ซึ่งเขามีอยู่ถึง 68 % โดยเป็นการขายใน โอเพน มาร์เกท (การซื้อขายหลักทรัพย์โดยธนาคารกลาง ใช้ในการควบคุมปริมาณเงินตรา เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโดยกระทำผ่านการซื้อขายหลักทรัพย์ของรัฐบาล) ซึ่งจะเป็นผลทำให้เขาเหลือหุ้นไม่ถึง 50 %

ตุลาการที่ทำหน้าที่พิจารณาคดีนี้ คือ ผู้พิพากษา ฮอวอร์ด แฮแรลสัน วัย 53 ปี มีข้อวินิจฉัยเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า หุ้นคอนทิเนนทัลของ แฮมม์ จำนวน 122 ล้านหุ้น ที่ แฮมม์ ครอบครองมาก่อนการสมรส ไม่ใช่สินสมรส ซึ่ง แฮโรลด์ แฮมม์ พอใจคำวินิจฉัย

และบรรดาผู้ถือหุ้นทั้งหลายของ คอนทิเนนทัล ต่างก็ถอนหายใจโล่งอก เกี่ยวกับผลสะท้อนมูลค่าหุ้นอันจะต้องเปลี่ยนไปในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่ง 10 เดือน หลังจากคดีขึ้นศาล มูลค่าหุ้น คอนทิเนนทัล ตีลังกาลงมา 3 %

ระยะเริ่มแรกของคดีความ แฮมม์ พยายามให้เรื่องเงียบที่สุด เท่าที่จะทำได้ ถึงกับขอใช้นามแฝงในคดีหย่าร้างว่า เป็นคดีความระหว่าง “เจน โด โจทก์ และ จอห์น โด จำเลย” แต่ใช้ชื่อปลอมได้แค่ 5 เดือนเศษ ตุลาการ แฮแรลสัน ก็บังคับให้คู่ความใช้ชื่อนามสกุลจริง

ก่อนคดีขึ้นศาล ทั้ง 2 เล่นบทไฮพโรไฟล์ในสังคม เพราะเป็นคู่สมรสที่ร่ำรวยในโอคลาโฮมา เขาควงกันออกงานทางการเมืองและบริจาคช่วยเหลือสังคม ไปพักผ่อนที่ไหนก็ไปกันทั้งครอบครัว 2 ผัวเมีย และลูกสาวอีก 2 คน ช่างภาพเก็บภาพที่ไหน เมื่อไร ก็จะเป็นภาพครอบครัวที่หวานแหววทุกภาพ

เมื่อเดือนเมษายน 2 ปีก่อน สองคนไปร่วมงาน “บแลค-ไท ดินเนอร์” ในโอกาสที่นิตยสาร ไทม์ บัญญัตินาม “แฮโรลด์ แฮมม์” คือ 1ใน 100 ผู้ทรงอิทธิพลมากสุดในโลก

และในเดือนต่อมา เขายังเปิดคฤหาสน์-แมนชันที่เขาซื้อไว้เมื่อปี 2009 จัดงานเลี้ยงให้ มิทท์ รอมนีย์ ผู้สมัครเลือกตั้งประธานาธิบดี รวมทั้งผู้บริจาคพรรครีพับลิแกน 700 คน ในโอกาสที่ รอมนีย์ ประกาศตั้งให้ แฮมม์ เป็นที่ปรึกษาอาวุโสฝ่ายพลังงาน งานบริจาคค่ำวันนั้นได้เงินไม่น้อยกว่า 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ฯ
แต่…9 วันหลังจากนั้นเอง ซู แอนน์ ก็นำคดีขึ้นฟ้องศาล

แฮโรลด์ แฮมม์ ไม่ได้เกิดจากตระกูลที่ร่ำรวย ครอบครัวของเขาเป็นชาวนาที่ยากจน ต้องทำนาเพื่อชำระค่าเช่านาด้วยผลผลิต แฮมม์เมื่ออายุได้ 20 ปี ประกอบอาชีพเป็นคนขัดล้างถังน้ำมัน ที่เรียกว่า บาร์เรล

ไม่กี่ปีต่อมา แฮมม์ กลั่นน้ำมันได้วันละ 75 บาร์เรล จากที่ดินของเขา กำไรที่ได้จากบ่อน้ำมันบนที่ดินของเขา ถูกนำมาใช้เป็นค่าวิชาในมหาวิทยาลัย คณะธรณีวิทยา

แฮมม์ ก่อตั้งบริษัท คอนทิเนนทัล ในปี 1967 แต่งงานกับ ซู แอนน์ ในลาสเวกัสเมื่อเดือนเมษายน 1988 ห่างจากการหย่าร้างครั้งแรกของเขา 6 เดือนเศษ และนับแต่นั้นมาชีวิตของเขาก็เริ่มเปลี่ยนสถานะดีขึ้น
มีการค้นพบบ่อน้ำมันใหญ่ที่สุดทางนอร์ธดาโคตา งานของคอนทิเนนทัลทางด้านกฎหมายอยู่ในมือ ซู แอนน์ ซึ่งเธอได้วุฒิปริญญาบัตรมาจากมหาวิทยาลัยทูลซา ทุกวันนี้ บ่อน้ำมันดังกล่าวให้ผลผลิตวันละ 7 แสนบาร์เรล
เค้าลางแห่งการฟ้องหย่าของซู แอนน์ เริ่มต้นในปี 1998 10 ปีให้หลังจากวันที่เขาแต่งงานกันที่ลาสเวกัส แฮมม์ ได้รับการบอกเล่าว่าภรรยาของเขามีการหารือกับทนายความถึงการฟ้องหย่า ซึ่ง แฮมม์ พยายามทุกวิถีทางเพื่อมิให้คดีขึ้นศาล จนกระทั่ง คดีถูกถอนฟ้องเมื่อ 15 ธันวาคม 1998 นั่นเอง

ปัญหากลับมาอีกครั้งในปี 2003 หรือ 5 ปีหลังจากนั้น ซู แอนน์ ทิ้งบ้านของ แฮมม์ ที่เมืองเอนิด (อยู่ทางตอนเหนือของโอคลาโฮมา) พาลูกสาว 2 คนขับรถไปโอคลาโฮมา ซิที เป็นระยะทางไม่ต่ำกว่า 100 ไมล์

หลักฐานในการสู้ความระบุ แฮโรลด์ แฮมม์ ครองหุ้นรายใหญ่ก่อนสมรสกับ ซู แอนน์ ในปี 1988 ซึ่งในปี 1999 หรือ 11 ปีต่อมา แฮมม์มีหุ้นเพิ่มเป็น 91 % ก่อนที่วันนี้จะครองหุ้นอยู่ 68 %

ต้องไม่ลืมว่า ราคาน้ำมันดิบของวันนั้นกับวันนี้มันต่างกันด้วยประการทั้งปวง เมื่อปีที่เขาแต่งงานกันในลาส เวกัส น้ำมันของเขามีราคาบาร์เรลละ 16 ดอลลาร์สหรัฐ ฯ แต่ในเดือนพฤษภาคม 2012 ราคาขึ้นเป็นบาร์เรลละ 95 ดอลลาร์สหรัฐ ฯ

จำนวนหุ้นที่เขาถือครองอยู่ในคอนทิเนนทัล คือ 122,010,608 หุ้น ซึ่งศาลวินิจฉัยมิใช่สินสมรส และหลังจากทราบคำวินิจฉัยของศาลแล้ว แฮมม์ ให้สัมภาษณ์ว่าไม่มีอะไรแปลกประหลาด หรือผิดปกติ เพราะมันคือ สินนอกสมรสชัดเจนอยู่แล้ว

และ แฮมม์ ยืนยันว่า ธุกิจในด้านน้ำมันของเขากำลังไปข้างหน้าด้วยดี ผลประกอบการในปีที่แล้ว 2013 เพิ่มขึ้นถึง 39 % ขณะกำลังการผลิตก็ทำได้ถึงวันละ 144,000 บาร์เรล

“เรามีทีมงานที่ชำนาญการเป็นพิเศษ ช่วยให้บริษัทของเราไม่ได้รับผลกระทบแต่ประการใด และเราก็จะประกอบการของเราต่อไปอย่างไม่ท้อ”

อันที่จริงก็ไม่มีประโยชน์อะไร ที่จะต้องใฝ่รู้ว่า ซู แอนน์ จะได้รับเงินจากคดีความเรื่องนี้จำนวนเท่าใด คนทั้ง 2 แยกกันอยู่มานานกว่า 2ทศวรรษ เอกสารที่ศาลได้รับเป็นความลับที่ไม่ได้รับการนำออกมาแพร่งพรายต่อสาธารณะ ประกอบทั้ง แฮมม์ เองก็ให้สัมภาษณ์ไม่บ่อยนัก โดยทุกครั้งเขาก็จะบอกเพียงว่า จำนวนเงินที่ระบุกันออกมานั้น ยังคลาดเคลื่อนความเป็นจริง

คณะทนายความของ ซู แอนน์ อ้างเอกสารสำคัญ คือ นิตยสารฟอร์บส์เป็นพยานเอกสารต่อการระบุมูลค่าสินทรัพย์ของ บารอนแห่งโลกน้ำมัน ซึ่ง ฟอร์บส์ ก็พยายามต่อสู้ในเรื่องนี้ และไม่เคยมีการส่งมอบเอกสารใดที่เกี่ยวกับคดีของ แฮมม์ ให้กับกลุ่มทนายความโจทก์

5 ปีที่ผ่านมา มูลค่าหุ้นของ คอนทิเนนทัล รีซอร์ซ ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 400 % แฮมม์ คาดว่า น้ำมันของเขาที่นอร์ธ ดาโคตา จะมีกำลังการผลิตมากที่สุดในไม่ช้าถึงวันละ ล้านบาร์เรล

“เมื่อ 5 ปีที่แล้ว เราเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 2 เท่า” แฮมม์ กล่าว “และเราก็จะเพิ่มอีก 2 เท่าใน 5 ปีข้างหน้า”

แฮโรลด์ แฮมม์ จากตระกูลที่ยากจน เป็นลูกคนที่ 13 ของครอบครัว เคยเป็นเด็กปั๊ม บ้านของพ่อแม่ในโอคลาโฮมาก็เป็นบ้านที่มีห้องเดียว เริ่มงานบริการเป็นครั้งแรกด้วยบริการขนส่งน้ำมัน ภายใต้ชื่อ “แฮโรลด์ แฮมม์ แทงค์ ทรัค เซอร์วิส” ในปี 1966 ซึ่งขณะนั้น เขามีสมบัติพัสถานเพียง รถกระบะเก่าๆ ยี่ห้อ ฟอร์ด บอบเทล คันเดียว เพื่อบริการบ่อน้ำมัน

คนไทยโชคดี การฟ้องหย่าไม่มีตัวเลขเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นหมื่นล้าน แสนล้านบาท ขืนมีกฎหมายค่าเลี้ยงดูแบบฝรั่ง ผู้ชายคนไทยหลายคนรวมถึงผมอีกคนต้องเป็นขอทานแน่เลย…!



------------------------------
เรื่องโดย : ข้าวเปลือก
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2557
คอลัมน์ : ประสาใจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/r8Hha

Follow autoinfo.co.th