บทความ

TOYOTA AYGO/CITROEN C1/PEUGEOT 108


 

เดือนนี้เป็นอีกเดือนหนึ่งที่ “ระเบียงรถใหม่” นำเสนอแต่รถขนาดเล็กกระจิ๋วหลิวล้วนๆ เป็นรถเล็กจริงๆ เพราะคันที่ใหญ่ที่สุดก็ยังมีตัวถังสั้นกว่า 4 เมตร คือ ยาวพอๆ กับ ฮอนดา แจซซ์ (HONDA JAZZ) รถยอดฮิทที่วิ่งอยู่กลาดเกลื่อนในบ้านเรา เป็นรถอย่างที่เรียกขานกันในยุโรปว่า A-SEGMENT CAR และ B-SEGMENT CAR นั่นเอง

ขอแทรกเป็นความรู้ทั่วไปไว้ตรงนี้ว่า CAR CLASSIFICATION METHOD หรือการจำแนกประเภทของรถยนต์นั่ง ที่นิยมใช้กันอยู่ในภูมิภาคยุโรปตะวันตกขณะนี้ เขาแบ่งรถเป็น 9 ประเภท คือ A-SEGMENT หรือ MINI CAR หมายถึง รถขนาดมีนีอย่าง สมาร์ท ฟอร์ทู (SMART FORTWO) และ โฟล์คสวาเกน อัพ ! (VOLKSWAGEN UP!) B-SEGMENT หรือ SMALL CAR หมายถึง รถขนาดเล็กอย่าง ฟอร์ด ฟิเอสตา (FORD FIESTA) และ โฟล์คสวาเกน โพโล (VOLKSWAGEN POLO) C-SEGMENT หรือ MEDIUM CAR หมายถึง รถขนาดกลางอย่าง ฟอร์ด โฟคัส (FORD FOCUS) และ โฟล์คสวาเกน กอล์ฟ (VOLKSWAGEN GOLF) D-SEGMENT หรือ LARGE CAR หมายถึง รถขนาดใหญ่อย่าง ฟอร์ด มนเดโอ (FORD MONDEO) และ ฮันเด โซนาตา (HYUNDAI SONATA) E-SEGMENT หรือ EXECUTIVE CAR หมายถึงรถสำหรับผู้บริหารอย่าง บีเอมดับเบิลยู ซีรีส์-5 (BMW 5-SERIES) F-SEGMENT หรือ LUXURY CAR หมายถึง รถระดับหรูอย่าง เมร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาสส์ (MERCEDES-BENZ S-CLASS) S-SEGMENT หรือ SPORT COUPE หมายถึง รถสปอร์ททุกแบบ M-SEGMENT หรือ MULTI PURPOSE CAR หมายถึงรถอเนกประสงค์ทุกแบบ และ J-SEGMENT หรือ SPORT UTILITY CAR หมายถึง รถกิจกรรมกลางแจ้งทุกแบบ

รถเล็กกระจิ๋วหลิวชุดแรกที่นำเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟังในเดือนนี้คือ โตโยตา อาอีโก (TOYOTA AYGO) ซีตรอง เซ เอิง (CITROEN C1) และ เปอโฌต์ 108 (PEUGEOT 108) เป็นผลงานจากความร่วมมือของผู้ผลิตรถยนต์ 3 ค่ายใหญ่ เป็น A-SEGMENT CAR ซึ่งเพิ่งปรากฏตัวแบบ WORLD PREMIERE หรือ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานมหกรรมยานยนต์เจนีวาครั้งที่ 84 เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมานี่เอง

ประวัติความเป็นมาของรถจิ๋ว 3 แบบนี้ สามารถย้อนหลังไปได้จนถึงวันที่ 12 กรกฎาคม 2001 อันเป็นวันที่นายใหญ่ของ โตโยตา คือ ฟูจิโอะ โช (FUJIO CHO) และนายใหญ่ของค่าย เปอโฌต์/ซีตรอง ตัดสินใจที่จะร่วมกันออกแบบและพัฒนารถขนาดจิ๋วเพื่อจำหน่ายในตลาดยุโรป เป็นโครงการความร่วมมือเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการออกแบบ/พัฒนาที่เรียกขานกันเป็นการภายในว่า B-ZERO PROJECT

3 ปีเศษหลังจากนั้น โครงการดังกล่าวก็บรรลุเป้าหมาย ที่งานมหกรรมยานยนต์เจนีวาครั้งที่ 75 ซึ่งเปิดฉากขึ้นตอนต้นเดือนมีนาคม 2005 และทีมงานของ “สื่อสากล” ก็เดินทางไปทำข่าวด้วย มีรถขนาดจิ๋ว 3 แบบ ที่ปรากฏตัวในลักษณะ WORLD PREMIER หรือ “ครั้งแรกในโลก” ในงานนี้ คันหนึ่งเห็นได้ในบูธของยักษ์ใหญ่ โตโยตา ซึ่งอยู่ในฮอลล์ 4 พร้อมกับป้ายชื่อ โตโยตา อาอีโก (TOYOTA AYGO) ส่วนอีก 2 คัน อวดตัวอยู่ในบูธของ ซีตรอง และ เปอโฌต์ ซึ่งอยู่ในฮอลล์ 6 โดยติดป้ายชื่อ ซีตรอง เซ เอิง (CITROEN C1) และ เปอโฌต์ 107 (PEUGEOT 107)

เป็นรถแบบเดียวกัน แต่หน้าตาไม่เหมือนกัน และมีรายละเอียดในหลายๆ จุดทั้งภายนอกและภายในตัวถังที่แตกต่างกัน ทั้ง 3 แบบใช้โรงงานซึ่งตั้งอยู่ในสาธารณรัฐเชคเป็นที่ผลิต เริ่มจำหน่ายในหลายประเทศของยุโรปตอนกลางปี โดยมีตัวถังให้เลือกใช้ 2 แบบ คือ ตัวถัง 3 และ 5 ประตูแฮทช์แบค ที่ออกแบบให้นั่งได้รวม 4 คน เป้าหมายการผลิตต่อปีที่ตั้งไว้ในตอนนั้น คือ โตโยตา 100,000 คัน ซีตรอง 100,000 คัน เปอโฌต์ 100,000 คัน รวม 300,000 คัน เมื่อเปรียบเทียบขนาดตัวถังกับรถที่มีขายในบ้านเรา ก็พบว่ามีอยู่เพียงแบบเดียวเท่านั้นเองที่พอจะเทียบเคียงกันได้ คือ ฮอนดา บรีโอ (HONDA BRIO) ซึ่งตัวถังยาวกว่ากันประมาณ 15.5 ซม. และกว้างกว่ากันประมาณ 6.5 ซม.

เวลา 9 ปี ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว และช่วงชีวิตของรถรุ่นแรกนี้ก็สิ้นสุดลง พร้อมกับการปรากฏตัวของรุ่นที่ 2 ที่งานมหกรรมยานยนต์เจนีวาครั้งที่ 84 ดังที่กล่าวแล้วข้างต้น รถรุ่นที่ 2 ยังคงเป็นรถขนาดเล็กกระจิ๋วหลิวเหมือนรถรุ่นแรก ที่เปลี่ยนไปก็คือ รถที่ติดโลโก “สามวงรี” และติดโลโก “จ่าโท” ยังคงใช้ชื่อรุ่นเหมือนเดิม แต่รถที่ติดโลโก “สิงห์เผ่น” เปลี่ยนชื่อรุ่นจาก 107 เป็น 108

นิตยสารรถยนต์ชั้นนำฉบับหนึ่งของยุโรป อ้างแหล่งข่าววงในที่ล่วงรู้สายสนกลในของ โตโยตา ในยุโรปเป็นอย่างดี และรายงานข่าวว่า โตโยตา ซึ่งมีส่วนมากกว่าเพื่อนในการออกแบบและพัฒนารถรุ่นใหม่นี้ ใช้ความพยายามเป็นอย่างมากในการปรับปรุงสมรรถนะการขับขี่ ความประณีตของตัวถังทั้งภายนอก/ภายใน การประหยัดเชื้อเพลิง และการลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์จากปลายท่อไอเสีย เป็นรถรุ่นใหม่ที่ไม่อาจเรียกได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าใหม่ทั้งหมด เพราะอย่างน้อยทั้งพแลทฟอร์มและระบบรองรับล้วนยกชุดมาจากรถรุ่นเดิม นิตยสารฉบับดังกล่าวอ้างคำพูดของหัวหน้าทีมวิศวกรผู้ออกแบบ ซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่นเจ้าของนาม คาซูฮิโกะ “เดวิด” เตราอิ (KAZUHIKO “DAVID” TERAI) ที่ยืนยันว่า ครึ่งบนของตัวถังเป็นส่วนที่ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมด ในขณะที่ร้อยละ 30 ของแชสซีส์ ซึ่งรวมทั้งเพลาหลังแบบคานบิดที่แข็งแรงกว่าเดิม สปริงขด/แดมเพอร์กระบอกที่ปรับปรุงใหม่ และเหล็กกันโคลงที่มีขนาดโตขึ้น ก็ล้วนเป็นสิ่งที่ทำขึ้นใหม่เช่นกัน

นิตยสารฉบับดังกล่าวยังระบุด้วยว่าตัวถังส่วนบนของรถ 3 แบบ 3 ยี่ห้อนี้ เริ่มต้นขั้นตอนการออกแบบด้วยกระดาษที่ว่างเปล่า และต่างฝ่ายต่างออกแบบรายละเอียดขึ้นเอง เพื่อให้เกิดความแตกต่าง หากนำรถ 3 แบบ 3 ยี่ห้อนี้มาจอดเรียงกัน ก็จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่เหมือนกันเลย ตัวอย่างคือ ดวงโคมไฟหน้าและกันชนหน้า ที่แหวกแนวกว่าเขาเพื่อน คือ ผลงานของค่าย “จ่าโท” ที่เคลือบเสาค้ำยันหลังคาคู่หน้าและคู่กลางด้วยสีดำ ทำให้แผงหลังคาดูเหมือนกับลอยตัวอยู่ในอากาศ โดยไม่มีเสารองรับ อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาโดยส่วนรวมก็น่าจะฟันธงได้ว่า ในส่วนของตัวถังภายนอก ผลงานของค่ายญี่ปุ่นดูจะดึงดูดความสนใจได้มากกว่าเพื่อน ด้วยมีจุดสะดุดตาสะดุดใจอยู่หลายจุด โดยเฉพาะส่วนหน้ารถที่ออกแบบเหมือนตัว X อย่างที่เห็นได้ชัดในภาพประกอบ

เช่นเดียวกับรถรุ่นแรก รถรุ่นใหม่นี้มีตัวถังให้เลือกใช้ 2 แบบ คือ ตัวถัง 3 ประตูแฮทช์แบค กับตัวถัง 5 ประตูแฮทช์แบค และมีขนาดตัวถังแตกต่างกันไปเล็กน้อยในรถแต่ละยี่ห้อ กล่าวคือ โตโยตา อาอีโก มีตัวถังยาว 3.455 ม. กว้าง 1.615 ม. สูง 1.460 ม. และมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ 0.28-0.29 ซีตรอง เซ เอิง มีตัวถังยาว 3.466 ม. กว้าง 1.615 ม. สูง 1.460 ม. ส่วน เปอโฌต์ 108 มีตัวถังยาว 3.470 ม. กว้าง 1.620 ม. และสูง 1.460 ม. ที่พิเศษกว่ารถรุ่นแรกก็คือ ตัวถังทั้ง 2 แบบนี้ มีหลังคาให้เลือก 2 แบบ คือ หลังคาแข็งเหมือนรถแฮทช์แบคทั่วๆ ไป กับหลังคาเปิดประทุนแบบอ่อน ทำจากผ้าแฟบริค และเปิด/ปิดด้วยระบบกดปุ่ม

ที่แตกต่างกันไปบ้างเช่นกันในรถแต่ละยี่ห้อ ก็คือ สนนราคาค่าตัว การตกแต่ง/อุปกรณ์ เครื่องยนต์ และระบบเกียร์ กล่าวคือ

โตโยตา อาอีโก ซึ่งแบ่งอุปกรณ์และการตกแต่งเป็น 5 ระดับ กำกับด้วยรหัส X-PLAY/X-CITE/X-CLUSIVE/X-PURE/X-WAVE มีเครื่องยนต์เพียงขนาดเดียว คือ เครื่องเบนซิน DOHC 3 สูบเรียง 998 ซีซี 51 กิโลวัตต์/69 แรงม้า ทำงานร่วมกับระบบเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ หรือเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ มีอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ย ต่ำกว่า 90-97 กรัม/กม.

ซีตรอง เซ เอิง ซึ่งแบ่งการตกแต่ง/อุปกรณ์เป็น 3 ระดับ กำกับด้วยรหัส LIVE/FEEL/SHINE และค่าตัวในฝรั่งเศสเริ่มต้นที่ 10,650 ยูโร หรือเท่ากับประมาณ 480,000 บาทไทย กับ เปอโฌต์ 108 ซึ่งแบ่งการตกแต่ง/อุปกรณ์เป็น 3 ระดับ กำกับด้วยรหัส ACCESS/ACTIVE/ALLURE และติดป้ายค่าตัวเริ่มต้นที่ 10,150 ยูโร หรือเท่ากับประมาณ 457,000 บาทไทย มีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 ขนาด คือ เครื่องเบนซิน DOHC 3 สูบเรียง 998 ซีซี 51 กิโลวัตต์/69 แรงม้า ซึ่งปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ 88-97 กรัม/กม. โดยเฉลี่ย กับเครื่องเบนซิน DOHC 4 สูบเรียง 1,199 ซีซี 60 กิโลวัตต์/82 แรงม้า ซึ่งปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ 99 กรัม/กม. โดยเฉลี่ย ส่วนระบบเกียร์ก็มี 2 แบบ คือ เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ กับเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ

ที่เหมือนกันกับรถรุ่นแรกก็คือ รถรุ่นใหม่ทั้ง 3 ยี่ห้อนี้ จะใช้โรงงานของ TOYOTA PEUGEOT CITROEN AUTOMOBILE CZECH (TPCA) ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองโคลิน (KOLIN) ในสาธารณรัฐเชคเป็นที่ผลิต โรงงานนี้เริ่มเปิดดำเนินการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2005 และปัจจุบันมีกำลังผลิต 300,000 คัน/ปี

 

TOYOTA AYGO

* ผลงานความร่วมมือของ โตโยตา/เปอโฌต์/ซีตรอง

* ตัวแทนของรถรุ่นแรกซึ่งเริ่มจำหน่ายเมื่อปี 2005

* ตัวถัง 3/5 ประตูแฮทช์แบค ยาว 3.455 ม.

* เครื่องเบนซิน 3 สูบเรียง 998 ซีซี 69 แรงม้า

* ความเร็วสูงสุด 160 กม./ชม.

 

CITROEN C1

* ผลงานความร่วมมือของ โตโยตา/เปอโฌต์/ซีตรอง

* ตัวถัง 3/5 ประตูแฮทช์แบค ยาว 3.466 ม.

* เครื่องเบนซิน 69 และ 82 แรงม้า

* อัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ 95-99 กรัม/กม.

* ค่าตัวในฝรั่งเศสเริ่มต้นที่ 10,650 ยูโร

 

PEUGEOT 108

* ผลงานความร่วมมือของ โตโยตา/เปอโฌต์/ซีตรอง

* ตัวถัง 3/5 ประตูแฮทช์แบค ยาว 3.470 ม.

* เครื่องเบนซิน 69 และ 82 แรงม้า

* อัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ 95-99 กรัม/กม.

* ค่าตัวในฝรั่งเศสเริ่มต้นที่ 10,150 ยูโร

 

 



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
ภาพโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2557
คอลัมน์ : ระเบียงรถใหม่
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/if133

Follow autoinfo.co.th